
พระบรมฯรับสั่งตั้งครัวช่วยชาวกรุงเก่า
"สมเด็จพระบรมฯ" พระราชทานจัดตั้งครัวช่วยผู้ประสบภัยกรุงเก่า "เลขาฯศปภ." ชี้รบ.หาพื้นที่พักให้ปชช.ที่หนีน้ำพร้อมแล้ว ระบุความเสียหายจากพิษน้ำท่วมยังไม่สามารถระบุได้ ประเมินค่าเสียหายนิคมโรจนะเสียน่าไม่น่าต่ำกว่าหมื่นล้าน "กทม."สั่งสนง.เขตกทม.ฝั่งตะวันออกเ
วันที่ 9 ตุลาคม2554 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ร.อ.ไพบูลย์ สุขเจตนี รองผู้อำนวยการกองงานพระวรชายา เป็นผู้แทนพระองค์นำวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่ได้จากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคผ่านกองทุนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เพื่อผู้ประสบภัยพิบัติมาประกอบอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัย ให้แก่ราษฎรที่เดือดร้อน ที่อาศัยอยู่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.พระนครศรีอยุธยา และประชาชนที่ยังติดค้างอยู่ตามบ้านเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย จึงจัดตั้งครัวพระราชทานจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หากผู้ที่มีความประสงค์จะบริจาคเงินสด หรือเช็กเงินสด ผ่านกองทุนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เพื่อผู้ประสบภัยได้
"เลขาฯศปภ."ชี้รบ.หาพื้นที่พักให้ปชช.ที่หนีน้ำพร้อมแล้ว
นายถิรชัย วุฒิธรรม โฆษกกระทรวงยุติธรรม ในฐานะเลขานุการ ศปภ. กล่าวภายหลังร่วมประชุมวางยุทธศาสตร์แก้ปัญหาน้ำท่วม ว่า ภามอบหมายหลัง ที่น.ส.ลักษณ์ ชินตร นายกรัฐมนตรีให้แนวทางแก้ปัญหาในการประชุมช่วงเช้าแล้ว ตนได้รับมอบหมายให้ดูแลการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบในพื้นที่เพื่อร่วมกันระดมความคิดแก้ไขน้ำท่วมที่ประสบอุทกภัยร้ายแรง โดยได้มีการจัดบัญชีจังหวัดที่ประสบอุทกภัยร้ายแรงเพื่อจัดกลุ่มให้การช่วยเหลือดังนี้ จังหวัดที่ประสบอุทกภัยร้ายแรง มี นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี ลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท ซึ่งได้มีการจับคู่จังหวัดใกล้เคียงที่จะเป็นผู้สนับสนุนให้ความช่วยเหลือจังหวัดที่ประสบอุทกภัยร้ายแรง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ ดูแล ดังนี้ จังหวัด กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ จะเป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือ จ.นครสวรรค์ , จังหวัดชลบุรี สมุทรปราการ ราชบุรี สนับสนุน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา , จังหวัดเพชรบุรี สนับสนุนจังหวัดนนทบุรี , จังหวัดระยอง สนับสนุน จังหวัดปทุมธานี , จังหวัดชัยภูมิและกาญจนบุรี สนับสนุน จังหวัดลพบุรี , จังหวัดจันทบุรีและตราด สนับสนุนจังหวัดอ่างทอง , จังหวัดสมทุรสาคร สนับสนุนจังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม สนับสนุนจังหวัดชัยนาท
นายถิรชัย กล่าวด้วยว่า การช่วยเหลือเราให้ความสำคัญทุกจังหวัด ขณะที่หากมีการตัดสินใจให้ต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบอุทกภัยร้ายแรง ก็มีความพร้อมเรื่องสถานที่พักพิงในแต่ละจังหวัดแล้ว สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมนั้นยังประมาณการไม่ได้ แต่ความเสียหายเขตพื้นที่เศรษฐกิจ นิคมอุตสาหกรรม อ.โรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยานั้นเท่าที่การณ์น่าจะประมาณหมื่นล้านบาท
ส่วนปัญหาการรับมือน้ำที่จะไหลเข้ากรุงเทพ ฯ ฝั่งตะวันออกตามที่ นายกรัฐมนตรี เสนอแนวทางสร้างคันกั้นน้ำ 34 กิโลเมตรนั้น เชื่อว่ากทม. อาจจะดำเนินการไปบ้างแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบความชัดเจนในรายละเอียดอาจจะต้องรอรายงาน จาก กทม.อีกครั้ง
นอกจากนี้การหารือวางยุทธศาสตร์แก้ปัญหาน้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นแล้ว ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ยังมีการเสนอแผนที่จะช่วยเหลือเยียวยา ผู้ประสบภัยภายหลังน้ำลดด้วย ซึ่งจะนำนักโทษที่มีการฝึกฝีมือแรงงาน 2,000 คน จากที่ถูกคุมขังในเรือนจำ 148 แห่งทั่วประเทศ ช่วยกันซ่อมแซมบ้านเรือนผู้ประสบภัยด้วย
"กทม."สั่งสนง.เขตกทม.ฝั่งตะวันออกเปิด 80 ศูนย์อพยพรองรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม
นายพีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวหลังจากการประชุมผู้อำนวยการเขตที่อยู่ฝั่งตะวันออกทั้ง 9 เขต ว่า เป็นการหารือเตรียมศูนย์พักพิง ซึ่งได้เตรียมไว้ทั้งหมด 80 ศูนย์ จากทั้งหมด 9 เขต ที่จะสามารถรองรับประชาชนได้ 8,000 - 10,000 คน ส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้เตรียมแผนไว้รับมือน้ำท่วมไว้ทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้ปริมาณน้ำมาก ทำให้ 4 เขต จาก 9 เขต อาจจะได้รับผลกระทบมาก คือ เขตหนองจอก เขตคลองสามวา เขตลาดกระบัง และ เขตมีนบุรี อย่างไรก็ตาม ต้องรอการประเมินต่อเนื่องจนถึงในช่วงปลายเดือนนี้ ที่จะเป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำฝนมาก ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุนสูงด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประตูน้ำคลองแสนแสบ ตอนถนนประชาร่วมใจ เขตมีนบุรี ซึ่งเป็นประตูระบายน้ำหลัก ที่รับน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และจ.ปทุมธานี นั้นในขระนี้ยังมีการเร่งระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่น้ำภายในคลองมีปริมาณสูงขึ้น สาเหตุที่ฝนตกหนักต่อเนื่องมาหลายวัน ด้านความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเรียบคลองต่างพากันขนข้าวของหนีน้ำกันบ้างแล้ว พร้อมสร้างแนวคันกั้นน้ำโดยรอบเพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมที่พักอาศัย หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนว่า จะมีปริมาณน้ำฝนมากขึ้นในช่วงวันที่ 20 - 24 ต.ค. นี้
นายภิญโญ ปิ่นแก้ว ผู้อำนวยการเขตหนองจอก เปิดเผยว่า ขณะนี้มีปริมาณน้ำมากขึ้น ทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมชุมชนที่อยู่เรียบคลอง 9 , 10 , 12 และบริเวณถนนประชาสำราญ สูง 10 - 30 เซนติเมตร แต่ประชาชนยังสามารถใช้ถนนสัญจรไปมาได้ ส่วนแผนการอพยพประชาชนนั้น ทางเขตหนองจอก ได้เตรียมโรงเรียนทั้งหมด 37 แห่ง เอาไว้แล้ว เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราว หากเกิดสภาวะน้ำท่วมสูงและไม่สามารถจะอาศัยอยู่ที่บ้านได้
ส.ส.-ส.ว.ห่วงวิกฤตน้ำท่วมประชาชนไม่ได้รับการเยียวยา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมวุฒิสภา วันที่ 10 ต.ค. นี้ นายเจตน์ ศิรธารนนท์ ส.ว.สรรหา ได้เสนอญัตติให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาอุทภัย เพื่อให้ส.ว.ได้อภิปรายถึงปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดและข้อเสนอแนะให้รัฐบาลได้เร่งนำไปปฏิบัติเป็นแผนแก้ไขและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย
เช่นเดียวกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 12 ต.ค. ได้มีส.ส.จากหลายพรรคการเมือง อาทิ นายสุชาย ศรีสุรพล ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย, นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์, นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ได้ยืนญัตติด่วนในหัวข้อที่ใกล้เคียงกันมากถึง 6 ญัตติ ได้แก่ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและมาตรการในการให้ความช่วยเหลือและการเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย และดินถล่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าในการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเท่าผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาฯ ในวันที่ 13 ต.ค.นี้ มีวาระพิจารณาเรื่องสถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบันและมาตรการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรผู้ประสบภัยรวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น โดยได้เชิญอธิบดีกรมการปกครอง, อธิบดีป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และอธิบดีกรมชลประทานมาชี้แจง
โดยนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่รักษาการประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ว่าการยื่นญัตติด่วนจากส.ส.หลายพรรคในหัวข้อที่ใกล้เคียงกันนั้น ตนไม่คิดว่าเป็นการสะท้อนภาพการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ล้มเหลวของรัฐบาล แต่เป็นเพราะว่าส.ส.ในพื้นที่ต้องการสะท้อนปัญหาและอยากเสนอแนะมาตรการการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมให้กับรัฐบาลมากกว่า ซึ่งตนมองว่ารัฐบาลควรที่จะเข้ามารับฟัง
นายเจริญ ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่พักอาศัย เขตเทศบาลปากเกร็ดว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ยังทรงตัว ซึ่งบ้านที่ตนพักอาศัยกับครอบครัวนั้นยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่บ้านเรือนของประชาชนที่ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยาไม่เกิน 1 กม.ขณะนี้ทราบว่าน้ำท่วมหมดแล้ว ทั้งนี้ตนพบปัญหาว่าผู้ค้ากระสอบทรายที่จะนำมาทำคันกั้นน้ำ ขึ้นราคาถึงเท่าตัว คือ จากเดิมขายกระสอบละ 25 บาท ขณะนี้มีราคา 50 บาทแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอขอให้สภาฯ ออกเป็นมติที่ประชุมสภา เพื่อหักเงินเดือนของส.ส. เป็นทุนเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม นายเจริญ กล่าวว่า ตนเตรียมเสนอเรื่องดังกล่าวให้กับนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ หลังจากที่เดินทางกลับมาจากประเทศเวียดนามและประเทศลาวในวัน 12 ต.ค. นี้
ม.รังสิตใช้อาสาสมัครนักศึกษาเป็นด่านหน้าเฝ้าระวังน้ำเข้ากรุง
นายวีรยุทธ โชคชัยมาดล ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวอาร์เอสยู มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงสถานการณ์น้ำที่กำลังจะเข้ามาถึงมหาวิทยาลัยรังสิต และจะเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพมหานครว่า ขณะนี้แม่น้ำเจ้าพระยาระดับน้ำสูงกว่าในคลอดงรังสิต โดยในส่วนของคลองรังสิตหากดูจากแผนที่จะขนานกับหมู่บ้านเมืองเอก และใกล้กับมหาวิทยาลัยรังสิตและชุมชนหลัก 6 ที่เป็นเหมือนประตูด่านหน้าที่จะเข้ามาในกรุงเทพฯ เพราะจะเชื่อมกับคลองประปาและคลองเปรมประชากร ถ้าเราไม่สามารถรับน้ำได้และหากน้ำทะลักพนังกั้นน้ำเข้ามาก็จะลามมาทั้งคลองประปา และจะเชื่อมมายังถนนงามวงศ์วาน เข้ามายังคลองประปาในเมือง กับอีกด้านคือคลองเปรมประชากรที่เลียบกับถนนวิภาวดีรังสิต
ผู้สื่อข่าวถามว่า มหาวิทยาลัยรังสิตได้เตรียมรับมือเบื้องต้นไว้อย่างไรบ้าง นายวีรยุทธกล่าวว่าเราไม่ได้มองเฉพาะในมหาวิทยาลัย แต่เรามองว่าเราเป็นด่านหน้าและมหาวิทยาลัยก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยในส่วนของมหาวิทยาลัย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยรังสิตก็ได้สั่งการให้รักษาพื้นที่ในมหาวิทยาลัยให้ได้ จึงมีการรับอาสาสมัครนักศึกษาหลายร้อยคน ถ้าเรียกทำงานก็ 24 ชั่วโมง โดยในช่วง 7 วันหลังจะสลับกัน ซึ่งมีอาสาสมัครนักศึกษาทั้งไทยและต่างชาติ และยังเป็นผู้อยู่อาศัยในเมืองเอก รวมถึงทหารที่มาช่วยทำพนังกั้นน้ำและสร้างกระสอบทราย โดยจะมีบางช่วงที่ระดับน้ำดูเหมือนว่าเกือบจะรับไม่ไหว เราก็ต้องช่วยระดมกัน ซึ่งขณะนี้ก็ยังรับได้อยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานตลอด 24 ชั่วโมงนั้น ขณะนี้เริ่มต้นแล้วหรือยัง นายวีรยุทธ กล่าวว่า เริ่มแล้ว เพราะวิกฤตนี้เริ่มมีมาเป็นเดือนแล้ว แต่วิกฤตในคลองรังสิตก็สักประมาณ 1 สัปดาห์หลัง จริงๆแล้วเรามีการเตรียมความพร้อมไว้นานแล้ว เพราะเหตุการณ์แบบนี้ปีที่แล้วก็เกิดแต่ไม่มากเท่าปีนี้ เพราะปีนี้น้ำมาเยอะแล้วก็เร็ว นักศึกษาก็ตื่นตัวกันมาก เพราะอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยไม่ไกลเลย คนในชุมชนเมืองเอกก็มาช่วยกัน และขณะนี้ก็เป็นช่วงที่นักศึกษากำลังสอบ ก็ต้องให้เครดิตกับนักศึกษา ที่ไม่ได้มุ่งแต่เรียนอย่างเดียว เพราะในส่วนนี้เขาก็ต้องมุ่งช่วยในชุมชนด้วย ช่วยในมหาวิทยาลัยด้วย ในการสลับกันมา เนื่องจากจะมาพร้อมกันก็คงไม่ไหว มีการจัดว่าใครจะมาช่วงตอนเย็นช่วงเช้าอย่างไร
เมื่อถามว่าได้ตั้งศูนย์ในมหาวิทยาลัยหรือไม่ ผอ.ศูนย์ข่าวอาร์เอสยู กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ถึงกับเรียกเป็นศูนย์ แต่หน่วยงานหลักๆก็จะมีสำนักงานชุมชนสัมพันธ์และสำนักงานปกครองของมหาวิทยาลัย ในการเป็นตัวประสานกับทางนักศึกษาและชุมชน รวมถึงกับทางเทศบาลหลัก 6เจ้าของพื้นที่ ว่าจะรับมืออย่างไรกับสถานการณ์
“ปีที่แล้วเราสามารถประคองสถานการณ์น้ำได้ จนกระทั่งน้ำลดลงเรื่อยๆ แต่ปีนี้สถานการณ์น้ำมากและมาเร็ว คนในเมืองเอกจะรับรู้ได้เลย เพราะปีที่แล้วไม่มีรถประกาศของเทศบาลหลัก 6 เลย แต่ขณะนี้มีรถคอยขับประกาศอยู่ในมหาวิทยาลัยและในชุมชนเมืองเอก ให้ประชาชน นักศึกษา รวมถึงคนในบริเวณรับทราบว่าน้ำอยู่ในระดับไหนแล้ว ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ถ้าเทียบกับปีที่แล้วปีนี้วิกฤตเยอะเลย” ผอ.ศูนย์ข่าวอาร์เอสยู กล่าว
ชาวบ้านจากอยุธยาเดินทางเข้ามาที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวมธ.
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่อาคารยิมเนเซี่ยม 2 ซึ่งเปิดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มีประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมจากจังหวัดอื่น เริ่มเดินทางมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงแห่งนี้แล้วจำนวน 4 ครอบครัว ซึ่งทั้งหมดนั้นเดินทางกันมาเอง เนื่องจากทราบข่าวจากสื่อต่างๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คอยอำนวยความสะดวก ร่วมทั้งเริ่มมีประชาชนที่ทราบข่าวได้ทยอยนำสิ่งของมาบริจาคกันที่ศูนย์ดังกล่าว
รศ.ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กล่าวว่า ความจริงแล้วเรามีการเตรียมการที่จะเปิดศูนย์พักพิงที่ยิมเนเซี่ยม2แห่งนี้ในวันพรุ่งนี้ แต่เมื่อมีประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนเดินทางมาในวันนี้เราก็ต้องพร้อมรับและจัดเตรียมสถานที่ให้พักอาศัยชั่วคราวทั้งนี้เราได้รับการติดต่อมาว่าจะอพยพประชาชนจากอยุธยามาจำนวน 2,000 กว่าคน แต่เราคิดว่าเราจะรับไม่ไหวในครั้งแรกนี้นั้นจะขอรับเพียง 1,000 คนก่อน เพื่อดูเรื่องความพร้อมและการบริหารจัดการให้เรียบร้อยเสียหาย จากนั้นจึงจะรับเพิ่มขึ้นอีก
ทั้งนี้ในส่วนสถานที่นั้นเรามีความพร้อมทั้งเรื่องที่นอน ห้องน้ำ หน่วยแพทย์พยาบาล และเรื่องอาหารนั้นน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีส่วนราชการใดๆ ติดต่อเข้ามาหรือแสดงความประสงค์ในการช่วยเหลือเรื่องอาหารการกินแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเราก็ต้องรับให้ได้ จะมีการตั้งโรงครัวประกอบอาหารดูแลประชาชนที่เดือดร้อนเหล่านี้อย่างดีที่สุด
อ่างทองปรับแผนอพยพเข้าศาลาเฉลิมพระเกียรติ
นายวิศว ศะศิสมิต ผวจ.อ่างทอง กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดอ่างทอง ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทุกอำเภอ ท่วมบ้านเรือนประชาชนต้องออพยพอยู่ในเต็นท์ริมถนนสายต่างๆ จำนวนมาก อาจเป็นอันตรายจาก รถยนต์ รถจักรยานยนต์ วิ่งผ่านและหลายแห่งไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง และมียุงแมลงกัด บางแห่งวัดที่ใกล้เคียงได้นำต้นเทียนพรรษาของวัดที่ยังไม่ได้ใช้ไปมอบให้จุดเป็นแสงสว่าง ขณะนี้ถนนที่อพยพไปอยู่จำนวนมากระดับน้ำสูงท่วมถึงอีกไม่สามารถอยู่ได้ต้องอพยพไปที่สูงแห่งใหม่ อาทิ บนศาลการเปรียญของวัดแทบทุกแห่งที่น้ำท่วมไม่ถึง
นายวิศว กล่าวต่อไปว่า เมื่อปี 2550 หลังจากที่อ่างทองประสพอุทกภัยในปี 2549 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถทรงหวงใยประชาชนจึงได้สร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติในสมเด็จพระบรมราชินูปถัมภ์ ขึ้น เป็นอาคารถาวรขนาดใหญ่ ไต้ถุนสูง มี ห้องน้ำ ไฟฟ้า สำหรับเป็นที่พักอาศัยเพื่อช่วยประชาชนที่ประสบสาธารณภัยรองรับรองรับผู้ประสบสาธารณภัยได้จำนวน 1,000 คนเศษ และมีบริเวณพื้นรอบอาคารกว้าง ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง ขณะนี้มีประชาชนที่ประสพอุทกภัยได้พยบเข้าไปอยู่อาศัยแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ยังสามารถรองรับได้อีกเกือบพันคน จึงแจ้งให้ผู้ประสพอุทกภัยโดยทั่วไปที่มีความประสงค์สามารถอพยบเข้าไปอยู่ในศาลาเฉลิมพระเกียรติ์ฯแห่งนี้ได้ ซึ่งจะได้รับความสะดวกและปลอดภัย จนกว่าน้ำจะแห้งย้ายไปอยู่ที่บ้านเรือนของตนได้
รมช.คลังมอบสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม 3 อำเภอลำพูน
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง ได้เดินทางลงพื้นที่ เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนและมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนใน 3 อำเภอ โดยจุดแรกที่โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา อ.ลี้ โดยมอบสิ่งของแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 700 ครัวเรือน ต่อมาที่เทศบาลตำบลศรีเตี้ย อ.บ้านโฮ่ง มอบสิ่งของแก่ผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 700 ครอบครัว และจุดสุดท้าย ณ ที่ว่าการอ.เวียงหนองล่อง และมอบสิ่งของแก่ผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 700 ครอบครัว
นายบุญทรง เปิดเผยว่า ตนได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมฉับพลันที่ จ.ลำพูนที่ผ่านมา โดยได้นำถุงยังชีพจากองค์กรต่าง ๆ มาแจกจ่ายเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นไปแล้ว
สำหรับมาตรการการช่วยเหลือระยะยาวจะมาตามมาภายหลัง ซึ่งวันนี้ตนมาที่ลำพูน แทบทุกพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำสายสำคัญทั้งสามได้ท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตร เท่าที่เท่ารับการรายงานจากทั้ง 3 อำเภอ ทำให้ทราบว่า สถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชนว่าตามที่เกิดอุทกภัย พายุดีเปรสชั่น เนสาด ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2554 เป็นต้นมา พื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมใน 8 อำเภอ 44 ตำบล 403 หมู่บ้าน ราษฏรได้รับความเดือดร้อน 23,393 ครัวเรือนจำนวน 66,848 คน
ลำปางเขื่อนกิ่วลมยังปิดประตูระบายน้ำช่วยบรรเทาสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลาง
นายชัยประเสริฐ เนตรอนงค์ ผู้อำนวยการ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา เปิดเผยว่า แม้ว่าสถานการณ์ในแม่น้ำวังจะปกติขณะที่เขื่อนกิ่วลมมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 82.936 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 78.08% ของความจุอ่างที่ 106.22 ล้าน ลบ.ม. ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก แต่โครงการฯยังคงปิดประตูระบายน้ำทั้ง 5 บานของเขื่อนกิ่วลมตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.จนถึงปัจจุบัน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง เนื่องจากปริมาณเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก มีปริมาณน้ำเต็มความจุอ่าง คาดว่าหลังเหตุการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายโครงการฯจะพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำอีกครั้ง
ส่วนการปิดประตูระบายน้ำทั้ง 5 บานของเขื่อนกิ่วลม นอกจากช่วยบรรเทาสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ปริมาณน้ำในลำน้ำแม่น้ำวังเริ่มคลี่คลายไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่และอยู่ในช่วงปลายฤดูฝน ซึ่งเขื่อนยังสามารถรองรับน้ำได้เพิ่มอีกเพื่อเก็บกัดไว้ใช้ในฤดูแล้ง
ฝนยังคงตกหนักในหลายพื้นที่พิจิตร
สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพิจิตร ในวันนี้ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั้ง 12 อำเภอ มีน้ำท่วมขัง มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมที่ยังไม่สามารถระบายน้ำไปยังจังหวัดนครสวรรค์ได้
นอกจากนั้นบรรดาร้านค้าที่อยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร ซึ่งเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวที่น้ำไม่ท่วมขัง บรรดาร้านค้าพากันปิดร้าน เนื่องจากฝนที่ตกลงมา และเกรงว่าน้ำจะเข้าท่วมสินค้า เนื่องจากน้ำจะไม่สามารถระบายลงไปแม่น้ำน่านที่มีระดับที่สูงกว่าได้ ประกอบกับสภาพโดยรอบมีน้ำท่วมถนนหนทาง ประชาชนพากันมาซื้อหาสินค้าไม่สะดวกร้านค้าต่างๆจึงพากันปิดร้านเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายแทน
กาฬสินธุ์วิกฤตน้ำชีระดมชาวบ้านนับพันเสริมพนังกั้นน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณพนังกั้นแม่น้ำชีบ้านโนนแดง ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ อส.ระดมชาวบ้านกว่า 1 พันคน นำกระสอบทรายเสริมพนัง เนื่องจากพบว่ามวลน้ำจากจังหวัดชัยภูมิและเขื่อนอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่น ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำชีหนุนสูงบางจุดได้ทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรกรและคาดว่าใน 3 วันจะเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอนี้ประกอบด้วย อ.ฆ้องชัย อ.กมลาไสย และอ.ยางตลาด ซึ่งในภาครวมมีพื้นที่นาข้าวถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 1 แสนไร่ มีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมกว่า 3 พันหลังคาเรือนในพื้นที่ 7 อำเภอ
ขณะที่การช่วยเหลือที่ศาลาวัดบ้านเชียงเครือ ต.เชียงเครือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ นางบุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการนำถุงยังชีพไปมอบให้กับราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 500 ชุดและกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษา 20 จังหวัดภาคอีสาน ให้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อที่จะให้การช่วยเหลือ
นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เนื่องจากเขื่อนอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่นมีปริมาณน้ำเกินความจุอ่างจึงจำเป็นต้องได้ปล่อยน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอฆ้องชัย อำเภอร่องคำ และอำเภอกมลาไสย เพราะปริมาณน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนลำปาวมาบรรจบกัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น จึงกำชับให้พื้นที่เสี่ยงทั้ง 3 อำเภอ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งเสริมกระสอบทรายและเตรียมความพร้อมอพยพตลอด 24 ชั่วโมงหากเกิดสถานการณ์ขึ้น อย่างไรก็ตามทางจังหวัดกาฬสินธุ์ได้รับการสนับสนุนจากนายนิพนธ์ ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ นำรถแบ็คโฮ 2 คัน มาช่วยทำคันดิน กั้นน้ำชี บริเวณที่เป็นจุดพื้นที่เสี่ยง ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร ซึ่งหากแล้วเสร็จ จะช่วยป้องกันนาข้าวกว่า 8 หมื่นไร่ ในพื้นที่อำเภอกมลาไสยได้



