ข่าว

จับมอดไม้ลักลอบตัดไม้พะยูงบนภูวัว

จับมอดไม้ลักลอบตัดไม้พะยูงบนภูวัว

09 ต.ค. 2554

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังจับ 6 มอดไม้ลักลอบตัดไม้พะยูงจนมุมบนภูวัว ผบ.ร้อย ตชด.244 บึงกาฬ สั่งปิดป่าพร้อมประกาศหากใครเข้ามาทำผิดกฎหมายดำเนินการเด็ดขาด

          วันที่ 9 ต.ค.54  นายทวีป  คำแพงเมือง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ  ได้สนธิกำลัง พ.ต.ท.สุชาติ ปุปปาจันโท ผบ.ร้อย ตชด.244 บึงกาฬ และพ.ต.อ.สมาน ศรีสันต์ ผกก.สภ.บุ่งคล้า  นำเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจค้นบนป่าภูวัวหลังถ้ำสูง บ้านหนองบ่อ หมู่ที่ 2 ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า  หลังจากที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีกลุ่มมอดไม้เข้าไปลักลอบตัดไม้พะยูง  จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบกลุ่มมอดไม้กำลังตัดและแปรรูปไม้พะยูง จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ได้ผู้ต้องหา 6 คน คือนายจินตนา ปริวันโถ อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 76 หมู่ที่ 2   นายพวงศรี ปัดบุญทัน อายุ 30 ปี  นายธนิกร จิระชัย อายุ 35 ปี  และ นายปรีดา ปัดบุญทัน อายุ 50 ปี  ชาวบ้านหนองบ่อ หมู่ที่ 2 ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า  

          นอกจากนี้ยังมีคนนอกพื้นที่ชื่อนายเดชศรี  มันอินทร์ อายุ  44 ปี บ้านเลขที่ 45 หมู่ 6 บ้านขาไก่ ต.นาโพธิ์ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนครและนายประหยัด มันอินทร์ อายุ 43 ปี บ้านเดียวกัน  ยึดได้ของกลางเป็นไม้พะยูง 6 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 0.13 ลูกบาศก์เมตร โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง กล้องส่องทางไกล 1 อัน และรถเพื่อการเกษตรเพื่อขนไม้ออกจากป่า 1 คันโดยผู้ต้องหาทั้งหมดยอมรับว่าจะนำไม้พยุงไปขายให้กับนายทุนส่งขายไปประเทศจีน จึงถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำไม้และแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมตัวส่ง พ.ต.ท.ประพันธ์ หล้าวงศ์  พงส.เวร สภ.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้าดำเนินคดี
 
          พ.ต.ท.สุชาติ ปุปปาจันโท ผบ.ร้อย ตชด.244 บึงกาฬ  กล่าวว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อ.บุ่งคล้า ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อ.บึงกาฬ  บุ่งคล้า เซกา และอ.บึงโขงหลง จึงทำให้การดูแลพื้นที่ทำได้ไม่ทั่วถึง ประกอบกับเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ ทำให้มีกลุ่มชาวบ้านเข้ามาลักลอบตัดไม้เป็นประจำ  ซึ่งจากการติดตามพฤติกรรมพบว่า มีชาวบ้านที่อยู่รอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามักจะเข้ามาลักลอบตัดไม้เป็นประจำ ขณะนี้จึงมีคำสั่งปิดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวไว้ก่อน แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เกรงกลัง ยังคงลักลอบเข้ามาตัดไม้  ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือในการช่วยกันดูแลรักษาป่าต่อไป