
ตร.ภาค7กวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด
ภาค 7 ระดมกำลังกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดลักลอบจำหน่ายในสถานบันเทิงได้ผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษและอาวุธปืนมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท
วันที่ 9 ต.ค. พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผบช.ภาค 7 พร้อมทีมสืบสวน ได้นำกำลังเข้าทลายแหล่งจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครปฐม โดยเน้นกลุ่มจำหน่ายภายในชุมชนและสถานบันเทิง จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดเข้าตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายยาเสพติดที่แฝงตัวเข้ามาทำงานในสถานบันเทิง เจอาร์ผับ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ต.สนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม จนสามารถจับกุมนายพนม หรือบี แซ่เจ็ง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114/2 ม. 9 ต.บ่อพลับ อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งเป็นเด็กเสิร์ฟ ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้มีการล่อซื้อและทำการขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหาจำหน่ายยาเสพติด และนำมาสอบสวนพร้อมทำการขยายผลจนสามารถติดตามจับกุมตัวนายบุญเสริม หรืออาร์ม ต้างคำตัน อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 ม. 7 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ลูกจ้างเขียงหมูในตลาดปฐมมงคล ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวมาที่ สภ.เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำคลิปบันทึกการติดต่อซื้อขายยาบ้าของผู้ต้องหามาเปิดให้ชม จึงทำให้ผู้ต้องหายอมรับสารภาพ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเดินทางเข้าสุ่มยังเป้าหมายผู้ค้ารายสำคัญพร้อมเข้าบุกตรวจค้นภายในทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว เลขที่ 64/79 ม. 5 ต.สนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม แต่ประตูรั้วมีการล็อคกุญแจไม่สามารถเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยสื่อมวลชนจึงได้แอบซุ่มอยู่ด้านข้างบ้าน จนกระทั่งผู้ที่อยู่ในบ้านกำลังออกมาเปิดประตู เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว แต่ผู้ต้องหายังไม่ทันเปิดล็อคประตูก็ได้วิ่งหนีเข้าไปในบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องพังประตูรั้วเข้าไป และควบคุมตัวผู้ที่อยู่ภายในบ้านจำนวนหลายคนให้อยู่ในความสงบ ก่อนทำการตรวจค้น และสามารถจับกุมตัวนางสาวพัชรินทร์ หรืออ้น อินคล้าย อายุ 25 ปีได้ ขณะกำลังอยู่ภายในห้องน้ำ จึงได้นำตัวออกมาตรวจค้นภายในห้องนอนพบของกลางที่ซุกซ่อน ประกอบด้วยยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์)ที่บรรจุอยู่ในหลอดแบ่งขายราคา 100 บาท จำนวน 6 หลอด,ราคา 200 บาทจำนวน 7หลอด,ราคา 300 บาท จำนวน 6 หลอด,ราคา 500 บาท จำนวน 6 หลอด,ยาไอซ์ที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสชนิด รูดซิปปิด-เปิด จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 1.13กรัม,กัญชาผง น้ำหนัก 3.15 กรัม,เครื่องชั่งดิจิตอลและเงินสดรวมกว่า9,000 บาท
ต่อมาเวลา 10.30 น.ของวันเดียวกัน พล.ต.ต.โสภณ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด บก.สส.ภ.7,ภ.จว.นครปฐม,ภ.จว.สมุทรสาครและชุดป.ป.ส.ภาค 7 ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดที่ลักลอบซื้อขายยาในสถานบันเทิงในพื้นที่สภ.เมืองนครปฐม,สภ.โพธิ์แก้ว และพื้นที่แพร่ระบาดในจังหวัดนครปฐม ก่อนที่จะจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 110 คนพร้อมด้วยยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า),ยาไอซ์,กัญชาแห้ง,กระท่อม,อาวุธไทยประดิษฐ์ จำนวน 1กระบอก,อาวุธปืนขนาด 7,65 มม.จำนวน 1 กระบอก,พร้อมทั้งยึดทรัพย์รถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค 1คัน,รถปิคอัพเชพโรเล็ต 1 คัน,รถปิคอัพอีซูซุ 1 คันและรถจยย.1 คัน มูลค่ารวม 5 ล้านบาท
พล.ต.ต.โสภณ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการสั่งการให้หัวหน้าสถานีทุกสถานีดำเนินการระดมกวาดล้างจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบอาทิตย์ละครั้ง เป็นประจำต่อเนื่องทุกสัปดาห์ เนื่องจากได้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ค้ารายย่อยเป็นจำนวนมากว่า เป็นบุคคลที่แฝงตัวอยู่ตามสถานบริการสถานบันเทิง ชุมชน หมู่บ้าน บริเวณที่ใกล้โรงเรียน ใกล้สถานศึกษา และทำหน้าที่กระจายยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ไปยังผู้เสพ ส่งผลให้ปัญหาการแพร่ระบาดมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ประชาชนได้รับความเดือดร้อนโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะตกไปสู่วงจรปัญหายาเสพติด และจากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า มีสถานที่ที่มีผู้ค้าเข้าไปแฝงตัวอยู่นั้นมีจำนวน 59 แห่ง และส่วนใหญ่จะเป็นรายย่อย ซึ่งบุคคลเหล่านี้ทางเราได้ขึ้นบัญชีไว้หมด ถ้าไม่เลิกจะถูกจับกุมทั้งหมด โดยจะมีการนำบัญชีมาดูทุกเช้าว่าใครถูกจับกุมไปแล้วบ้าง และเมื่อถูกจับกุมแล้วก็มีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดว่า มีการดำเนินคดีอย่างไร จำคุกกี่ปี ส่วนในสถานบันเทิงเราได้สืบสวนหาข่าวและใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในเรื่องของตัวกล้องขนาดเล็กที่ใช้เช่นกล้องปากกา ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ได้สดเลยแต่ก็มีหลักฐานเพียงพอให้เราขออนุญาต ออกหมายจับได้



