ข่าว

เอสซีจีโชว์3เดือนกำไร5พันล้านคาดปีนี้ยอดขายรวมลดลง25%-มั่นใจทั้งปีมีกำไร

เอสซีจีโชว์3เดือนกำไร5พันล้านคาดปีนี้ยอดขายรวมลดลง25%-มั่นใจทั้งปีมีกำไร

30 เม.ย. 2552

เอสซีจีโชว์ความแกร่งไตรมาสแรกกำไรสุทธิกว่า 5 พันล้านบาท แม้ยอดขายลดลง 30% คาดทั้งปียอดขายลดลง 20-25% มากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 10% ชี้ส่งออกปิโตรเคมีเริ่มดีขึ้นสัดส่วนเพิ่มเป็น 40% ราคาซีเมนต์เริ่มขยับขึ้น หวังเมกะโปรเจกท์ฟื้นความเชื่อมั่น

 นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี กล่าวถึงการดำเนินงานในปีนี้ว่า มั่นใจว่าทั้งปีจะมีกำไรสุทธิแน่นอน แม้มีแนวโน้มว่ายอดขายของบริษัทจะปรับลดลง 20-25% จากที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลงเพียง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มียอดขาย 2.9 แสนล้านบาท หลังจากที่ความต้องการในกลุ่มธุรกิจกระดาษและกลุ่มปิโตรเคมีในตลาดโลกลดลง รวมทั้งราคาผลิตภัณฑ์ก็ปรับลดลง โดยเฉพาะธุรกิจกระดาษที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรฐกิจโลก

 ส่วนผลประกอบการในไตรมาสแรกออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีกำไรสุทธิ 5,188 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายรวมลดลง 30% สะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์การรับมือวิกฤติเศรษฐกิจโลกได้ผลชัดเจน ซึ่งจะเห็นได้จากต้นทุนที่ลดลง นอกจากนี้ การส่งออกยังดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในกลุ่มปิโตรเคมี ที่มีสัดส่วนการส่งออกมากถึง 40% จากก่อนหน้านี้มีการส่งออกเพียง 36-37%

 “การส่งออกยังดีในสถานการณ์ที่ตลาดหดตัวแบบนี้ เรามีการขยายตลาดส่งออกไปในประเทศใหม่ ในยุโรป รัสเซีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก” นายกานต์กล่าว

 นายกานต์กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจกระดาษว่า ยังไม่ค่อยดีในกลุ่มธุรกิจกระดาษกล่องเพราะฐานลูกค้าหลักคือกลุ่มผู้ส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม มองว่าในช่วงไตรมาส 2 ราคากระดาษน่าจะเริ่มทรงตัว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาได้ปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง
 ด้านธุรกิจซีเมนต์มียอดขายสุทธิ 12,373 ล้านบาท ลดลง 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณขายในประเทศและปริมาณการส่งออกลดลง

 ทั้งนี้ ราคาซีเมนต์ในไตรมาสแรกลดลง 10% หลังจากการส่งออกลดลง ดีมานด์ในตลาดโลกก็ลดลง แต่ในช่วงปลายมีนาคมที่ผ่านมา ราคาเริ่มขยับ ซึ่งก็คาดหวังโครงการเมกะโปรเจกท์ของภาครัฐจะกระตุ้นความเชื่อมั่น ซึ่งมองว่าในโครงการดังกล่าวจะมีการใช้ซีเมนต์จริงในปีหน้า แต่ที่คาดหวังในปีหน้าก็คือความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในโครงการบริเวณใกล้โครงการรถไฟฟ้าจะมีความเชื่อมั่นและเดินหน้าก่อสร้างโครงการต่อไป ซึ่งก็จะทำให้ความต้องการใช้ซีเมนต์ดีขึ้น
 "ภาพรวมของบริษัทถือว่า มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจโลก โดยบริษัทสามารถบริหารสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเงินสดในมือกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ยังสามารถผลักดันยอดขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มได้เกินคาด" นายกานต์กล่าว