ข่าว

'มาร์ค'แนะเปิดศูนย์ส่วนหน้าดูแลปชช.

'มาร์ค'แนะเปิดศูนย์ส่วนหน้าดูแลปชช.

09 ต.ค. 2554

“อภิสิทธิ์”หนุนกทม.-รัฐบาล ประสานงานร่วมป้องน้ำท่วมกรุงฯ แนะตั้งศูนย์ส่วนหน้าบูรณาการข้อมูลแจ้งข่าวประชาชนหากต้องอพยพ ไม่โทษ ศปภ.ประเมินพลาดทำอยุธยาโคม่า แต่ต้องแก้ไขเร็ว

           นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร์ กล่าวถึงสถาการณ์น้ำท่วมที่กำลังจะขยายเข้าสู่ในพื้นที่กรุงเทพ ว่า เป็นเรื่องที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และรัฐบาล ต้องประสานงานในเรื่องระบายน้ำ และแนวป้องกันน้ำ แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำให้ชัดเจนคือในบางพื้นที่ อาทิ ภาคกลางตอนล่าง ปริมณฑล จะมีการจัดระบบสื่อสารในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอพยพอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร เพราะจะเห็นว่าหลายหน่วยงานมีการนำเสนอแนวทาง แต่ยังไม่มีศูนย์ส่วนหน้าที่จะประกาศว่าเมื่อมีภัยมาแล้วจุดอพยพจะอยู่ที่ไหน อย่างไร  ส่วนกรณีนี้ที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระบุว่าศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ศปภ.) มีการประเมินในส่วนพื้นที่จ.อยุธยาผิดพลาดไปนั้นตนคิดว่า อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผล แต่ต้องตั้งหลักให้ได้ว่า จากนี้ไปจะมีการทำงานล้ำหน้าปัญหาอย่างไร กล่าวคือแทนที่จะมีการทำงานไล่หลังปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องมาดูในพื้นที่ที่ยังไม่เกิดด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เพื่อกำหนดแผนให้ชัดเจนหากควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แน่นอนว่าในแต่ละพื้นที่มีสถานการณ์ไม่เหมือนกัน และถ้ารัฐบาลจำเป็นในการประกาศให้บางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ฉุกเฉินก็สามารถทำได้ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ในการระดมกำลังและสั่งการได้ง่ายขึ้น รวมถึงทำอะไรได้เพิ่มเติมมากกว่าที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามต้องให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้หวงทรัพย์สิน และอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือ ไม่ให้เป็นปัญหา
 
          “ ตอนนี้ก็ว่าไปตามข้อเท็จจริงและบริหารกันไป แก้ไขให้ได้ ตรงไหนประเมินพลาดก็ต้องแก้ไข ที่สำคัญคือในบางพื้นที่ที่ต่อสู้อยู่และไม่มั่นใจว่าจะรักษาได้ ก็ต้องเตรียมการซักซ้อมแต่ต้นที่จะซ้อมอพยพ และการมีศูนย์และคณะกรรมการที่ผมเสนอว่าควรจะเหลือเพียงจุดเดียว ก็ต้องเป็นผู้ตัดสินใจในส่วนเหล่านี้ได้ และตัวนายกรัฐมนตรีก็ต้องเป็นผู้บัญชาการและตัดสินใจ ” นายอภิสิทธิ์กล่าว



 'ปชป.'ข้องใจ'พท.'ยังดื้อคิดแก้พรบ.กห

           
          นายอภิสิทธิ์  กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยโดยนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ระบุจะเคลื่อนไหวแก้ไขพรบ.กลาโหม ทันทีหลังเสร็จสิ้นสถานการณ์น้ำท่วมว่า อย่างที่เคยให้ความเห็นว่าหากจะมีการแก้ไขก็ต้องบอกให้ได้ว่ากฎหมายที่ใช้อยู่ปัญหาในเชิงนโยบายอย่างไร ถ้าไม่มีคำตอบก็ไม่มีเหตุผลจะแก้ไข พฤติกรรมดังกล่าวเชื่อว่าเป็นความพยายามขยายฐานอำนาจของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยพยายามทำและนำเสนอมาตลอด ไม่เฉพาะกรณีกองทัพเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงองค์กรอิสระต่างๆด้วย ทั้งที่เจตนารมณ์การปฏิรูปการเมืองที่มีรัฐธรรมนูญปี40 ส่วนหนึ่งคือการไม่ให้มีการขยายอำนาจฝ่ายการเมืองมากเกินไป คือต้องการให้ฝ่ายการเมืองทำในเชิงนโยบาย แต่มิติในการบริหารบางเรื่องเช่นนโยบายการเมือง ความมั่นคง ไม่ควรมีฝ่ายการเมืองมากเกินไป



"อภิสิทธิ์"เตือนรบ.อย่ากดดันธปท. แนะ"รมว.คลัง"ระวังจะย้อนรอยปี 40


          นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่เหมือนกำลังมีปัญหากับรมว.คลัง ว่า อยากให้ฝ่ายการเมืองเข้าใจเจตนารมณ์ของระบบที่วางกันมา เพราะมันมีบทเรียนในอดีตว่าเมื่อฝ่ายการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวมากจะเกิดวิกฤติ เช่นในวิกฤติปี 40
 
          เมื่อถามว่ากรณีที่รมว.คลังให้สัมภาษณ์ถึงธปท.ว่าควรจะใช้สมองในการทำงาน ถือเป็นคำพูดที่รุนแรงและเกินกว่าเหตุไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่สามารถที่จะจัดการและสื่อสารกันได้ ถือเป็นการพยายามโยนแรงกดดันไปที่ธปท. เพิ่มเติมซึ่งไม่ควรจะทำอีก อย่างไรก็ตามผู้ว่าธปท.ก็ต้องกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง