ข่าว

น้ำท่วมลาม30จว.ดับ253 ราย

น้ำท่วมลาม30จว.ดับ253 ราย

08 ต.ค. 2554

ศอส.สรุปน้ำท่วมลาม 30 จังหวัด เสียชีวิต 253 ราย พร้อมเตือน 12 จังหวัด ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก-น้ำล้นตลิ่ง

       8 ต.ค. 54 นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 30 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด ลำปาง เลย นครราชสีมา บุรีรัมย์ กำแพงเพชร และตาก รวม 218 อำเภอ 1,498 ตำบล 10,747 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 762,765 ครัวเรือน 2,342,123 คน มีผู้เสียชีวิต 253 ราย สูญหาย 4 ราย พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 8,642,399 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ บ่อปลา 123,824 บ่อ สัตว์ได้รับผลกระทบ 9,956,723 ตัว น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้รวม 214 สาย แยกเป็น ทางหลวง 60 สาย ใน 17 จังหวัด ทางหลวงชนบท 154 สาย ใน 28 จังหวัด

        นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะลุ่มน้ำปิง ที่อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสรรค์ ลุ่มน้ำยม ที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก อำเภอสามง่าม อำเภอโพทะเล อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ลุ่มน้ำมูล ที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอด่านขุนทด อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา อำเภอสตึก อำเภอลำปลายมาศ อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ อำเภอราษีไศล อำเภอกันทรารมย์ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ลุ่มน้ำชี ที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม อำเภอจังหาร อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมือง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ลุ่มน้ำสะแกกรัง ที่อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ลุ่มน้ำท่าจีน ที่อำเภอเมือง อำเภอสองพี่น้อง อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

        นายวิบูลนย์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 4,650 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณไหลผ่าน 3,651 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3,204 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำใน 10 จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล เขื่อนแควน้อย มีปริมาณน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ 98 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 135 เปอร์เซ็นต์

        นายวิบูลย์ กล่าวว่า ในระยะนี้ร่องมรสุมพาดผ่านพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง ทำให้มีฝนตกเกือบทั่วไป และฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยที่ราบลุ่มริมน้ำ ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ใน 12 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร นครนายก นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนระมัดอันตรายจากภาวะฝนตกหนักและน้ำล้นตลิ่ง

        อธิบดี ปภ. กล่าวว่า ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์น้ำ พบว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างยังค่อนข้างวิกฤต ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ศอส. จึงได้กำชับให้จังหวัดพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยาและภาคกลางตอนล่างเตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำล้นตลิ่งเข้าขั้นวิกฤติ โดยเร่งเสริมแนวคันกั้นน้ำให้สูงขึ้น พร้อมตรวจสอบคันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันคันกั้นน้ำพัง ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ที่อยู่ในแนวเขตป้องกัน รวมถึงประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ประชาชนผู้ประสบภัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ทางสายด่วนต่างๆ ดังนี้ เส้นทางหลวงแผ่นดิน 1586 รถไฟ 1690 ตำรวจทางหลวง 1193 ขอรับการช่วยเหลือทางการแพทย์ 1669 ขอความช่วยเหลือจากเหตุสาธารณภัย สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

เร่งซ่อมคอสะพานถนนสายพิจิตร-หนองหัวปลวก

        แขวงการทางพิจิตรเร่งซ่อมคอสะพานถนนสาย พิจิตร-หนองหัวปลวก ซึ่งเป็นถนนเชื่อมสู่ถนนสายเอเชียหลังกระแสน้ำกัดเซาะจนเป็นโพงขนาดใหญ่ ขณะที่คณะแพทย์โรงพยาบาลตำรวจลงเรือแจกจ่ายยารักษาโรคให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอโพธิ์ประทับช้างซึ่งถูกน้ำท่วมนานเข้าสู่เดือนที่ 4

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่จากแขวงการทางจังหวัดพิจิตรเร่งนำหินและไม้เข้าซ่อมแซมบริเวณคอสะพานถนนสาย พิจิตร-หนองหัวปลวก ซึ่งเป็นถนขนาด 4 ช่องจราจรและเป็นถนนสายหลักที่เชื่อมตัวเมืองพิจิตรสู่ถนนสายเอเชีย บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 21 ต.ไผ่รอบ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร หลังกระแสน้ำที่ท่วมขังเพิ่มระดับสูงขึ้นจนกระแสน้ำรุนแรง กัดเซาะคอสะพานจนเป็นโพงขนาดใหญ่ใกล้ขาดเจ้าหน้าที่ต้องเร่งซ่อมแซมโดยทำกำแพงกั้นน้ำและนำหินขนาดใหญ่ถมลงบริเวณที่น้ำกัดเซาะเพื่อป้องกันน้ำและรักษาถนนให้สามารถสัญจรได้

        ในส่วน คณะแพทย์ และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร สถานีตำรวจภูธรโพธิ์ประทับช้าง ลงเรือท้องแบบเข้าไปแจกจ่ายประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง ที่ถูกน้ำท่วมสูงโดยน้ำได้ท่วมขังพื้นที่ยาวนานกว่า 3 เดือน การเดินทางต้องใช้เรือเป็นพาหนะ ทำให้การเดินทางไปสถานพยาบาลไม่สะดวก คณะแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจจึงลงเรือเพื่อให้บริการทางการแพทย์ถึงบ้าน ทั้งการตรวจรักษาโรคทั่วไป แพทย์จิตวิทยา เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ซึ่งส่วนใหญ่พบว่ามีโรคน้ำกัดเท้า ไข้หวัด และอาการเครียดเนื่องจากน้ำท่วมเป็นเวลานาน

        สำหรับการลงพื้นที่ของคณะแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ในสี่อำเภอที่ประสบอุทกภัยของจังหวัดพิจิตร ประกอบด้วย อำเภอบางมูลนาก สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง และอำเภอบึงนาราง โดยแต่ละจุดจะมีการตั้งหน่วยบริการเคลื่อนที่และลงพื้นที่เยี่ยมเยือนประชาชนถึงบ้านเพื่อตรวจรักษาและแจกจ่ายยาที่จำเป็นในการรักษาโรคให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยเพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพใช่วงอุทกภัยนี้

 

น้ำท่วมนครสวรรค์ยังวิกฤต ผนวกกับน้ำฝนเสริม

        สถานการณ์น้ำท่วมที่นครสวรรค์ ซึ่งท่วมมานานเกือบ 2 เดือนแล้ว ต่อมาเขื่อนภูมิภพลเร่งระบายน้ำมากขึ้นทำให้น้ำจากแม่น้ำปิงไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านหลายแห่งอย่างกระทันหัน ช่วงระยะเวลา 2 วันน้ำขึ้นเกือบ 2 เมตร โดยเฉพาะหมู่บ้านดรีมแลนด์ หมู่บ้านเอื้ออาทร1-2 หมู่บ้านสุขสวัสดิ์ 12 หมู่บ้านศรีมาย ชาวบ้านขนย้ายของไม่ทัน ทิ้งรถจมน้ำหลายสิบคัน

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม น้ำยังเพิ่มระดับสูงขึ้นไม่ขาด บ้านหลายหลังน้ำท่วมจมมิดถึงหลังคา หลายครอบครัวขนย้ายสิ่งของ ย้ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์จำนวนหลายร้อยคัน ออกมากอง มาจอดข้างถนนพหลโยธิน บริเวณโรงปูนตรานกอินทรีย์ ซึ่งถนนพหลโยธินเป็นเส้นทางสายเดียวที่เหลืออยู่ในการเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือ ทำให้มีปริมาณรถจำนวนมาก ส่งผลให้รถติดอย่างหนัก จราจรต้องมาระบายรถ

        ส่วนการเดินทางเข้า-ออกจากบ้านของประชาชนต้องใช้เรือ ขณะเดียวกันฝนก็ยังตกหนัก และน้ำไหลล้นข้ามถนนพหลโยธิน บริเวณบริษัทโตโยต้า สาขานครสวรรค์ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 6 ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดการจราจรขาขึ้นบริเวณปั้มน้ำมันเชลล์ หน้าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ ให้เข้ามาวิ่งสวนกันในขาล่อง และให้รถวิ่งกลับทางขาขึ้นบริเวณหน้าบริษัทโตโยต้า สาขานครสวรรค์ จากการที่น้ำไหลผ่านข้ามถนนดังกล่าวไหล่ถนนเริ่มทรุด น้ำยังไหลแรง และรถที่วิ่งขึ้น-ล่องติดเป็นอัมพาตยาวหลายกิโลเมตร

        ด้านการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ได้นะรถแบคโฮมาขุดดิจทำคันกั้นน้ำที่กำลังไหลล้นอย่างแรง ส่วนการเตรียมการดูแล ทางจังหวัดนครสวรรค์ นายชัยโรจน์ มีแดง ผวจ.นครสวรรค์ ได้ทำหนังสือประสานงานขอใช้สถานที่ให้ผู้อพยพภัยน้ำท่วมมาพักที่ รร.นครสวรรค์ รร.อนุบาลเมืองนครสวรรค์ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์วัดคีรีวงศ์ และสนามกีฬาจังหวัดนครสวรรค์แล้ว โดยในขณะนี้พ่อค้า-แม่ค้าจากตลาดริมปิง ต้องย้ายมาขายของที่สนามกีฬาจังกวัดเป็นการชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำปิงสูงขึ้นจนทางตลาดไม่สามารถป้องกันได้ ต้องย้ายตลาดทันที

 

ผู้ว่าฯ กทม. หวั่นแนวกั้นน้ำ ทต.หลังหกแตก ส่ง จนท. 300 ช่วย

        ที่แนวกั้นน้ำเขตเทศบาลตำบลหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี มรว.สุขุมพันธ์ บริพัทร์ ผู้ว่า กทม.พร้อมคณะ ได้มาตรวจจุดแนวกั้นน้ำเขตตำบลหลักหก ซึ่งมีแนวกั้นน้ำต่อจากหมู่บ้านเมืองเอกประมาณ 400 เมตร มีแนวกั้นน้ำเพียงชั้นเดียว และน้ำได้ไหลซึมเข้าพื้นที่ชั้นใน และถนนมีแนวกั้นเพียงชั้นเดียวทำให้ทางกรุงเทพมหานครกลัวว่าพื้นที่จุดนี้เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เขตดอนเมืองส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่โยธา สำนักงานเขตดอนเมือง และสำนักการระบายน้ำ กทม.จำนวนกว่า 300 คน มาช่วยเสริมคั้นกั้นน้ำให้สูงขึ้นจากเดิมโดยเฉพาะที่ประตูน้ำคลองเปรมประชากร ซึ่งเป็นหน้าด่านรับน้ำจากคลองรังสิตไปกรุงเทพ หากประตูน้ำจุดนี้พังลงกรุงเทพจะจมน้ำทันที

        ทางด้านนายสมพงษ์ ศรีอนันต์ นายกเทศมนตรีตำบลหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้กล่าวว่าเมื่อวานนี้ แนวกั้นน้ำเข้าปากทางเมืองเอกมีกระสอบทรายพังหลายจุดทำให้น้ำเข้าท่วมถนนโชคดีที่แนวรั้วหมู่บ้านมีคันดินกั้นไว้เป็นจุดที่สอง น้ำจึงไหลเต็มถนนและน้ำบางส่วนได้ไหลเข้าแนวบ้านประชาชนที่ปลูกติดหมู่บ้านน้ำเลยไหลเข้าหมู่บ้านเมืองเอกไปบางส่วน แต่ขณะนี้ได้ทำการอุดรอยรั่วน้ำไหลเข้าได้แล้ว แต่ในส่วนต่อหมู่บ้านเมืองเอก เป็นถนนออกไปที่ถนนโรคัสโรสได้แต่มีแนวกั้นเพียงฝั่งเดียว หากแนวกั้นน้ำแตกออกจะทำให้น้ำไหลเข้ากรุงเทพลงคลองเปรมประกรไหลเข้ากรุงเทพได้ ทำให้ กทม.ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยป้องกันน้ำตรงจุดนี้.