ข่าว

'เทพไท'ชี้'2รมต.'ย้ายพนง.'อสทม.'ผิดรธน.

'เทพไท'ชี้'2รมต.'ย้ายพนง.'อสทม.'ผิดรธน.

08 ต.ค. 2554

'เทพไท' ย้ำรัฐมนตรีไม่มีอำนาจโยกย้ายพนักงาน บมจ.อสมท. ชี้เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ 3 มาตรา จวกแทรกแซงสื่อชัดเจน ถามจุดยืน'ยิ่งลักษณ์' กรณีรุกแก้พ.ร.บ.กลาโหม ซัดพท. ได้คืบเอาศอกหวังรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ

          8 ต.ค.54 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (เงา) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณายื่นถอดถอน น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่ากากรระทรวงการคลัง กรณีใช้อำนาจหน้าที่เข้าแทรกแซงในการโยกย้ายพนักงานใน บมจ. อสมท.ว่า ได้นำเอกสารสำเนาที่เป็นหนังสือการและหารือของบุคคลทั้งสอง รวม 2 ฉบับ

          คือ หนังสือจากสำนักนายกฯฉบับที่ นร.0405/9593 และหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ที่กค.0806.1/3944 พิจารณาในฝ่ายกฏหมายของพรรคแล้ว พบว่า เข้าข่ายกระทำความผิดมาตรา 48 , 266 และ 268 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐมนตรีทั้งสองอาจมีข้ออ้างว่าสามารถใช้อำนาจ ตาม พ.ร.บ.การบริหารราชการแผ่นดินได้ แต่การโยกย้ายแต่งตั้งที่ฝ่ายการเมือง จะเข้าพิจารณาหรือยุ่งเกี่ยวได้คือในกรณีของผู้บริหารองค์กรระดับสูง ซี 11 เท่านั้น

          นายเทพไท กล่าวอีกว่าในกรณีนี้ฝ่ายกฏหมายพรรคตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่มีกฏหมายใดที่ให้อำนาจรัฐมนตรี สามารถระงับหรือแต่งตั้งโยกย้าย ผู้บริหารหรือพนักงานของบริษัทมหาชน ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ และบริษัทดังกล่าวก็อยู่ในฐานะสื่อสารมวลชน ไม่ใช่เป็นเพียงรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ การเปลี่ยนแปลงใดๆในบริษัทมหาชน ต้องเป็นมติของผู้ถือหุ้นใหญ่เท่านั้น ไม่ใช่รัฐมนตรีจะถือโอกาสเข้าไปล้วงลูกตามอำเภอใจ

          ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่จับได้ไล่ทันว่า รัฐบาลชุดนี้ได้เข้าไปแทรกแซงสื่อ โดยพยายามที่จะแทรกแซงในระดับฝ่ายบริหารสั่งการขององค์กรให้โยกย้ายพนักงานในอสมท. ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมการแทรกแซงสื่อเหมือนในยุครัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยใช้ได้ผลมาแล้ว

 

'ปชป.'ซัด'พท.'รุกแก้พรบ.กลาโหมหวังแทรกแซงกองทัพ

          นายเทพไท  เสนพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายประชา ประสพดี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุจะนำเรื่องการขอแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม ปี 2551 เข้าพิจารณา โดยจะเรียกผบ.เหล่าทัพเข้าชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นท่าทีหรือจุดยืนของพรรคเพื่อไทย หรือไม่อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ได้แสดงจุดยืนต่อกรณีนี้ให้ชัดเจน ไม่อยากให้มีการเล่นละครสวมบทตีสองหน้า เหมือนในอดีตที่ผ่านมา และจะต้องพิจารณาดูว่าการนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการมีความเหมาะสมหรือไม่ เพียงใด

          “การที่จะเรียกผบ.เหล่าทัพและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาบี้ ในคณะกรรมาธิการฯ ไม่ใช่เรื่องเหมาะสม  ถ้าพรรคเพื่อไทยมีความบริสุทธิ์ใจก็ควรให้กรรมาธิการทหารฯ เป็นเจ้าภาพ ในการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความเห็นและหาข้อดี ข้อด้อยมากกว่าที่จะเรียกนายทหารมาไล่ต้อน เพื่อชำระความแค้นส่วนตัวในคณะกรรมาธิการฯ 

          จึงขอให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ตระหนักและคำนึงถึงบทบาทหน้าที่ ว่ามีขอบเขตในการทำงานมากน้อยแค่ไหน ไม่ควรที่จะใช้พ.ร.บ.คำสั่งเรียกบุคคลมาชี้แจงในกรรมาธิการ ส.ส.และสว.มาเป็นเครื่องมือบังคับใช้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความแตกแยก จึงขอให้สังคมจับตามองว่า กรณีนี้พรรคเพื่อไทยมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ หลังจากที่มีความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยพยายามเข้าไปแทรกแซงบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปีและแต่งตั้งตำแหน่งนายทหาร ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)”  นายเทพไทกล่าว 

          นายเทพไท  กล่าวอีกว่า   อยากจะถามว่าถ้ากฏหมายข้าราชการกลาโหมมีปัญหาในการบังคับใช้จริง เหตุใดในยุครัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จึงสามารถปฏิบัติใช้ได้โดยไม่เกิดปัญหา เป็นไปได้หรือไม่ว่า ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ทำตามใบสั่ง จะใช้ตำราได้คืบเอาศอก
                “ หลังจากที่เลือกตั้งคุมอำนาจรัฐแบบเบ็ดเสร็จ ก็ยังเหลือเพียงสถาบันทหาร กองทัพที่ยังไม่สามารถแทกแซงหรือสั่งการได้ เพียงองค์กรเดียวจึงพยายามที่จะรุกคืบขอแก้ไขเปิดทางให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงได้ ทั้งที่ข้อเท็จจริงควรที่จะให้กองทัพมีความเป็นอิสระเพราะเป็นสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องความมั่นคงของชาติ ถ้าถูกการเมืองแทรกแซงกองทัพก็จะอ่อนแอและล้มเหลวในการทำหน้าที่เป็นป้องกันประเทศ” นายเทพไทกล่าว