ข่าว

'มาร์ค'หนุนตั้งศปภ.แนะยุบ2P2R

'มาร์ค'หนุนตั้งศปภ.แนะยุบ2P2R

08 ต.ค. 2554

'มาร์ค' หนุนตั้ง ศปภ. ชี้ 'ยิ่งลักษณ์'ควรบัญชาการเอง แนะยุบ คณะอนุกรรมการ 2 P 2 R ป้องกันงานซ้ำซ้อน ชี้จำเป็นต้องมีหน่วยงานดูภัยพิบัติโดยเฉพาะและต่อเนื่อง ปัดตอบ 'พิธีไล่น้ำ' ของกทม.

      8 ต.ค. 54  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาล เปิดศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศ.ป.ภ.) ขึ้นที่สนามบินดอนเมือง เพราะจะมีความชัดเจน และหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้ามาเป็นผู้บัญชาการศูนย์ด้วยตัวเอง ก็จะเป็นศูนย์รวมที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล จึงอยากจะเสนอ 2 เรื่องต่อรัฐบาล เพื่อให้ระบบมีความกระชับและการแก้ไขปัญหาได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 1 ที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการขึ้นจำนวนมาก  เมื่อมีศ.ป.ภ.แล้ว ควรยุบคณะกรรมการอื่นๆลง เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนและมีความชัดเจนว่าปัญหาจะวิ่งมาตรงไหน  เพราะบางกลไกที่ตั้งขึ้นมา ทำให้มีสายบังคับบัญชาที่ล่าช้า และหลายชั้นจนเกินไป เช่น คณะอนุกรรมการ 2 P 2 R ที่จะกลายเป็นอุปสรรคในการทำงาน

      หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอที่ 2 คือ การตั้งศูนย์ในแต่ละจังหวัด ความต้องการขณะนี้ คือการบริหารจัดการที่ส่วนหน้า ถ้าศูนย์จังหวัดตั้งอยู่เฉพาะที่ศาลากลาง อาจจะยังไม่ตรงนัก เช่น จะต้องมีศูนย์ที่สามารถบริหารจัดการ และสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ได้ว่า เมื่อมีภัยเกิดขึ้น ใครที่อยู่หมู่บ้านไหนจะส่ามารถอพยพไปอยู่ที่ไหนได้ และจะมีการจัดระบบการช่วยเหลือเข้าไป รวมถึงการสำรวจว่ามีการช่วยเหลือทั่วถึงหรือไม่ ซึ่งต้องมีการจัดวางระบบ การรายงานในพื้นที่เข้ามา ตั้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือกลไกอื่นของรัฐ ตนอยากให้รัฐบาลเร่งทำทั้ง 2 เรื่องนี้

      นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า ในวันจันทร์ ที่ 10 ต.ค.นี้ ตนได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เงา พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจัดทำข้อเสนอเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการเรื่องน้ำท่วม เพราะต้องยอมรับว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วง

      ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่พรรคเพื่อไทย เสนอให้ตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ำ โดยนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำมารวมกัน  ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวว่า  ต้องแยกระหว่างเรื่องการมีหน่วยงานดูแลการบริหารน้ำซึ่งเป็นอีกเรื่อง แต่หน่วยงานที่จะต้องมารับมือกับภัยพิบัติเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมตั้งแต่ ปี 2553 และต่อเนื่องมาต้นปี 2554 รัฐบาลชุดที่ผ่านมามีความคิดที่ยกระดับหน่วยงานเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพราะเป็นหน่วยงานที่จะต้องรับมือมากขึ้น

      “ ประสบการณ์ของเรากับต่างประเทศเห็นชัดเจนว่า ความจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบเรื่องของภัยพิบัติโดยเฉพาะนั้น มีความสำคัญ และต้องทำงานต่อเนื่อง รวมทั้งการซักซ้อมแนวปฎิบัติกับประชาชน การอพยพ การเผชิญภัยต้องทำอย่างไร ซึ่งข้อเสนอนี้ก็ต้องแยกระหว่างเรื่องแบบนี้ กับเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนเฉพาะหน้า วันนี้จะมาถกเถียงในเรื่องโครงสร้าง แต่ปัญหาของประชาชนที่เป็นปัญหาเร่งด่วนยังไม่มีกลไกมาดูแลได้ ก็จะยิ่งวุ่นวายเข้าไปใหญ่” นายอภิสิทธิ์กล่าว

      ผู้สื่อข่าวถึงปัญหาในการจัดการน้ำและการระบายน้ำทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์  กล่าวว่า ทางพรรคได้ประสานกับ กทม.ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ ซึ่งมีหลายส่วนที่ต้องดู เช่น พื้นที่ริมแม่น้ำต้องต้องมีมาตรการดูแลเป็นพิเศษ  โดยจุดที่เสี่ยงมากจะอยู่ที่ภาคตะวันออกของ กทม. ส่วนปัญหาจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา จะต้องปรับปรุงการระบายน้ำให้เร็วที่สุด  นอกจากนี้จะมีการประสานงานกับรัฐบาลถึงการบริหารจัดการน้ำที่ลงมาจากทางเหนือ ซึ่งทุกฝ่ายต้องการระบายน้ำให้ลงทะเลโดยเร็ว ซึ่งต้องมาดูว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดความเสียหาย ส่วนปัญหาความขัดแย้งระหว่างหมู่บ้านนั้น ก็ต้องช่วยกันอธิบาย และต้องมีแนวทางที่จะเยียวยาผู้ที่มารับภาระตรงนี้ รวมถึง
การดูแลและเยียวยาภาคแรงงานและอุตสาหกรรม

      ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กทม.จะทำพิธีไล่น้ำ เพื่อขอให้พระแม่คงคาทำให้ระดับน้ำในกทม.ลดลง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ได้แต่ยิ้มโดยไม่ยอมตอบคำถาม พร้อมกับเดินเลี่ยงไปทันที

 

 

ปชป.แนะรัฐจัดทำมาตรการบรรเทาทุกข์เร่งด่วน

      นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลในการตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เนื่องจากต้องการให้รัฐบาลมีหน่วยงานรับผิดชอบ แก้ไขปัญหาอุทักภัยที่ชัดเจนว่า  แม้การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวจะช้าไปสักนิด แต่ก็ยังดีที่รัฐบาลยังกลับตัวทัน โดยเห็นว่าทั้งนี้เมื่อมีศปภ. รัฐบาลต้องพิจารณาถึงความจำเป็นของการมีกลไกอื่นเพื่มเติม เนื่องจากการมีหน่วยงาน และโครงสร้าง การทำงานที่มากเกินไป และซ้ำซ้อนกัน อาจทำให้เกิดความสับสนและเกิดความล่าช้า ในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ทั้งนี้ศปภ. ควรทำงานเชิงรุก เตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหา หรือปริมาณน้ำเข้ามาสู่พื้นที่ใดก่อน แล้วค่อยหาทางแก้ไข แผนอพยพประชาชน ในแต่ละจุดเสี่ยงควรมีความพร้อมแต่เนิ่นๆ รวมถึง สถานที่พักอาศัย อารหาร 3 มื้อ และปัจจัย 4 อื่น ต้องได้รับการเตรียมพร้อม และจัดหาไว้อย่างเพียงพอกับประชาชน

      นายชวนนท์  กล่าวอีกว่า ขอเสนอแนะว่าควรให้จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า ในแต่ละจังหวัด เพื่อเป็นจุดรับส่งข้อมูลและสถานการณ์ ฉุกเฉินในพื้นที่ จำนวนประชาชนที่ได้รับความเดือร้อน ปริมาณน้ำในแต่ละวัน ความต้องการปัจจัยต่างๆ และการประสานงานกับส่วนกลาง ในการให้ความช่วยเหลือ ประชาชนอย่างทันท่วงที  รัฐบาลต้องมีความจริงจัง จริงใจ เข้าใจ ถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน กล้าพูดความจริงกับประชาชน และต้องระดมสรรพกำลัง ทุกภาคส่วนของสังคมในการร่วมมือ รับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

      โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวต่อว่า  พรรคฯยินดีที่จะสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรที่จะเตรียมพร้อมในการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นเพิ่มเติมในอนาคต จัดระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ  เพื่อสามารถระบุปริมาณน้ำที่เพิ่มเติมเข้ามา และสามารถแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที  นอกจากนี้จะต้องเตรียมมาตรการบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนชน ทั้งในระหว่างประสบภัยและหลังสถานการณ์อุทกภัย มาตรการเยียวยาฟื้นฟู ความเสียหายทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ต้องมีการเตรียมความพร้อม เช่น มาตรการทางเศรฐกิจ ที่จะบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ต้องมีการจัดสรรงบประมาณในส่วนดังกล่าว ดีกว่าใช้ภาษี 30,000 ล้านบาทไปสนับสนุนรถคันแรก ซึ่งอาจจะไม่มีความจำเป็นในปัจจุบัน

      “ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาล สนใจปัญหาของประชาชน มากกว่าปัญหาของพวกพ้อง หรือปัญหาทางการเมืองอื่นๆ ที่ประโยชน์ไม่ได้อยู่ที่ประชาชน ซึ่งการออกมาเคลื่อนไหวแก้ไขพ.ร.บ.กลาโหม ซึ่งสร้างความเคลือบแคลงให้กับสังคม และอาจจะก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มมากขึ้นการระดมความคิดเห็นเพื่อหาข้อเสนอแนะในขณะนี้ ควรเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่เสนอความเห็นเพื่อช่วยเหลือบุคคลใด บุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ และควรพิจารณามาตรากรทางเศรฐกิจอื่นๆที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ต้องจัดสรรงบประมาณในการเตรียมมาตรการฟื้นฟูสภาพจิตใจ สภาวะแวดล้อมทางสังคม รวมทั้งการบูรณะซ่อมแซมสาธารณูปโภค โบราณสถาน สิ่งก่อสร้าง และวัตถุต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

 


ศปภ.ออกคำสั่งฉบับที่หนึ่งให้หน่วยราชการทุกสังกัดให้พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม

      พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ศปภ. พร้อมที่จะรับและการช่วยเหลือผู้ประสพภัยอย่างทันท่วงทีและทันต่อเหตุการณ์เพราะขณะนี้ปัญหาอุทกภัยได้ลุกลามกลายเป็นปัญหาวิกฤตใหญ่ของประเทศไปแล้วโดยเฉพาะจังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนักรวมถึงกรุงเทพมหานคร ที่ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 15-17 ต.ค.เป็นช่วงน้ำทะเลหนุนผนวกกับพายุที่ยังมีอิทธิพลเป็นร่องความกดอากาศต่ำพัดผ่านประเทศไทยอยู่และส่งผลให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ที่ประสพอุทกภัยอยู่แล้ว เช่น ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง

      ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจึงแต่งตั้งรัฐมนตรี 8 รายเป็นผู้สั่งการและอำนวยการแทนเพื่อความช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันต่อเหตุการณ์โดยมีตนเป็นผู้อำนวยการคนที่ 1 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งทั้งหมดสามารถสั่งการได้ทันที เพราะนายกฯต้องการให้ความเดือดร้อนของประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างดีที่สุด โดยเหตุการณ์ทุกอย่างจะต้องรายงานเข้ามายังศปภ. และศปภ.จะรายแจ้งให้กับประชาชนได้ทราบตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อสามารถเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือได้ทันท่วงทีภายในท่าอากาศยานดอนเมืองได้จัดเตรียมไว้โดยอาคารผู้โดยสาร 1 จะเป็นที่จุดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือและรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนและเป็นคลังอาหารสำรองไว้สำหรับแจกจ่ายประชาชนได้ทั่วประเทศและคลังสินค้าที่ 3 และคลังสินค้าที่ 4 จัดเป็นแหล่งที่พักชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ไร้ที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถรองรับได้จำนวนมาก สำหรับอาคารจอดรถมีทั้งหมด 5 ชั้นสามารถจอดรถได้ 400-500 คันพร้อมแล้วเปิดรับฝากจากประชาชนตั้งบัดนี้เป็นต้นไป

      จากนั้น พล.ต.อ.ประชา ได้เปิดประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนส์กับนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา และนายวีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าฯปทุมธานี โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายพะนาย สุวรรณรัต ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมหารือ โดยพล.ต.อ.ประชา กล่าวกับผู้ว่าฯอยุธยา ว่า ปัญหาเรื่องการอพยพ มองว่าไม่เร่งด่วนเพราะน้ำเริ่มทยอยเข้ามาช้าลงตนจับตาดูตั้งแต่เวลา 21.00 น.เมื่อคืนจนถึงขณะนี้ ขอสั่งการให้เร่งบูรณะคันกั้นน้ำให้กลับมากันน้ำได้เป็นปัญหาเร่งด่วน และตั้งเครื่องสูบน้ำ นำรถแม็กโครไปทำเสริมคัน ด้านอธิบดีกรมชลประทาน เสนอว่าถ้าใช้หินคลุก 7,000 คันทำคันกั้นน้ำสามารถยันเขตเศรษฐกิจและนิคมอุสาหกรรมในพระนครศรีอยุธยาไว้ได้ สำหรับรถหินคลุก 7,000 คันประสาน รมว.อุตสาหกรรมไปแล้ว กรมชลประทานเสนอซ่อมคันกั้นน้ำอีก 10 จุดได้นัดกันแล้ว ตนประสานโดยตรง เหลือแต่การติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ตนได้สั่งการให้ตำรวจตระเวนชายแดน 150 นายพร้อมเรือท้องแบนและอุปกรณ์กู้ภัย พร้อมกำลังตำรวจน้ำ ตำรวจมนุษย์กบอีก 60 นาย พร้อมชุดปฏิบัติการเรือ 12 ลำ ไฟฉาย ชูชีพ ปฏิบัติการพร้อม เข้าไปช่วยอยุธยาบ่ายวันนี้ ใช้ช่วยเหลือประชาชนรอบเกาะเมืองให้ผู้ว่าฯใช้ได้เลย เรื่องไฟฟ้าสั่งการให้ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปดำเนินการทันทีหากล่าช้าให้แจ้งมาที่ตนทันที 
      นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้ประสานนำรถบรรทุกหินคลุกแล้วจะมาจากนครสวรรค์ และสั่งการไฟฟ้าภูมิภาคให้ประสานผู้ว่าฯอยุธยาโดยเร็ว ถ้าไม่ไปภายในเวลากระชั้นชิดให้รายงานเข้ามาที่ ศปภ. ขณะนี้ถือว่าเขตเกาะเมืองกู้ได้ดี มีน้ำเข้ามาในพื้นที่เพียง 20 เปอร์เซนต์ถือว่าทำได้ดีเกินคาด สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว พยายามกู้เกาะเมืองให้มากที่สุด ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยระบายเร่งด่วนภายในวันนี้ กู้คืนได้ 70 เปอร์เซ็นต์แล้วถือว่าทำได้ดีเกินคาด นายอุกฤติ ถาวรไตรบุญ ผู้อำนวยการส่วนบริหารกรมชล ไปให้คำแนะนำผู้ว่าฯอยุธยาว่าจะป้องกันเขตนิคมอุตสาหกรรมอย่างไรใช้หินคลุก 7,000 คันไปเสริมอย่างไร โดยกรมชลฯจะเข้สพื้นที่ภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 นาทีจากนี้

      ด้านนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา กล่าวถึงปัญหาวิฤกติของอยุธยาขณะนี้คือ การขนย้ายผู้อพยพจากน้ำท่วมเข้ามาใหม่ คนเพิ่มเรื่อยๆขณะนี้อาหารการกินน้ำดื่มพอสู้ไหว ไม่เป็นปัญหา และได้จัดเจ้าหน้าที่ช่วยคนที่ติดตามบ้านจุดต่างๆ ที่ออกมาไม่ได้ ขณะนี้รอบเกาะเมืองเดือดร้อนมากวิกฤติกว่าในเกาะเมืองน้ำสูงมากมาจากลพบุรีโดยตรง ได้ใช้หน่วยเคลื่อนที่เร็ว ทหารเรือเป็นแนวหน้า และทหารบกใช้รถยีเอ็มซี เข้าไปรับส่งประชาชนจากบริเวณนอกเกาะมาที่ศูนย์ราชการ ยุทธศาสตร์จังหวัดเอาถนนไว้เป็นแนวป้องกันเกาะเมืองไว้ได้ 2 เดือน และไม่ควรไปพูดว่านโยบายแบ่งน้ำมันผิดหรือถูก อย่างไรก็ต้องมีคนอยู่ในน้ำและอยู่ในที่แห้ง เพราะต้องกันเขตเศรษฐกิจไว้ให้ได้ก่อน หลังจากบ่ายวันนี้อยุธยาจะวิกฤติที่สุดเพราะน้ำเข้าไปเต็มพื้นที่ระดับน้ำสูงเร็วมาก เย็นนี้วิกฤติแน่พื้นที่ส่วนใหญ่ยังมีระดับน้ำต่ำกว่าลำน้ำ 1-2 เมตรขึ้นไป ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในเกาะเมืองแล้ว

      นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า จ.พระนครศรีอยุธยา ยังไม่อพยพประชาชน สถานการณ์สองวันที่ผ่านมาน้ำทะลักเข้าเกาะเมือง ตนติดใจมากเพราะตนลงไปดูด้วยตัวเองยังไม่ถึงขนาดนั้น ซึ่งเมื่ออพพยมาแล้ว 500-600 คนย้ายไปแล้วไม่เป็นไร ขอเสนอว่าควรนำกำลังคนย้ายไปทำที่อื่น ตนมองว่า จ.อยุธยา วางยุทธศาสตร์ที่ผิดตั้งแต่แรก ที่แบ่งพื้นที่น้ำท่วมกับน้ำไม่ท่วม คนไม่ท่วมก็สบายแต่คนท่วมมิดหัว ควรปล่อยให้น้ำสองฝั่งเท่ากันไม่ควรให้ห่างต่างระดับกันเป็นเมตรในทางเทคนิคมันผิด ต้องไปดูกู้ได้แค่ไหน ทำให้ถนนด้านนอกที่น้ำท่วมไม่เกิน 50 เซนติเมตร กู้ให้เปิดถนนให้ได้ ถนนจะโล่ง ให้ชาวบ้านไปมาได้ จะอพยพขึ้นมาอยู่บนถนนก็ได้ โดยให้ถนนเป็นเกาะตรงกลางเอาหินคลุกลงกันคันถนนทำซ้ายขวา อยากจะเรียนเป็นพิเศษ ว่าขณะนี้ชาวบ้านต้องการทรายมาก และขอให้ขนทรายมา จ.ปทุมธานี เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้ากรุงเทพฯ และขอตำรวจ ให้ไปจับพวกขายเกินราคาด้วยมาซ้ำเติมความเดือดร้อนของชาวบ้าน

      ต่อจากนั้น พล.ต.อ.ประชา ได้ออกแถลงคำสั่งปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ฉบับที่ 1/2554 ลงนามโดยพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหรือ ศปภ. ออกคำสั่งครั้งที่ 1 ขอให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร หน่วยตำรวจ ในพื้นที่ประสบอุทกภัยและจังหวัด ใกล้เคียง พิจาราณาสนับสนุนรองรับช่วยเหลือดูแลประชาชน ทั้งช่วยหาที่จอดยานพาหนะ ปกป้องทรัพย์สินประชาชน ให้การรักษาพยาบาล จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย ข้อสอง ขอให้หัวหน้าส่วนราชการในทุกจังหวัดที่ประสบอุทกภัยนำผกำลังพลและเครื่องมือออกไปปฏิบัติการสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ให้ถือว่าการเป็นการปฏิบัติราชการและให้ปฏิบัติการใกล้ชิดกับผู้ว่าจังหวัดนั้นๆ เป็นคำสั่งที่ 1 ของ ศปภ. ที่ออกคำสั่งให้หน่วยราชการรับปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้ไปต้นไป

      ด้านนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าฯปทุมธานี กล่าวว่า เราต้องเสริมและป้องกันคันกันน้ำไว้ให้ได้เพื่อไม่ให้น้ำทะลักเข้ากรุงเทพฯ ปัญหาขณะนี้กำลังขาดทรายและกระสอบทรายอย่างหนักมีเงินก็หาซื้อไม่ได้ ขณะนี้จังหวัดประกาศขอรับบริจาคกระสอบทรายและทราย ใครบริจาคให้มาโยนไว้หน้าศาลากลาง มีกำลังทหารมาบรรจุกระสอบทราย 500 คนจะนำทรายไปมอบ อบต.ต่างๆที่เป็นจุดเสี่ยงภัยเสริมคันหากเอาไม่อยู่ นิคมอุตสาหกรรม บ้านจัดสรร จะทำให้คนกรุงเทพฯ เดือดร้อนไปด้วย เรียนตามตรงว่าเอาอยู่อีก 1 วัน แต่ต่อไปจะทำอย่างไร ไม่ทราบว่าจะนำทรายจาก จ.กาญจนบุรี ขนทรายมากอง เพราะปทุมธานีมีวังจักรกรีบงกช ที่เราต้องป้องกันเต็มที่ และมี ปัญหาเดียวกันขาดทราย วันนี้ต้องการอาสาสมัคร ประชาชนอยากมาช่วยการกรอกทรายหน้าศาลากลางให้เร่งมาช่วยกันทันที อย่างอื่นไม่ต้องการ จ.ปทุมธานีช่วยตนเองได้เราขาดทั้งกระสอบและทราย ซึ่งต้องเสริมคันตลอด เพราะเริ่มยุ่ยแล้ว โดยเฉพาะคันคลองรังสิต คลองประยูรรังสิต ต้องทำให้ได้เพื่อไม่ให้น้ำบ่าเข้ากรุงเทพฯเตรียมขอใช้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฟิวเจอร์ปารค์ เซียส์ รังสิต เป็นที่จอดรถของประชาชนชาวปทุมธานีบรรเทาประชาชนในระยะสั้นระยะยาว ขอทรายมาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

      พล.ต.อ.ประชา กล่าวต่อว่า ตนสั่งการอธิบดีกรมราชทัฑณ์และผบ.เรือนจำให้ผู้ต้องขัง 200 รายผู้มีประพฤติดี 100 รายลงไปช่วยกรอกทรายที่ จ.ปทุมธานี และอาสาสมัครคุมประพฤติลงไปช่วยด้วย กองทัพบกนำมาให้ และให้ทีมงานขอรับบริจาคเอกชนด้วย พร้อมสั่งการกำลังตำรวจสอบสวนกลาง 150 นายพร้อมเรือท้องแบบ อุปกรณ์ ไฟฉาย เรือชูชีพ ใช้ผู้ว่าฯได้เลยดูแลทรัพย์สินช่วยเหลือประชาชน ซึ่งกำลังตำรวจเข้าพื้นที่ 15.00 น.วันนี้ เรายืนยันจะช่วยเหลือประชาชนเร็วที่สุด จังหวัดใดขาดแคลนข้าวปลาอาหารแจ้งมาที่ศูนย์ทันที นอกจากนี้ทางกองทัพบกได้แจ้งแล้วว่า จะนำกระสอบทรายจำนวน 1 แสนกระสอบไปมอบให้ทาง จ.ปทุมธานี