ข่าว

'สุขุมพันธุ์'สั่งซ้อมแผนอพยพคนกรุง

'สุขุมพันธุ์'สั่งซ้อมแผนอพยพคนกรุง

08 ต.ค. 2554

'สุขุมพันธุ์'เรียกประชุมผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซักซ้อมแผนอพยพ ปชช.ป้องกันเหตุน้ำท่วมฉับพลัน

      8 ต.ค.54 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวขณะลงพื้นที่ตรวจประตูระบายน้ำคลองเปรมประชากรใต้ พื้นที่ อบต.หลักหก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อ ดอนเมือง-ปทุมธานี โดยระบุว่า ปริมาณน้ำในคลองรังสิต มีปริมาณสูงกว่าพื้นที่ชั้นใน กทม. ประมาณ 1.80 ซ.ม. โดยได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่เสริมแนวคันกั้นน้ำให้เพิ่มความสูงจากเดิม 20 ซ.ม. เพราะเป็นจุดที่น่าเป็นห่วง

        ขณะเดียวกัน ช่วงบ่ายวันนี้ จะเรียกประชุมผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซักซ้อมแผนอพยพประชาชนของ กทม. ซึ่งขณะนี้มีจุดเสี่ยง 27 ชุมชน โดยเฉพาะคลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ และพื้นที่ทางทิศตะวันออกของ กทม. โดยเป็นการซักซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อม

         เนื่องจาก ไม่มีใครคาดคิดว่า จะเกิดน้ำท่วมขึ้นอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะการซ้อมอพยพคนแก่และเด็ก โดยจะใช้โรงเรือน ในสังกัด กทม. เป็นพื้นที่อพยพ ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในขณะนี้ สถานการณ์ยังอยู่ระดับเฝ้าระวัง แต่ก็ไม่ได้ประมาทแต่อย่างใด

        ทั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ระดับน้ำเมื่อคืน มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มม. ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ในพื้นที่ กทม. หลายจุด โดยในส่วนของถนนรัชดา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ เพิ่มเครื่องสูบน้ำอีก 1 เครื่อง จากเดิม 3 เป็น 4 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำลงคลองบางซื่อ พร้อมระบุว่า จุดดังกล่าวบริเวณรัชดา ถือเป็นจุดอ่อน เนื่องจากทุกครั้งที่ฝนตก ก็จะส่งผลให้น้ำท่วมขัง เป็นประจำ ขณะเดียวกันคาดว่า ภายใน 2 ช.ม. ปริมาณน้ำจะค่อย ๆ ลดลง ทางด้าน บริเวณแยกเกษตรนวมินทร์-ถนนพหลโยธิน ได้ให้ จนท. เร่งระบายน้ำออก

        อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เดินทางไปตรวจ ถนนพหลโยธิน หลัก 6 จุดเชื่อม จ.ปทุมธานี บริเวณริมคลองรังสิต ซึ่งมีระดับน้ำในคลองปริมาณมาาก ได้สั่งให้ เจ้าหน้าที่เสริมกระสอบทราย ทำแนวกั้นป้องกันน้ำไหลทะลัก พร้อมระบุว่า สถานการณณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงมาก กทม. ยังรับได้ ล่าสุด ถนนรัชดา น้ำลดลงบางส่วน การจราจรสัญจรได้ 2 ช่องทาง ระดับน้ำลดลงจากเมื่อเช้า รถสามารถสัญจรได้ 2 เลนขวาสุด แต่มีรถติดจำนวนมาก รถยังเคลื่อนตัวได้

 

 

เปิดศูนย์น้ำท่วมดอนเมืองครึ่งวัน ปชช.แห่โทรขออาหาร เรือ ชูชีพ สองหมื่นรายแล้ว

       ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของศูนย์ปฏิบัติการชวยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ.ที่อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเป็นศูนย์ช่วยเหลือประชาชนและรับแจ้งประสานงานกับจังหวัดที่ประสบอุทกภัยเป็นวันแรกว่าได้มีการติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องมือในการติดต่อสื่อสารและรถถ่ายทอดผ่านดาวเทียม จำนวนนับร้อยเข้ามาประจำการเพื่อรองรับข้อมูลและให้การช่วยเหลือทุกพื้นที่ทั่วประเทศที่แจ้งมายังศูนย์ โดยพร้อมนำข้อมูลแจงเตือนประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีหน่วยงานต่างๆเข้ามาทำหน้าที่รับข้อมูลซึ่งมีสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีเป็นแม่งาน นอกจากนี้บริเวณชั้น 1 อาคารผู้โดยสารได้เปิดเป็นศูนย์รับบริจาคสิ่งของจากผู้จิตศรัทธรา ทั้งนี้ได้เปิดอาคารจอดรถให้ประชาชนนำรถมาจอดซึ่งขณะนี้เต็มหมดแล้ว โดยมีรถเข้าจอดเต็มทุกพื้นที่กว่า 1 พันคันแล้ว รวมทั้งยังมีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาจำนวน 2 หมื่นราย ส่วนใหญ่จะเป็นประชาชนจากจังหวัดต่างๆโทรเข้ามาอย่างมากตั้งแต่เริ่มเปิดศูนย์ได้เพียงครึ่งวันเท่านั้น เพื่อขอความช่วยเหลือส่วนใหญ่ขออาหารที่รับประทานได้ทันที พร้อมเรือ และชูชีพ

 

ศปภ.เกณฑ์นักโทษชั้นเยี่ยมบรรจุทรายก่อคันกั้นน้ำ

       พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ได้สั่งการให้กรมราชทัณฑ์คัดเลือกนักโทษชั้นเยี่ยม ซึ่งใกล้ครบกำหนดโทษจำคุก จำนวน 100 คน ออกมาช่วยบรรจุทรายเพื่อใช้เป็นแนวคันกั้นน้ำในจ.ปทุมธานี นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทัณฑสถานหญิงปทุมธานี เตรียมนักโทษ 85 คน ช่วยงานหุงหาอาหารส่งออกไปเลี้ยงผู้ประสบภัย ในส่วนของศปภ.ดอนเมือง ได้นำนักโทษชั้นเยี่ยมจำนวน 20 คน ออกมาช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประสบภัยด้วย สำหรับเรือนจำที่ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมได้สั่งการให้ผู้บัญชาการเรือนจำติดต่อกับประธานเรือนจำในเขตต่างๆ เพื่อนำกำลังออกช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบภัย

       อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า ตนได้สั่งให้สำรวจนักโทษในเรือนจำทั่วประเทศ พบว่ามีผู้ต้องขังที่มีทักษะในด้านงานช่าง อาทิ ช่างไม้ ช่างปูน ช่างเหล็ก และช่างไฟฟ้า จำนวนมากกว่า 25,000 คน โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นนักโทษชั่นเยี่ยม ที่ใกล้ครบกำหนดโทษจำคุก หรือมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ สามารถจ่ายนอกออกมาทำงานบริการสาธารณะได้ประมาณ 3,000 คน ดังนั้นหลังน้ำลดกรมราชทัณฑ์จะส่งแรงงานผู้ต้องขังชั้นเยี่ยมออกไปซ่อมบำรุงและฟื้นฟูสภาพบ้านเรือนที่เสียหายจากน้ำท่วมขัง รวมถึงงานขุดลอกท่อระบายน้ำ

 


กทม.สรุปฝนถล่มกรุงน้ำท่วมสาหัส 17 จุด ‘รัชดาภิเษก’ หนักสุด

       ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสภาพน้ำท่วมบริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว ตั้งแต่ช่วงแยกรัชดา-ลาดพร้าว ถึงบริเวณศาลอาญารัชดา หลังจากน้ำได้ท่วมขังพื้นผิวจราจรทั้งขาเข้า-ออก มีระดับน้ำสูง 30-40 เซนติเมตร ซึ่งมีรถโดยสารประจำทางและรถยนต์ส่วนบุคคลจอดเสียอยู่กว่า 20 คัน เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาฝนตกลงมาหนักต่อเนื่อง สามารถวัดปริมาณได้ที่ 101 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นผิวจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ หลายจุด โดยสำนักการระบายน้ำเร่งสูบน้ำออกสู่คลองต่างๆ คาดว่าใช้เวลา 2 ชั่วโมง

       ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเวลา 03.00 น. วัดได้ถึง 101 มิลลิเมตร ทำให้พื้นที่ กทม.มีปัญหาน้ำท่วมขังรอระบายรวม 17 จุด โดยจุดวิกฤตอยู่ที่บริเวณถนนรัชดาภิเษก และแยกรัชดา-ลาดพร้าว จึงได้ระดมเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเสริม 4 จุด คาดว่าจะระบายน้ำออกได้หมดภายใน 2 ชั่วโมง โดยจะมีการส่งน้ำไปอุโมงค์พระรามเก้า-รามคำแหงที่สามารถระบายน้ำได้ถึง 80,000 ลูกบาศก์เมตรได้ ขณะที่น้ำท่วมในพื้นที่อื่นๆ คาดว่าจะระบายน้ำได้หมดใน 1 ชั่วโมง ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลการรับสถานการณ์น้ำเหนือนั้น ที่บริเวณคลองบางซื่อ พบว่าระดับน้ำไม่ได้เพิ่มสูงมากนัก กทม.ยังสามารถระบายน้ำได้ต่อเนื่อง

       จากนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เดินทางต่อไปยังแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณคลองรังสิตที่ประตูระบายน้ำหลัก 6 เทศบาลตำบลหลัก 6 จ.ปทุมธานี พร้อมกล่าวว่า จุดนี้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างจ.ปทุมธานีและกรุงเทพฯ โดยมีประตูระบายน้ำคลองเปรมใต้ที่ใช้ในการรับน้ำที่มาจากจ.ปทุมธานี กั้นอยู่ ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำในคลองรังสิตมีปริมาณน้ำที่ค่อนข้างสูง วัดจากประตูระบายน้ำคลองเปรมใต้ อยู่ที่ประมาณ 1.80 เมตร ซึ่งหากฝั่งเทศบาลตำบลหลัก 6 ปทุมธานีไม่เสริมกระสอบทรายเพิ่มเติม น้ำจากคลองรังสิตก็อาจจะทะลักเข้าสู่เทศบาลตำบลหลัก 6 จ.ปทุมธานีและพื้นที่ใกล้เคียงในกทม.ได้ ตนจึงสั่งให้นำกระสอบทรายมาเสริมเพิ่มเติมให้สูงถึง 80 เซนติเมตร ช่วงระหว่างคลองรังสิตฝั่งหลัก 6 เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าพื้นที่ดังกล่าว

       ขณะที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกทม. ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม.ว่า ได้เกิดฝนที่ตกตั้งแต่เวลา 01.00 น. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 17 จุด ระบายแล้วได้ 5 จุด ยังเหลือน้ำคงค้าง ปริมาณสูง 10-15 เซนติเมตร บริเวณถนนรัชดาภิเษก แยกรัชโยธิน แยกลาดพร้าว ถนนงามวงศ์วาน แยกเกษตร ถนนลาดพร้าว ซอยประดิษฐ์มนูธรรม ลาดพร้าว 22 ถนนพหลโยธิน แยกเกษตร ตลาดอมรพันธ์ ซอยเสนานิคม ถนนศรีนครินทร์ หน้าบริษัทกรีนสปอต และถนนนวมินทร์ บริเวณโรงเรียนบางกะปิ ถึงการเคหะแห่งชาติ