ข่าว

โจรยะลายิงชาวบ้านเจ็บ1

โจรยะลายิงชาวบ้านเจ็บ1

08 ต.ค. 2554

คนร้ายยิงชาวบ้านที่ยะลา บาดเจ็บ 1 ราย ขณะไปกรีดยาง

        8 ต.ค.54 ศูนย์วิทยุ สภ.ลำใหม่ ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันที่ บริเวณถนนสายทุ่งคา-ลำใหม่ ม.2บ้านทุ่งคา ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หลังรับแจ้ง จึงได้แจ้ง พันตำรวจเอกธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก.สถานีตำรวจภูธรลำใหม่ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รอง ผกก.สภ.ลำใหม่ ร.ต.ท.ณรงค์ ถิระผะลิกะ รอง สวป.สภ.ลำใหม่ ทราบ พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

        ทั้งนี้ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ทราบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ นายดอเลาะ แวดือโละ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/4 ม.2 ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา ถูกยิงเข้าที่บริเวณขา 1 นัด ชาวบ้านได้ช่วยกันนำตัวส่ง ร.พ.ยะลา แล้ว ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบเพียงรถจักรยานยนต์ ของผู้ได้รับบาดเจ็บล้มคว่ำอยู่ข้างทาง

        จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่นายดอเลาะ ขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะเดินทางไปกรีดยางในช่วงเช้า เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ตามหลังมาแล้วใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดขนาด ยิงเข้าใส่ทันที ทำให้กระสุนไปโดนที่ขาของนายดอเลาะ จนรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มคว่ำลงข้างทาง จากนั้น นายดอเลาะ ซึ่งงยังคงรู้สึกตัวได้วิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้นำส่ง รพ.ดังกล่าว

        เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้ 2 ประเด็น คือเรื่อง ส่วนตัว และสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เนื่องจากนายดอเลาะ เป็นลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน 4,500 ของทหาร ซึ่งทำหน้าที่เข้าเวรยามที่โรงเรียนบ้านทุ่งคา ซึ่งจะต้องรอการสืบสวนสอบสวนต่อไป

 

 

 

เผย ยิง ผอ.ร.ร.ร่มเกล้าและภรรยา เป็นปืนกลอูซี่ปล้นจากฐานทหารพระองค์ดำ

      พ.ต.อ.อาคม บัวทอง ผกก.สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดี 2 คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิงนายสกุล ทองเอียด อายุ 52 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนร่มเกล้า บ้านบูเก๊ะปาลัส ม.4 ต.ยี่งอ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บสาหัส และยิงนางเสาวรุณย์ ทองเอียด อายุ 50 ปี ครูโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งเป็นภรรยาเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม.ที่คนร้ายใช้ยิงนายสกุล และนางเสาวรุณย์ นั้น พบว่า ยิงด้วยปืนกลมืออูซี่ ซึ่งคาดว่าเป็นปืนที่ถูกคนร้ายบุกปล้นไปจากฐานปฏิบัติการทหาร ร้อย ร.15121 หรือฐานทหารพระองค์ดำ ฉก.นราธิวาส 38 บ้านมะรือโบตก ม.1 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 ม.ค.54 ที่ผ่านมา

      "ส่วนความคืบหน้าทางคดีนั้น ได้ความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยพบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เห็นคนร้ายซึ่งเป็นแนวร่วมในสังกัดของนายนูรดิน แบเลาะ แกนนำคนร้ายกลุ่มอาร์เคเค คนสำคัญที่สร้างความเคลื่อนไหวใน อ.บาเจาะ และ อ.ยี่งอ ป้วนเปี้ยนเคลื่อนไหวอยู่ในจุดเกิดเหตุได้ไม่นาน จึงเกิดเหตุคดีนี้ขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับคนร้ายกลุ่มนี้ต่อไป โดยก่อนหน้านี้นายนูรดิน แบเลาะ เคยถูกออกหมายจับในข้อหาลอบยิงทหารและลอบวางระเบิดทหารชุดคุ้มครองครูใน อ.บาเจาะ และ อ.ยี่งอ มาแล้วหลายคดีด้วย" พ.ต.อ.อาคม กล่าว

      ด้านนายสงวน อินทรักษ์ ประธานสมาพันธ์ครู จ.นราธิวาส กล่าวว่า เวลา 13.30 น. วันเดียวกันนี้ ตนได้เรียกประชุมคณะกรรมการสมาพันธ์ครู จ.นราธิวาส ที่โรงเรียนสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก เพื่อทวงถามถึงความชอบธรรมจากทหารชุดคุ้มครองครู อ.ยี่งอ ว่า ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของทหารชุด รปภ.ครู อย่างแน่นหนา แล้วยังปล่อยให้คนร้ายมาดักลอบยิงนายสกุล ผอ.โรงเรียนร่มเกล้าได้รับบาดเจ็บ และยิงนางเสาวรุณย์ ภรรยา จนเสียชีวิต ได้อย่างไร

      "นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้กำหนดมาตรการในการทวงถามถึงมาตรการ 6 ข้อ ซึ่งรัฐบาลในชุดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีเคยได้รับปากกับครูไว้ว่า รัฐบาลในชุดของ น .ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน จะนำมาตรการดังกล่าวมาสานต่อหรือไม่อย่างไร เนื่องจากเงินค่าเสี่ยงภัยเป็นเงิน 3,500 บาท ที่รัฐบาลชุดก่อนรับปากว่าจะจ่ายให้เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ครูในพื้นที่เสี่ยงภัยนั้น ครูก็ไม่เคยได้รับ" นายสงวน กล่าว     

      นายสงวน กล่าวว่า หลังเสร็จประชุมแล้ว คณะกรรมการสมาพันธ์ครู จ.นราธิวาส จะไปร่วมพิธีรดน้ำศพนางเสาวรุณย์ ซึ่งตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเทพวิมล เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ส่วนอาการบาดเจ็บของนายสกุล ผอ.โรงเรียนร่มเกล้า ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

 

 

ปธ.สมาพันธ์ครู 3 จชต.ร้องขอความชัดเจนจากรัฐบาล

       นายบุญสม ทองศรีพลาย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และนายสงวน อินทรักษ์ ประธานสมาพันธ์ครู จ.นราธิวาส พร้อมคณะครูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมประชุมเพื่อหารือถึงมาตรการการรักษาความปลอดภัยครูร่วมกับนายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบยิงนายสกุล ทองเอียด ผู้อำนวยการโรงเรียนร่มเกล้า และนางเสาวรุณย์ ทองเอียด ภรรยา ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการ โรงเรียนเดียวกัน ที่บริเวณสามแยกทางเข้าโรงเรียนร่มเกล้า ช่วงบริเวณบ้านบูเก๊ะปาลัส ม.4 ต.ยี่งอ จนเป็นเหตุให้ ผอ.โรงเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัสและรองผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้เป็นภรรยาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

       ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า รัฐบาลต้องมีแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะขณะนี้ยังไม่เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลหรือ แม้แต่กระทรวงศึกษาธิการที่ควรจะมีแนวทางในการสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อความรุนแรง เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันการศึกษาอีกทั้งถูกมองว่าเป็นเป้าหมายที่อ่อนแอ ซึ่งกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงพร้อมที่จะเข้ามาก่อเหตุได้ทุกเมื่อ จนกลายเป็นการก่อเหตุซ้ำซากและครูต้องเสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่เป็นรายที่148แล้ว

       ดังนั้น จึงไม่อยากให้การเรียกร้องมาตรการการรักษาความปลอดภัยเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง แต่อยากให้มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากที่สุด โดยเฉพาะที่มีบุคคลบางกลุ่มเรียกร้องให้มีการถอนทหารออกจากโรงเรียน โดยอ้างว่าผิดหลักสากล ซึ่งอยากให้แม่ทัพภาคที่4ทบทวนในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากครูในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังเห็นถึงความจำเป็นที่ทหารต้องอยู่ในโรงเรียนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับครูที่ปฎิบัติงานในพื้นที่

       แต่หากในโรงเรียนใดที่เห็นว่าโรงเรียนมีความปลอดภัยและไม่จำเป็นต้องมีทหารเข้ามารักษาความปลอดภัยก็ให้เป็นไปตามความสมัครใจของแต่ละโรงเรียน นอกจากนี้ขอให้มีการดึงมวลชนที่อยู่รอบบริเวณพื้นที่โรงเรียนมาร่วมบูรณาการการทำงานกับสถานศึกษาเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม

       ทั้งนี้ ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวเพิ่มเติมว่าหากรัฐบาลหรือหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ไม่สามารถกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ชัดเจนได้ ทางสมาพันธ์ครูก็พร้อมเคลื่อนไหวต่อไป แต่ก็จะเป็นไปโดยสงบตามกรอบของกฎหมายเพราะไม่ต้องการให้การเรียกร้องของสมาพันธ์ครูกลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ก่อความรุนแรง ขณะเดียวกันรัฐบาลเองก็ต้องมีความชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือและดูแลครูที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

       จากนั้น นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยนายไพรัช แสงทอง ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ นายบุญสม ทองศรีพลาย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

       พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และบุคลากรครูในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ร่วมในการรดน้ำศพนางเสาวรุณ ทองเอียด ณ วัดชลเฉลิมเขต อ.สุไหงโก-ลก เป็นจำนวนมากท่ามกลางความโศกเศร้าของเพื่อนครูที่ต้องสูญเสียบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญไปอย่างไม่มีวันกลับ

       อย่างไรก็ตาม โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้มอบเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ จำนวน 500,000 บาทแก่ทายาทของผู้เสียชีวิตด้วย ส่วนพิธีพระราชทานเพลิงศพ จะจัดขึ้น ณ ฌาปนสถานวัดชลเฉลิมเขตในวันที่13 ต.ค.นี้รถบรรทุกแรงงานเถื่อนชนประสานงากับรถบรรทุกไม้เถื่อนใน จ.สระแก้ว บนถนนสระแก้ว-จันทบุรี มีผู้เสียชีวิต 6 ศพ ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 10 คน

 

 

โจรใต้ยิง ตร. เจาะไอร้อง ดับ ก่อนหนีฉกปืน - รถ จยย.ไปด้วย

       พ.ต.ท.สมใจ สิงห์เกลี้ยง สว.เวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนตายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เจาะไอร้องเสียชีวิต 1 นาย เหตุเกิดบนถนนสายเจาะไอร้อง-ป่าไผ่ ช่วงบริเวณบ้านลูโบ๊ะเยาะ ม.7 ต.จวบ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยนรา 01 รุดเดินทางไปตรวจสอบ

       ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุพบร่างของ ส.ต.อ.จิระพันธ์ ลียานนท์ อายุ 26 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม ส ภ.เจาะไอร้อง นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนถนน โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามอาก้าที่บริเวณแผ่นหลังทะลุหน้าอก จำนวน 4 นัด และที่บริเวณศีรษะอีก 1 นัด รวม 5 นัด ส่วนบนถนนเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนอาก้า ตกอยู่จำนวน 5 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดเจ้าหน้าที่ทราบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก ที่ ส.ต.อ.จิระพันธ์ เหน็บไว้ที่เอวได้หายไป พร้อมกับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟสีแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนอีก 1 คัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้มอบศพของ ส.ต.อ.จิระพันธ์ ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยนรา 01 ส่งโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง

       จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ต.อ.จิระพันธ์ ได้ขี่รถ จยย.ตามลำพังออกจากบ้านพักที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณ สภ.เจาะไอร้อง เพื่อสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้าย ที่นัดแนะวางแผนบุกยิง น.ส.จินตนา แซ่ติ่ว อายุ 46 ปี เสียชีวิตคาบ้านพัก และยิงนายอับดุลการิม มะแซ อายุ 46 ปี อดีต สจ.เขต 3 อ.เจาะไอร้อง ได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะเปิดหน้าต่างออกไปดู รวมทั้งลอบวางระเบิดเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองได้รับบาดเจ็บ 4 นาย เหตุเกิดเมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา

       หลังจากสืบทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนั้น เป็นกลุ่มสมาชิกแนวร่วมกองกำลังติดอาวุธอาร์เคเคที่เคลื่อนไหวและกบดานอยู่ในละแวกหมู่บ้านจุดเกิดเหตุ และขณะที่ ส.ต.อ.จิระพันธ์ ขี่รถจักรยานยนต์อยู่นั้น มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า ยิงใส่ ส.ต.อ.จิระพันธ์ จำนวน 4 นัดซ้อน จนรถเสียหลักล้มคว่ำ แล้วคนร้ายได้จอดรถจักรยานยนต์ให้คนซ้อนท้ายลงจากรถ เดินถืออาวุธปืนสงครามอาก้าไปจ่อยิงซ้ำที่ศีรษะอีก 1 นัด เพื่อให้มั่นใจว่า ส.ต.อ.จิระพันธ์ เสียชีวิต หลังจากนั้นคนร้ายได้หยิบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .357 ที่เหน็บเอวของ ส.ต.อ.จิระพันธ์ พร้อมรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปด้วย


ยัน รบ. - ศธ. ไม่ทิ้งครูแดนใต้ที่กระทบจากเหตุป่วนใต้

       นายไพรัช แสงทอง ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยหลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่นายสกุล ทองเอียด ผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมนางเสาวรุณ ทองเอียด รองผู้อำนวยการโรงเรียนร่มเกล้า สองสามีภรรยาถูกคนร้ายยิงกระหน่ำจนเป็นเหตุให้นางเสาวรุณ ทองเอียด รองผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิต และนายสกุล ทองเอียด ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 6 ต.ค.54 ที่ผ่านมา ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของครูที่ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก

       ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ทอดทิ้งให้ครูเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบ และได้พยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะดูแลความปลอดภัยและจัดสวัสดิการแก่ครูที่เสียสละในการปฎิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างดีที่สุด แต่เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมา เพิ่งมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ประกอบกับเกิดอุทกภัยในภูมิภาคต่างๆของประเทศอย่างหนักทำให้รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน

       ดังนั้นข้อเรียกร้องจากสมาพันธ์ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยแก่ครูอย่างเข้มงวด เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เบี้ยเสี่ยงภัยที่ขอปรับเพิ่มเป็น 3,000 บาท การประเมินวิทยาฐานะเชิงประจักษ์ การนับเวลาทวีคูณจึงยังไม่ได้รับการพิจารณา แต่ยืนยันทุกข้อเรียกร้องกำลังเข้าสู่กระบวนการในระดับกระทรวงและเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีแล้ว

       ส่วนข้อเรียกร้องที่ได้มีการดำเนินการเรียบร้อยแล้วคือหากเกิดเหตุจากสถานการณ์ความไม่สงบ จะมีการปูนบำเหน็จความชอบ 7 ขั้นแก่ครูที่เสียชีวิต และบำเหน็จความชอบ 3 ขั้นสำหรับครูที่ได้รับบาดเจ็บ และหากครอบครัวของครูที่เสียชีวิตทั้งสามีและภรรยา จากที่ให้บรรจุบุตร 1 คนเป็นข้าราชการครู ก็ได้มีการแก้กฎหมายเป็นบรรจุบุตรทุกคนเป็นข้าราชการครู และกำลังมีการพิจารณาว่า ในอนาคตอาจให้มีการบรรจุเข้ารับราชการในหน่วยงานราชการที่ตรงกับสาขาที่เรียน โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องบรรจุเป็นครูเท่านั้น

       ขณะที่ในด้านบุคลากรครูที่เข้ามาปฎิบัติงานในพื้นที่ กระทรวงศึกษาธิการก็พยายามผลักดันครูอัตราจ้างและพนักงานราชการในสังกัดที่ทำงานในพื้นที่ครบ 3 ปี มีโอกาสปรับขึ้นเป็นข้าราชการครู 50เปอร์เซ็นต์ของอัตราว่าง และส่วนหนึ่งไปสอบขึ้นบัญชีไว้เพื่อให้คนในพื้นที่มีโอกาสเข้าทำงานในพื้นที่ภูมิลำเนามากขึ้น

       ส่วนครูที่เป็นไทยพุทธที่มีจำนวนน้อยและเป็นเป้าหมายที่เสี่ยงต่อการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบของกลุ่มผู้ก่อความรุนแรง เมื่อทำงานในพื้นที่ครบตามเกณฑ์ก็จะพยายามให้ย้ายออกจากพื้นที่ ยกเว้นในรายที่บรรจุครั้งแรกที่ต้องเป็นไปตามระเบียบราชการ ซึ่งขณะนี้ก็ได้เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงที่เป็นจุดล่อแหลม เพื่อให้หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยและปิดช่องว่างที่คนร้ายจะใช้ในการก่อเหตุให้ได้ทั้งหมด

       อย่างไรก็ตามอยากฝากให้ครูทุกคนปฎิบัติตามมาตรการการักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงต้องปรับยุทธวิธีเพื่อป้องกันความเสี่ยงของครูอย่างเต็มที่ด้วย

       ขณะที่นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่พบว่ามีการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ที่เป็นชาวไทยพุทธในพื้นที่มากขึ้น จากประเด็นดังกล่าว คาดว่ากลุ่มผู้ก่อความรุนแรงต้องการนำเรื่องของศาสนามาเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่กระทบกับความรู้สึกได้ง่าย

       จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กลับพบว่าสถิติการก่อเหตุมีการทำร้ายทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม โดยมุ่งหวังให้ประชาชนของทั้ง2ศาสนามีความขัดแย้งและหวาดระแวงต่อกัน เพื่อที่จะชักจูงให้กลุ่มเป้าหมายของตนเองเข้าร่วมกระบวนการของกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงได้ง่ายขึ้น

       ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ก่อความรุนแรง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้มแข็งและเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานของพี่น้องชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จนเปรียบเสมือนพี่น้องที่ใกล้ชิดกัน และพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ทั้งที่นับถือศาสนาเดียวกันหรือต่างกันเพราะขัดต่อบทบัญญัติของศาสนา

       อย่างไรก็ตามหากรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากสถานการณ์ความไม่สงบโปรดแจ้งให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่เข้าไปกำหนดมาตรการในการรักษาความปลอดภัยเป็นรายหมู่บ้านหรือชุมชนได้ทันที เพราะได้มีการกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการลงพื้นที่เพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มที่แล้ว