ข่าว

น้ำท่วม"ปู" ในปัญหา "บารมี" ไม่ถึง

น้ำท่วม"ปู" ในปัญหา "บารมี" ไม่ถึง

10 ต.ค. 2554

"ปูจ๋า" พลิกเกมใหม่ รับมืออภิมหาอุทกภัย 54 ยึดดอนเมืองตั้ง "ศปภ." รวมศูนย์แก้ปัญหาทุกอย่างไว้ที่เดียว

 นับว่ายังดีที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ยังปรับตัวทัน และหันกลับมา ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) รับมือน้ำท่วมใหญ่ 

 แทนฝากความหวังเอาไว้กับข้าราชการประจำ ปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ดูแลรับผิดชอบตามโครงสร้างแก้ปัญหาแบบเดิม  


  โดย ศปภ. จะใช้อาคารท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นศูนย์บัญชาการ รวมหน่วยงานทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน


 และจะเริ่มเตรียมการทั้งหมดตั้งแต่ 08.00 น.วันที่ 8 ตุลาคม เป็นต้นไป ส่วนผู้อำนวยการศูนย์ คือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ที่จะบริหารงานแบบบูรณาการแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ฝ่ายปฏิบัติการ นำโดย ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ จะรับหน้าที่ทุกขั้นตอนในการช่วยเหลือประชาชน และฟื้นฟูกรณีฉุกเฉิน


 ส่วนอีกฝ่ายคือ ศูนย์ฝ่ายอำนวยการร่วม มี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม รับผิดชอบ คณะที่ปรึกษาประกอบด้วย รองนายกฯ และรัฐมนตรีทุกคน ซึ่งจะเป็นศูนย์ที่ทำงานสนับสนุนฝ่ายปฏิบัติการ ครอบคลุมทุกขั้นตอนเช่นกัน เป็นต้นว่า การประเมินสถานการณ์ในการแจ้งเหตุเตือนภัยต่างๆ รวมถึงการวิเคราะห์ทบทวนเรื่องการเตือนภัยทั้งหมด การสรุปหาทางเลือกตัดสินใจเรื่องการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบในภาพรวมที่เป็นการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาขณะนี้

 นอกจากนี้จะมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียนแจ้งข้อมูลข่าวสารทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ทางเว็บไซต์ จดหมาย โทรศัพท์ หรือจากข่าวสารของสื่อมวลชนที่อยู่ในภาคสนาม โดยจะใช้ระบบคอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 1111 กด 5 และมีแผนประชาสัมพันธ์ รวมถึงศูนย์ในการรับสิ่งของบริจาคจากประชาชนด้วย

 อย่างไรก็ตาม หลังตั้งศปภ.อย่างเป็นทางการ ต่อไปจะนำโครงสร้างของสปภ. ไปใช้ในทุกจังหวัด โดยให้ผวจ.ตั้งสปภ.แบบเดียวกันกับที่กรุงเทพมหานคร ในการรองรับเพื่อประสานงานทั่วประเทศ
 ที่น่าวิเคราะห์จากผลการช่วยเหลือประชาชน กรณีน้ำท่วมหนัก ทั้งของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ยิ่งลักษณ์ ก็คือ การใช้กลไกข้าราชการมากเกินไป จนทำให้ไม่ทันการณ์ และครอบคลุมทุกแง่มุมและทั่วถึงในรายละเอียดของปัญหา


 กลายเป็น "สื่อมวลชน" บางสำนัก ที่ "แย่งซีน" การช่วยเหลือ และจัดการรับมือกับปัญหาที่หนักหนาสาหัสได้ดีและรวดเร็วทันใจประชาชนได้มากกว่า ทั้งยังลดความสูญเสียอันมหันต์ในหลายเรื่องได้ด้วย
 ยิ่งกว่านั้น ที่เห็นได้ชัดสำหรับยิ่งลักษณ์ ก็คือ "บารมี" ที่ยังไม่ถึง ในการที่จะนำทัพรัฐมนตรี

ทุกกระทรวงให้มาร่วมแก้ปัญหาอย่างเป็น "เอกภาพ" อีกด้วย โดยเฉพาะ "บารมี" กับพรรคร่วมรัฐบาล จนทั้งสองคนเทียบไม่ได้แม้แต่น้อยกับกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สามารถทุบโต๊ะได้ทุกเรื่องทุกเวลาก็ว่าได้


 สุดท้าย แม้แต่ "ศปภ." ก็ยังถูกจับตามองว่า จะช่วยให้ "บารมี" ยิ่งลักษณ์ โดดเด่นเป็นสง่าขึ้นมาได้เพียงพอหรือไม่ด้วย ต้องติดตามต่อไป...