ข่าว

บึ้ม!รง.น้ำพริกเผาดับ3เจ็บนับสิบ

บึ้ม!รง.น้ำพริกเผาดับ3เจ็บนับสิบ

07 ต.ค. 2554

ถังน้ำยาแอลกอฮอล์ โรงงานน้ำพริกเผาระเบิด คนงานดับ 3 เจ็บนับสิบ เผยที่มาเหตุร้าย ระบบทำความร้อนไอน้ำเสียไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ช่างจึงเข้าไปซ่อม คาดว่าถัง 15,000 ลิตร ไม่สามารถทนความร้อนได้ จึงระเบิด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 7 ต.ค.54  พ. ต.ท.สุภาวุธิ วิเศษฐ์โวหาร สารวัตรเวร สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม รับแจ้งมีเหตุระเบิดภายใน โรงงานแม่พลอย จำกัด เลขที่ 99 ม.4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นโรงงานผลิตน้ำพริกเผา จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว ชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.สามพราน มูลนิธิร่วมกตัญญู รถดับเพลิงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 10 คัน

          ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ตัวอาคารที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ขนาดยาว 50 เมตร กว้าง 30 เมตร พบว่าประตูหน้าต่างที่เป็นกระจกแตกทั้งหมด และหลังคากระเบื้องแตกกระจาย และที่กลางตัวอาคารพบเพลิงกำลังลุกไหม้ เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำสกัด โดยใช้เวลา 30 นาที่ จุดเกิดเหตุ มีถังบรรจุ หัวแอลกอฮอล์ 95 เปอร์เซ็นต์ และน้ำขนาดประมาณ 15,000 ลิตร จำนวน 6 ถัง ตั้งอยู่ และที่ถังที่ 2 ที่บรรจุ แอลกอฮอล์ 95 เปอร์เซนต์ ระเบิดจนเสียหายอย่างรุนแรง

          ในที่เกิดเหตุพบศพชาย จำนวน 3 ศพ โดย 1 ในผู้เสียชีวิตลำตัวขาดช่วงขาแยกออกจากลำตัว และถูกไฟไหม้ทุกศพ ทราบชื่อ 2 ราย คือนายบุญช่วย สว่างชาติ และ นายมิตร แก้มเชื้อ อีก 1 ราย ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 12 ราย คนเจ็บถูกนำส่ง โรงพยาบาลมหาชัย 2 ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 2 ราย

          เบื้องต้นจากการสอบถามของทางเจ้าหน้าที่ จากพนักงานโรงงานทราบว่า โรงงานดังกล่าวผลิตน้ำพริกเผา ยี่ห้อแม่พลอย และทำน้ำส้มสายชู รวมถึงผลิตวุ้นมะพร้าว ส่งบริษัทในเครือ โดยที่เกิดเหตุเป็นส่วนผลิตน้ำส้มสายชู และวุ้นมะพร้าว และถังที่เกิดเหตุระเบิดเป็นถังที่บรรจุ แอลกอฮอล์ 95 เปอร์เซนต์ ขนาด 15,000 ลิตร สำหรับกลั่นทำเป็นหัวน้ำส้มสายชู

          ก่อนเกิดเหตุระบบทำความร้อนไอน้ำเสียไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ช่างจึงเข้าไปซ่อมแต่คาดว่าถังดังกล่าวไม่สามารถทนความร้อนได้ จึงระเบิดอย่างรุนแรนจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันพื้นที่เป็นเขตอันตราย และให้เจ้าหน้าที่วิทยาการ และส่วนเกี่ยวข้องมาตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมหลักฐานพร้อมสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้นแท้จริงต่อไป

          นายธีรพล ขุนเมือง แรงงานจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยนายสุวิชชาญ แพทย์อุดม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครปฐมและเจ้าหน้าที่ประกันสังคม ได้เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ เพื่อสรุปการให้ความช่วยเหลือ โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย เป็นผู้ประกันตนจะได้รับค่าทำศพจำนวน 100 เท่าของค่าจ้าง และยังได้เงินสวัสดิการชดเชยรายได้ตามอายุงาน  และมีเงินบำเหน็จสะสมอีกก้อนหนึ่ง

          ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 12 ราย เบื้องต้นจะได้รับค่ารักษาพยาบาลจำนวน 35,000 บาท และจะได้รับสิทธิในการรักษาจนกว่าจะหายเป็นปกติ พร้อมกับได้รับเงินชดเชยในช่วงรักษาตัวอีกจำนวน 60 เปอร์เซ็นต์ของรายได้