ข่าว

ในหลวงทรงห่วงผู้ประสบอุทกภัย

ในหลวงทรงห่วงผู้ประสบอุทกภัย

07 ต.ค. 2554

เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ตรัส "ในหลวงทรงห่วงผู้ประสบอุทกภัย" กทม.แจ้งยกเลิกทำพิธีไล่น้ำท่วมพ้นกรุงเทพฯ 8 ต.ค. อัญเชิญพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรร่วมในการประกอบพิธีแล้ว "โฆษก."แจงผู้ว่าฯขอทำเป็นการส่วนตัว “ผบ.ทบ.ปล่อยขบวนรถ19คันลง“อยุธยา-ลพบุรี”

          7ต.ค.2554 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มีพระดำรัสทรงเป็นห่วงราษฎรที่ประสบภัย ความว่า "ข้าพเจ้ามีความเป็นห่วงผู้ประสบภัยน้ำท่วม และขอร้องว่าเราชาว พอ.สว. แสดงสปิริต ช่วยพี่น้องประชาชนคนไทย โดยที่ว่าข้าพเจ้าจะนำหน่วยแพทย์ จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และขอหน่วยแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มาช่วยกัน อาจจะเป็นการออกหน่วยแพทย์เต็มวัน ครึ่งวัน อาจจะอยู่จังหวัดหนึ่ง อีกครึ่งวันอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง  ซึ่งจะเป็นจังหวัดไหน ข้าพเจ้าจะขอไปดูความเร่งด่วนของการช่วยเหลือ ทุกคน ให้ทำถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

           ตอนนี้อีกไม่กี่เดือน ก็จะถึงวันเฉลิมที่ท่านจะครบ 84 ปีแล้ว พระองค์ท่านทรงตรากตรำ ทำงานเพื่อประชาชนคนไทยมาเป็นเวลา 60 กว่าปี  ตอนนี้ท่านประชวร พระชรา แม้ว่าอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยพระชนมายุ 84 ปี ท่านจึงไม่สามารถที่จะตรากตรำออกพื้นที่ได้ แต่ว่าไม่ใช่ไม่ทรงสนพระทัย ทรงเรียกกรมชลประทานมาเสมอๆ และพระราชทานคำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างเขื่อน เกี่ยวกับการเก็บน้ำ  เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ทรงทำตลอดเวลา ข้าพเจ้าได้รับหนังสือจากราชเลขาฯ เมื่อวานนี้มีรับสั่งว่า ที่จะทำการเฉลิมฉลองพระชนมายุ ครบ 84 ปีนั้น ให้จัดแบบเรียบง่าย เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อน อันนี้คือพระราชกระแส"
น้ำทะลักนิคมฯ บางกะดี

กทม.แจ้งยกเลิกทำพิธีไล่น้ำ

           นางเพียงใจ วิศรุตรัตน รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า วันที่ 8 ต.ค. เวลา 14.39 น. กทม. เตรียมจัดพิธีไล่น้ำ ที่ศาลหลักเมือง ซึ่งเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยผู้บริหารกทม.ต้องการให้จัดพิธีดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น เรียกขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนชาวกรุงเทพฯ ให้คลายความกังวลจากสถานการณ์น้ำซึ่งมีแนวโน้มว่าจะท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ

           "อีกทั้งเพื่อเป็นการขอพรจากสิ่งศักดิ์ให้น้ำลดลง ทั้งนี้ การทำพิธีประกอบด้วย พิธีบวงสรวง(พิธีพราหมณ์) ในเวลา 14.39 น. และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ในเวลา 15.09 น. โดยได้อัญเชิญพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ความสูง 9 นิ้ว มาร่วมในการประกอบพิธีด้วย" นางเพียงใจ กล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาทาง กทม.แจ้งผ่านทางเอสเอ็มเอสว่า  "ขออภัย ยกเลิกพิธีไล่น้ำ วันเสาร์ที่ 8 ต.ค.54" 

 

"โฆษกกทม."แจงเหตุ


           นายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร โฆษกกทม. ได้กล่าวกับ"สำนักข่าวเนชั่น" ถึงกรณีที่กรุงเทพมหานครได้แจ้งไปยังสื่อมวลชนทุกแขนง ถึงการยกเลิกทำพิธีไล่น้ำที่ศาลหลักเมืองในวันที่ 8 ต.ค. ว่า พิธีดังกล่าวม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ขอทำพิธีเป็นในนามส่วนตัว โดยใช้งบประมาณของตนเองในการดำเนินการทั้งหมด อีกทั้งไม่ต้องการมีการเชิญสื่อมวลชน หรือเจ้าหน้าที่ของกทม.เข้าร่วมในการทำพิธีดังกล่าว

           ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทวิสเตอร์ว่าการทำพิธีดังกล่าวนี้ กทม.แก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ไม่ตรงจุด นายเจตน์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าเป็นสิทธิ์ของทุกคน แต่ไม่ขอออกความเเห็นใดๆ

 

 ปทุมธานีคันกั้นน้ำถ.วัดโพธิ์เลื่อนแตกหลายจุด


            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คันกั้นน้ำที่กั้นด้วยหินคลุกห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 20 เมตร สูงกว่า 1.50 เมตรพัง ที่บริเวณซุ้มประตูวัดโพธิเลื่อน และสถานีอนามัย หมู่ 1 และ ที่หมู่ 2 ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี รวม 3 จุด ความแรงของน้ำทะลักข้ามถนน เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หมู่ 1- หมู่ 4 ต.บ้านกระแชง และ หมู่ 5 ต.บ้านกลาง ซึ่งเป็นทุ่งนาและบ้านเรือนประชาชน ขณะนี้ชาวบ้านกว่า 6-700หลังคาเรือน เร่งเก็บของหนีน้ำ และขนย้ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไปไว้บนถนน 347 เส้นปทุมธานี-ศูนย์ศิลปะชีพบางไทร กันเป็นจำนวนมาก

           เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างใช้รถแม๊คโคนำแผ่นปูนมาขวางช่องทางน้ำที่ทะลักอย่างแรง ทั้ง 3 จุด แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถปิดกั้นช่องหมดได้ คาดว่าหากน้ำทะลักเข้าในปริมาณมาก จะส่งผลทำให้เข้าท่วมพื้นที่ทั้งหมด และถ้าปริมาณน้ำมีมากจะส่งผลเข้าท่วมคลองประปา ที่คั่นอยู่ทางฝั่งทิศเหนือติดกับคลองน้ำอ้อม ความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการป้องน้ำไม่ให้เข้าสู่เขตพื้นที่เมืองชั้นใน

            นอกจากนี้ ที่ถนนปทุมธานีสายใน เขตพื้นที่ ต.บางปรอก ต.บางเดื่อ ต.บางหลวง และมัสยิดร่วมจิต อ.เมืองปทุมธานี ฝั่งตะวันตก น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ล้นคันกั้นตลอดเส้นทางไม่สามารถเดินรถได้ และได้มีการปิดการจราจรไม่ให้รถสัญจรผ่านในเส้นทางดังกล่าวแล้ว ส่วนชาวบ้านเร่งเก็บข้าวของหนีน้ำเช่นกัน ส่วนพื้นที่ในตำบลอื่น ๆ ตลอดทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ระหว่างเฝ้าดูคันกั้นน้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมแจ้งเตือนประชาชนหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

 

“ผบ.ทบ.ปล่อยขบวนรถ19คันลง“อยุธยา-ลพบุรี”
 

            เมื่อเวลา 15.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในการรับมอบ “ชุดผลิตน้ำดื่ม” จากกรมการทหารช่างสาธิตเพื่อบรรเทาสาธารณภัยให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุกทกภัย พร้อมทั้งปล่อยขบวนรถจัดส่งสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 19 คัน เพื่อไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้นับความเดือดร้อนใน จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ลพบุรี โดยมี เรือท้องแบนขนาด 4 ที่นั่งจำนวน 180 ลำ ซึ่งได้รับบริจาคผ่านทาง ททบ.5 พร้อมทั้งชุดเครื่องครัวจำนวน 400 ชุดถุงยังชีพจำนวน 1,000 ถุง น้ำดื่ม 500 แพค และเครื่องอุปโภคบริโภคจากการรับบริจาคจำนวน 1 คัน

            พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า วันนี้เป็นการปล่อยขบวนรถเพื่อช่วยน้ำท่วมใน จ.อยุธยา และ จ.ลพบุรี โดยได้เน้นย้ำให้หน่วยทุกหน่วยในกองทัพบกเตรียมการและให้การสนับสนุนให้มากขึ้น เพราะน้ำท่วมมากขึ้นจากเดิมที่มี 25 จังหวัดเพิ่มเป็น 28 จังหวัด อยากให้ประชาชนที่ประสบเหตุได้ต่อสู้ต่อไปและเราพร้อมที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนเท่าที่ทำได้ อย่างไรก็ตามได้จัดกำลังประมาณ 200 คนเพื่อไปดูแลสถานการณ์ใน จ.อยุธยา และ จ.ลพบุรี พร้อมทั้งจัดอากาศยานเตรียมพร้อมไว้ 2 ส่วนเพื่อลาดตระเวนพื้นที่ทางอากาศและเตรียมการสนับสนุนเจ้าหน้าที่และรัฐบาล รวมทั้งหน่วยงานทั้งหมดพร้อมที่จะบินขึ้นตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อจะดูแลสถานการณ์น้ำท่วมได้ทันเวลา ทั้งนี้ตนจะจัดหาโดยใช้งบประมาณที่บริจาคให้ทุกกองทัพภาค เพื่อจะมีชุดผลิตน้ำดื่มและจะนำเข้าพื้นที่ พร้อมกับรถครัวใหม่

            ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีสั่งการมาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ว่าให้กองทัพบกช่วยสนับสนุนกำลังพลในการปิดกั้นน้ำที่จะเข้า จ.อยุธยา แต่เมื่อลงไปถึงในพื้นที่กรมชลประทานได้เปลี่ยนแผนโดยได้ปิดบางพื้นที่และบางส่วนอาจจะต้องปล่อย โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรม สถานที่เศรษฐกิจส่วนราชการ โบราณสถาน ส่วนในพื้นที่ กทม.ตนได้สั่งการไปยังกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 1 ได้มอบหมายให้กองพันทุกกองพันเช้าไปประสานงานกับทั้ง 13 เขตที่มีแนวโน้มว่าน้ำจะท่วม ซึ่งคงจะช่วยในเรื่องของการอพยพขนย้ายและก่อกระสอบป้องกันแนวต่างๆที่สำคัญ ส่วนเรื่องอาหารสำเร็จรูปเราได้ส่งรถครัวสนามลงไปในพื้นที่ไปหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งตนได้เสนอแนวคิดว่าให้นำทหารที่เป็นชุดศูนย์คหกรรมลงไป เพื่อประกอบอาหารเลี้ยงบนพื้นราบ ซึ่งคงต้องเร่งดำเนินการ

            “ผมไม่รู้สึกเหนื่อย เป็นทหารไม่เหนื่อยอยู่แล้ว แม้จะมีปัญหามากแต่ผมก็ไม่ท้อ ไม่ทุกข์ใจ แต่อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกัน อย่ามาโมโหหรือหงุดหงิดใส่กันเพราะไม่เกิดประโยชน์ ผมก็ไม่อยากหงุดหงิด อะไรที่ขอร้องกันได้ก็ต้องช่วยกัน ไม่อยากให้มาทะเลาะกัน อยากให้ทุกคนช่วยกันเตรียมความพร้อมเองด้วยอย่ามามัวแต่รอทหาร หรือคนอื่นมาช่วย แต่เราต้องเตรียมความพร้อมให้ตัวเอาเองก่อนด้วย ส่วนกองทัพเราเสียสละเต็มที่อยู่แล้ว เพราะเราเป็นกองทัพของประชาชนเราก็ทำอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ผมก็ไม่อยากให้ไปติเตียนใคร ไม่มีใครเก่งกว่าใคร แต่คิดว่าเป็นบทเรียนว่าไม่เคยมีน้ำท่วมมากขนาดนี้ ก็ต้องเห็นใจกัน และช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้แก้ปัญหาได้ในระยะยาว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากการที่นายกฯได้เรียกประชุมทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปปรึกษาหารือช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เกี่ยวข้อง ส่วนของกองทัพบกได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม อากาศยาน การขนย้ายประชาชนเข้าพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งเราได้เตรียมการเอาไว้หมดแล้ว ทั้งนี้เราพยายามที่จะบูรณาการแก้ไขปัญหาให้เป็นหนึ่งเดียว และรัฐบาลก็กำลังปรับอยู่ในขณะนี้ โดยกองทัพได้เข้าไปส่งเสริมและช่วยกันวางแผนทางทหารเพื่อให้คลอบคลุมทั้งการลาดตระเวนทางอากาศ พื้นดิน และเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสาร ซึ่งตนได้สั่งการไปแล้วว่าจะมีอากาศยานบินขึ้นทุก 3 - 5 ชั่วโมง และให้ประชาชนที่อยู่ด้านส่งสัญญาณเพื่อบอกจุดว่าติดค้างอยู่บริเวณใด สำหรับการดูแลอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพที่น้ำท่วมถึงนั้น ตนได้สั่งการให้ระมัดระวังยานพาหนะตามโรงรถต่างๆ หากน้ำท่วมถึงก็ต้องไปหาพื้นที่อื่นจอด ซึ่งตนจะลงโทษหากรถของทหารถูกน้ำท่วมอยู่ในค่าย

            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการปิดรอยรั่วที่ประตูระบายนน้ำบางโฉมศรีทางกรมชลประทานว่าต้องใช้ก้อนหินถึง 7 พันกว่าลูก ปรากฎว่าขณะนี้ได้ดำเนินการถึง 7 พันกว่าแล้วแต่ก็ยังไม่พอ เพราะระยะทางมากกว่าที่คิด ซึ่งคาดว่าอาจจะต้องใช้ถึงจำนวนหมื่นกว่าลูก เราได้พยายยามทำต่อและจะเร่งทำให้เร็วที่สุด ซึ่งก่อนหน้านั้นที่คาดว่าจะทำให้แล้วเสร็จภายในวันอาทิตย์นี้ก็คงต้องยืดระยะเวลาออกไป


รัฐบาลตั้ง"ประชา"นั่งคุมศปภ.เฝ้าวิกฤตน้ำนายกฯเผยไม่งดเยือนตปท.


            น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังใช้เวลาหารือกับคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกว่า 3 ชั่วโมงว่า จากการประเมินที่ประชุมเห็นว่าน้ำท่วมครั้งนี้เป็นครั้งที่หนักหนามากกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา เพื่อให้เกิดความรวดเร็วสามารถตอบสนองประชาชนอย่างทั่วถึง ที่ประชุมมีมติให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) โดยจะใช้อาคารท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นศูนย์บัญชาการรวมหน่วยงานทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน ทั้งนี้จะเริ่มเตรียมการทั้งหมดตั้งแต่ 08.00 น.วันที่ 8 ต.ค.เป็นต้นไป ทุกส่วนงานจะเข้ามาบัญชาการกันที่นี่ ในศปภ.นี้ผู้อำนวยการศูนย์ คือ พล.ต.อ.ประชาพรหมนอก รมว.ยุติธรรม โดยจะบริหารงานแบบบูรณาการแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ ฝ่ายปฏิบัติการนำโดยนายปลอดประสพ จะรับหน้าที่ตั้งแต่ขั้นตอนลงไปร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทุกจังหวัดที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วม จะเข้าไปสำรวจหน้างาน เพื่อให้แน่ใจว่าพี่น้องประชาชนได้รับการดูแลอย่างดี ซึ่งเราจะเน้นภารกิจการอพยพผู้คนไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยไปเป็นหลัก และการดูแลอาหารการกิน นอกจากนั้นจะดูแลช่วยเหลือในส่วนการฟื้นฟูต่างๆในกรณีที่เป็นกรณีฉุกเฉิน

            น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อีกส่วนจะมีการตั้งศูนย์ฝ่ายอำนวยการร่วมโดยพล.อ.อ.สุกำพล จะเป็นศูนย์ที่ทำงานสนับสนุนฝ่ายปฏิบัติการครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนของการพรีเวนชั่น หรือป้องกัน คือ การประเมินสถานการณ์ในการแจ้งเหตุเตือนภัยต่างๆรวมถึงการวิเคราะห์ทบทวนเรื่องการเตือนภัยทั้งหมด รวมถึงการสรุปหาทางเลือกตัดสินใจเรื่องการบริหารจัดการน้ำ อย่างเป็นระบบในภาพรวมที่เป็นการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาขณะนี้ นอกจากนี้จะมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียนแจ้งข้อมูลข่าวสารทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซด์ จดหมายโทรศัพท์ หรือจากข่าวสารของสื่อมวลชนที่อยู่ในภาคสนาม โดยจะใช้ระบบคอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 1111 กด 5 และมีแผนประชาสัมพันธ์ รวมถึงศูนย์ในการรับสิ่งของบริจาคจากประชาชนด้วย ขณะเดียวกันในศูนย์นี้จะมีคณะที่ปรึกษาประกอบด้วย รองนายกฯ และรัฐมนตรีทุกคน อย่างไรก็ตาม หลังจากจัดตั้งศปภ.อย่างเป็นทางการแล้วลำดับถัดไปจะนำโครงสร้างของสปภ.ไปใช้ในทุกจังหวัด โดยให้ผวจ.ตั้งสปภ.แบบเดียวกันกับที่กรุงเทพมหานครในการรองรับเพื่อประสานงานทั่วประเทศ

            ผู้สื่อข่าวถามว่า สถาการณ์น้ำวันนี้ถือว่าวิกฤตสูงสุดหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก สิ่งที่เราทำวันนี้จะเร่งแก้ปัญหาก่อนกลางเดือนเพื่อที่จะเตียมรองรับและระบายน้ำก่อนที่น้ำทะเลจะหนุน วันนี้มาตรการที่เราประกาศตั้งศปภ.จะประยุกต์ใช้ทั่วประเทศ เพราะสถานการณ์ต่างๆเราไม่สามารถปกป้องในรายจังหวัด แต่เราต้องบบูรณาการรวม และพยายามทำให้ดีที่สุด และให้เสียหายรวมทั้งกระทบชีวิตผู้คนให้น้อยที่สุด การทำงานในส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์สถาการณ์กันตลอดเวลา ต้องเรียนประชาชนว่าวันนี้เป็นภาวะที่หนักจริง จะไปถึงขั้นต้องประกาศให้ประเทศไทยเป็นเขตภัยพิบัติหรือไม่นั้นขอให้สปภ.ทำงานอย่างเต็มความสามารถก่อน จริงๆแล้วสิ่งที่ประชาชนต้องการคือผลในการตอบสนองว่าทุกคนได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด วันนี้ความสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน วันนี้เป็นขั้นที่เราต้องมารวมตัวกันเป็นวาระเพื่อชาติเพื่อแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนเป็นหลักก่อน

            เมื่อถามว่า สถาการณ์วันนี้การอพยพประชาชนจะทำในจุดใดบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในทางปฏิบัติเมื่อมีการเตือนว่ามีน้ำปริมาณที่สูง เราต้องการให้อพยพทุกจุดในจังหวัดที่มีน้ำท่วม ซึ่งเราจะทำสองอย่างคือถ้าเราป้องกันน้ำท่วมได้เราจะทำ แต่ถ้ากระแสน้ำมาเกินล้นเขื่อนเราต้องอพยพ ถ้าประชาชนห่วงบ้านเรือตนเองเราจะทำได้สองอย่าง ดีที่สุดคือย้ายไปตามศูนย์อพยพที่เราจัดให้อย่างที่ค่ายทหารซึ่งจะมีที่พักและอาหาร แต่ถ้าไม่อยากย้ายเราถึงได้ให้ตั้งเต็นท์ริมถนนซึ่งทำให้เกิดการจราจรติดขัดในการเข้าไปบูรณาการในสถานที่ต่างๆ และมีอีกกลุ่มที่ไม่ยอมย้ายจะอยู่บนชั้นสอง ซึ่งในบ้านนี้การดูแลเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะต้องระดมเรือท้องแบนเข้าไป หรือถนนตัดขาดต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ส่งอาหาร ถ้าเป็นไปได้ขอสื่อมวลชนช่วยกันวิงวอนให้ชาวบ้านย้ายเข้าศูนย์อพยพ เพราะรัฐบาลจะดูแลได้อย่างเต็มที่และจะมีความปลอดภัย เพราะเราก็ไม่รู้ว่าอยู่บนชั้นสองแล้วจะปลอดภัยหรือไม่

            ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯจะงดภารกิจเดินทางไปยังต่างประเทศในช่วงนี้เพื่อรับมือปัญหาน้ำท่วมหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนได้คิดทบทวนเรื่องดังกล่าวเช่นกัน แต่เนื่องจากเราต้องเร่งสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศ โดยเราไปเช้า-เย็นกลับ ซึ่งจะใช้เวลาในช่วงบ่ายเท่านั้น และขอเรียนว่าบางครั้งการเตรียมการฟื้นฟูหลังน้ำลดมีความจำเป็นที่ต้องสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ทั้งแนวทางด้านความสัมพันธ์การค้าขาย โดยหลังน้ำลดเราต้องมีการเปิดงานกับต่างประเทศเพื่อให้เกิดการค้าขาย หากเราชะลอการเดินทางไป อาจจะมีผลเสียเพราะหลังน้ำลด แล้วสิ่งต่างๆที่ต้องดำเนินการจะต้องหยุดชะงัก ตนได้พิจารณาแล้วว่าเราจะใช้เวลาในช่วงบ่ายเท่านั้น

            พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผอ.สปภ.กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนที่เราต้องดำเนินการในขณะนี้คือ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทัพย์สิน ดูแลส่งอาหารเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งหลายทั้งปวงให้เพียงพอทั่วถึงสำหรับพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยสนับสนุนด้านการเดินทางยานพาหนะ ตลอดจนระบบโลจิสต์ติก ทั้งระบบเตรียมการและเตือนภัยแก่พี่น้องประชาชน ให้ทันต่อเหตุการณ์ในการเคลื่อนย้ายที่ทันท่วงทีต่อสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้า และวางแผนเคลื่อนย้ายหาที่พักอาศัยให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ในขณะนี้ เช่น จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ขณะนี้ถูกตัดขาดอยู่หลายแห่ง นอกจากนี้ต้องแก้ไขปัญหาการระบายน้ำให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันให้มีการจัดตั้งศูนย์รับบริจาคจากพี่น้องประชาชนและภาคเอกชน เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ให้ทันต่อสถานการณ์

            ในส่วนของการประเมินการสถานการณ์ตลอดจนการแจ้งเหตุเตือนภัยทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะมีน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร(ไอซีที) ส่วนการวิเคราะห์สถานการณ์หาทางเลือกปรับกลยุทธ์ต่างๆจะเป็นหน้าที่ของพล.อ.อ.สุกำพล ส่วนกลุ่มสนับสนุนช่วยเหลือให้ทันต่อสถานการณ์ประกอบด้วยรัฐมนตรี 4 คน คือ นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆจะเป็นที่ปรึกษา

            นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ในฐานะฝ่ายปฏิบัติการที่ได้รับมอบหมายงานหลัก 4 เรื่อง คือ รักษาพื้นที่สำคัญ เร่งการระบายน้ำออก ลดผลกระทบและช่วยประชาชน สำหรับการลงสำรวจพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียงนั้น เรื่องการทำงานกระทรวงเกษตรฯจะทำหน้าที่ปิดคลองข้าวเม่า เสริมคันกั้นแม่น้ำป่าสัก และปิดคลองสวนพูล กระทรวงคมนาคมจะปิดคลองสาคู ป้องกันนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคให้ได้ กระทรวงวิทยาศสตร์ฯและกองทัพเรือ จะดันน้ำออกทะเลให้ได้มากที่สุด ฝ่ายทหารจะปิดนิคมอุตสาหกรรมโรจนะให้ได้ สุดท้ายกระทรวงคมนาคมจะรักษาถนนหมายเลข 1 และหมายเลข 304 ให้ประชาชนในภาคกลางสามารถติดต่อทางภาคเหนือให้จงได้

            นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ในจ.พระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมล้นออกมา คันดินที่ประชาชนทำไว้ตรงกลางจังหวัดก็แตก เพราะดินไม่ไม่ได้ทำการบดอัดแค่นำไปวางบนถนนเท่านั้น ประกอบกับน้ำมาก คาดการณ์ว่าภายในเย็นนี้น้ำจะมีในจังหวัดโดนถ้วนทั่ว คงไม่มีอะไรร้ายแรงไปกว่านี้แล้ว แต่เราค่อนข้างมั่นใจมากว่าเราจะรักษากทม.ได้พร้อมๆกับการรักษาเศรษฐกิจของชาติได้ ในแง่ที่นิคมขนาดใหญ่ที่ผลิตอุปกรณ์ส่งป้อนนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ขณะที่รมว.กลาโหม กำลังจะสั่งทหารเข้าไปในอ.พระนครศรีอยุธยาเพื่อขนย้ายประชาชนเพราะว่าไม่นึกว่าน้ำจะข้าในซีกตะวันออก ส่วนไฟฟ้าได้มีการตัดเรียบร้อยแล้ว รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมส่งเรือเข้าช่วย 5 ลำแล้ว

            นายปลอดประสพ  กล่าวถึงมาตรการใช้เรือดันน้ำด้วยว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค.มีเรือมาร่วมดันน้ำ 99 ลำ วันนี้คาดว่าจะมีเรือมาช่วยประมาณ 140-150 ลำ และวันที่ 12 ต.ค.จะมีเรือมาเพิ่มอีก 150 ลำ ตนก็หวังว่าสื่อมวลชนจะช่วยกระตุ้นความสามัคคีของประชาชนนำเรือมาช่วยดันน้ำให้ได้เป็นพันลำ เพราะนั่นเป็นการอยู่รอดของประเทศไทย และกทม. ขณะนี้ความเร็วของน้ำเพิ่มขึ้นแล้วจาก 2 น็อตเป็นประมาณ 6 น็อต

            นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ความห่วงใยเรื่องนิคมอุตสาหกรรมในจ.พระนครศรีอยุธยา 3 นิคม สถานกาาณ์ ณ เวลานี้โดยเฉพาะนิคมไฮเทคที่เป็นศูนย์การผลิตเรื่องไอที และผลิตชิ้นส่วนสำคัญในการประกอบรถยนต์ แนวทางการป้องกันที่นิคมนี้จะต้องปฏิบัติให้ได้จาก 3 วันจะให้ลดเวลาเหลือ 1 วัน 1 คืน รวมทั้งนิคมโรจนะอีกแห่งหนึ่งด้วย

            พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวถึงสถานการณ์ถนนสายเอเซียที่ถูกน้ำท่วมในเขตจ.พระนครศรีอยุธยาว่า  ถนนสายเอเซียขณะนี้น้ำท่วมประมาณ 10 กิโลเมตร ถ้าจะกู้ต้องใช้เวลานาน แต่เราจะปิดบางส่วนเพื่อไม่ให้น้ำข้ามมาท่วมอีกฝั่ง ส่วนถนนสายเหนือจะพยายามรักษาถนนหมายเลข 1 และ 304 ไว้ เพราะถ้ามามัวแต่กู้สายเอเซียจะใช้เวลนานมาก ระดับน้ำสูงมาก ระยะทางยาว 10 กว่ากิโลเมตรหลายจุด รถใหญ่วิ่งได้แต่ไม่อยากให้วิ่ง น้ำลดพอสมควรเราถึงให้ใช้ได้ เราต้องยอมไม่เช่นนั้นกทม.จะมีปัญหาไปด้วย แต่วันนี้สายเอเซียท่วมอยู่หลายจุดเราพยายามกำจัดให้เหลือน้อยจุดลง ถ้ามีมรสุมมาเราต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆเนื่องจากน้ำมันมากจนเราทำไม่ได้เราต้องเข้าใจกัน แต่ว่าไม่ใช่ว่าหยุดแค่นั้นเราทำตลอดเวลา การเดินทางไปสายเหนือต้องใช้ได้

            พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยาและจ.ลพบุรี ขณะนี้กระทรวงกลาโหมได้สั่งให้หน่วยทหารทุกค่ายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศให้เป็นพื้นที่ที่จะให้ประชาชนและยานพาหนะของประชาชนเข้าไปอาศัยและหลบภัยจนกว่าจะหมดภารกิจในครั้งนี้ อย่างที่จ.ลพบุรีจะมีพื้นที่ทั้งของกองทัพบกและกองทัพอากาศด้วย โดยเฉพาะแค่ค่ายสมเด็จพระนารายณ์ก็เพียงพอรองรับกับจำนวนประชาชน  และขณะนี้มูลนิธิปอเต็กตึ๊งพร้อมจะไปจัดครัวเลี้ยงผู้อพยพในค่ายทหารให้ด้วย

            นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบันว่า ในเขื่อนทางภาคเหนือเป็นที่ทราบกันดีว่าค่อนข้างที่จะเต็มความจุเกือบทุกเขื่อน อย่างน้ำในแม่น้ำน่านความจริงก็ทรงตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดิมเท่านั้นเอง แต่น้ำที่เพิ่มขึ้นมากคือแม่น้ำปิง สาเหตุเนื่องจากลุ่มน้ำวังในจ.ลำปางฝนตกหนัก และฝนตกลงในตอนบนของจ.เชียงใหม่ทำให้เขื่อนภูมิพลต้องระบายน้ำออกมา ประกอบกับฝนตกในจ.กำแพงเพชร วันนี้ลุ่มน้ำปิงในจุดเฝ้าระวังที่อ.โพพิสัยน้ำค่อนข้างจะเต็มล้นตลิ่ง พื้นที่เหนือจ.นครสวรรค์ขึ้นที่ท่วมอยู่มีประมาณ 7.73 ล้านไร่ ถ้าคิดเป็นปริมาตรน้ำจะอยู่ที่ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ยังค้างอยู่ในทุ่งและจะค่อยๆทยอยออกมา แต่ที่กรมชลประทานคาดการณ์น้ำที่จ.นครสวรรค์ไหลอยู่ที่ 4,600 ลูกบาศก์/วินาที ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 3,600 ลูกบาศก์/วินาที และที่บางไทรประมาณ 3,560 ลูกบาศก์/วินาที จากการที่เราประมวลน้ำที่ปล่อยลงมา และที่รับอิทธิพลจากพายุเนสาดและนาลแกในวันที่ 13-14 ต.ค.จะผ่านนครสวรรค์ ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในวันที่ 14-15 ต.ค.และผ่านอ.บางไทรประมาณวันที่ 16-17 ต.ค.นี้

 

 "ปลอดประสพ"เผยนาทีตัดสินใจปล่อยน้ำท่วมถนนเอเซีย


             นายปลอดประสพ เปิดเผยกับ "สำนักข่าวเนชั่น " ถึงการตั้งศูนย์ ศปภ. ว่า สืบเนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์  ได้ขอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงไปดูและแก้ไข ดังนั้นพวกตน ประกอบด้วย นายวิทยา บุณศิริ รัฐมนตรีว่าการกะทรวงสาธารณสุข , นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ และนายธีระ วงศ์สมุทร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้เดินทางลงไปดูพื้นที่น้ำท่วมตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 ต.ค. เพราะถ้าหากนั่งรอฟังรายงานอย่างเดียว เราก็คงตายกันพอดี ดังนั้น จึงต้องลงไปดูในพื้นที่จริง ซึ่งเมื่อลงถึงถนนสายเอเชีย พบว่า น้ำจากภาคเหนือเอ่อและข้ามถนนที่กิโลเมตรที่  21 - 30   โดยท่วมสูงถึง  30 - 70 เซนติเมตร ทำให้รถวิ่งไม่ได้ รวมทั้งน้ำได้ท่วมโรงงานในนิคม 

             ทั้งนี้ พวกตนจึงได้ตัดสินใจที่จะสู้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือ จะต้องใช้เวลาหลายวัน เพราะระยะทางยาวเป็น 10 กิโลเมตร นอกจากนี้ หากสู้ก็ต้องศึกษาว่า ทางน้ำจะเปลี่ยนไปเอ่อที่ไหนอย่างไรหรือไม่ และต้องประเมินความเสียหาย ของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมด้วย ในที่สุดแล้วจึงได้คำตอบว่า โรงงานและนิคมนั้น เราต้องป้องกันให้ได้ เพราะถ้าหากเป็นอะไรไปมากกว่านี้ ที่มาดตาพุตจะมีปัญหาทันที  ดังนั้น ในเช้าของวันนี้จึงได้ตัดสินใจที่จะป้องกันให้หมด  ส่วนในเรื่องของการเปิดถนนนั้น เรามุ่งเน้นที่ถนนหมายเลข 1 และ 304   เพราะว่าเราจะสามารถดูแลได้ง่ายกว่า ส่วนถนนสายเอเชีย เรารักษาไว้เพียงด้านเดียวคือทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตกที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยานั้น เราไม่ใช้ รวมทั้งสั่งการให้ปิดคลองสวนพูล โดยให้กรมชลประทาน เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งการอุดคลองและอุดแม่น้ำนี้ ก็เพื่อเป็นการป้องกันกรุงเทพฯด้วย

             " เมื่อพวกผมลงไปเห็นสถานที่และได้ตัดสินใจกันแล้ว ในฐานะที่ตน เป็นผู้ที่มีอาวุโสที่สุด และเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จึงอาสาเป็นคนโทรศัพท์ไปปลุกนายกฯ ในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. เพื่อแจ้งการตัดสินใจของตนให้นายกฯทราบ  ซึ่งนายกฯก็รู้สึกพอใจ แล้วบอกให้ดำเนินการได้เลย พวกเราจึงลงมือทำกันจนถึงตอนนี้  " นายปลอดประสพ กล่าว


“ศอส.”เผย 28 จว.เจอวิกฤติน้ำท่วมเตือนเขื่อนภูมิพลยังเออล้นเข้าภาคกลาง


             นายพระนาย สุวรรณรัฐ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม (ศอส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 28 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น  ศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด ลำปาง เลย นครราชสีมาและบุรีรัมย์ รวม 212  อำเภอ 1,523 ตำบล 11,268 หมู่บ้าน

             มีราษฎรเดือดร้อน 826,749 ครัวเรือน 2,696,521 คน ผู้เสียชีวิต 252 ราย สูญหาย 3 ราย  พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 7,528,805 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ บ่อปลา 105,963 บ่อ สัตว์ได้รับผลกระทบ 8,511,689 ตัว น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้รวม 208 สาย แยกเป็น ทางหลวง 54  สาย ใน 14 จังหวัด ทางหลวงชนบท 154  สาย ใน  28 จังหวัด

             สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆ  ลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำวัง ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำสะแกกรัง สถานการณ์น้ำอยู่ในระดับทรงตัว ขณะที่ลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 4,596 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณไหลผ่าน 3,619 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3,567 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำใน 10 จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท  สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี  ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์มี เขื่อนแควน้อย มีปริมาณน้ำเกือบเต็มความจุ  99 เปอร์เซ็นต์  เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 135 เปอร์เซ็นต์

             ในระยะนี้ร่องฝนเลื่อนตัวพาดผ่านพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ทำให้พื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขา  ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ใน 6 จังหวัด ได้แก่ ตาก ที่ อ.แม่ระมาด อ.แม่สอด  กำแพงเพชร ที่ อ.ขาณุวรลักษบุรี อ.คลองลาน ราชบุรี ที่ อ.สวนผึ้ง อ.บ้านคา เพชรบุรี ที่ อ.หนองหญ้าปล้อง จันทบุรี ที่ อ.ขลุง อ.เขาคิชฌกูฏ ตราด ที่ อ.บ่อไร่ อ.เกาะช้าง เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในระยะนี้ไว้ด้วย

            อย่างไรก็ตามจากการติดตามสถานการณ์น้ำ พบว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างยังค่อนข้างวิกฤต ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น  เนื่องจากมีการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลวันละกว่า 100  ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่พื้นที่ดังกล่าวมีสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่แล้ว คาดว่า มวลน้ำจากเขื่อนภูมิพล จะไหลมาสมทบกับมวลน้ำเดิมในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างในระยะ 7 วันข้างหน้า

             “ สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงวันที่ 13 - 17 ต.ค.โดยมวลน้ำสูงสุด วันที่ 15- 17 ตุลาคม  2554 และจะไ