
'ปู'รับ50เรือเหล็กช่วยชาวกรุงเก่า
"ยิ่งลักษณ์" รับมอบเรือเหล็ก 50 ลำ ช่วยชาวบ้านกรุงเก่า ยูเนสโกเสนอช่วยเหลือโบราณสถานมรดกโลกที่ถูกน้ำท่วม "อภิสิทธิ์"ย่องลงสงขลาทำทีตรวจการป้องกันน้ำท่วม
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับมอบเรือสำหรับช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จากนายวันชัย คุณานันทกุล ผู้อำนวยการบริษัท สยามสตีล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จำนวน 50 ลำ เพื่อนำไปส่งต่อให้กับผู้ประสบอุทกภัย นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้ทดลองลงนั่งเรือเพื่อทดสอบความแข็งแรง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่มอบเรือเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในขณะนี้ ตนยืนยันว่าจะสั่งการเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการนำเรือไปให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์โดยเร็วที่สุด
ด้านนายวันชัย กล่าวว่า เรือลำนี้เป็นเรือพาย ที่สร้างจากวัสดุไฟเบอร์เสริมเหล็กทั้งลำ ซึ่งสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 12 ที่นั่ง มีการเสริมหลังคาสำหรับกันแดด และแผงกั้นขอบเรือ ทั้งยังสามารถดัดแปลงติดเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มความเร็วได้ โดยจะทำการส่งมอบให้กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการเร่งด่วนภายในวันที่ 10 ต.ค.นี้ เนื่องจากป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยมากที่สุด
นศ.มทส.ทำ"เรือน้ำใจปีบทอง"ช่วยน้ำท่วม
กลุ่มนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ( มทส. ) ประกอบด้วย นายวัฒนา เพชรนอก ,นายเดชอนันต์ กลั่นอักโข ,นายสราวุธ ไปแดน และนายอำคา จินาวงศ์ และนายธนวัฒน์ จันทร์น้ำใส โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ทวิช จิตรสมบูรณ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ได้คิด “ เรือน้ำใจปีบทอง ” ซึ่งเป็นเรือต้นแบบให้ชุมชนที่ประสบอุทกภัยสามารถนำไปสร้างเองได้ ใช้วัสดุหาง่าย ราคาไม่แพง และใช้งานได้ทันทียามฉุกเฉิน
นายวัฒนา เพชรนอก นักศึกษา ฯ หนึ่งในทีมคิดสร้างเรือน้ำใจปีบทอง เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในขณะนี้ เรือมีความจำเป็นมาก ไม่เพียงพอ หากจะซื้อก็มีราคาแพง เราจึงคิดสร้างเรือผ้าใบที่สามารถทำขึ้นเองได้เพื่อช่วยเหลือคนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ง่าย มีเพียงเหล็กเส้น ผ้าใบรถบรรทุก หรือจะใช้ป้ายโฆษณาไวนิลที่มีอยู่ทั่วไปก็ได้ โดยเหล็กที่ใช้มี 3 ชนิด คือ เหล็ก 2 หุน 3 หุน และ 4 หุน ทำเป็นโครงเรือ ใช้ลวดมัดจุดเชื่อมต่อแล้วพันด้วยยางให้ยึดแน่น จากนั้นใช้ผ้าใบขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร เจาะตาไก่ร้อยเชือกผูกกับโครงเรือ หรือใช้วิธีเชื่อมเหล็กก็ได้ตามความสามารถ ก็จะได้เรือขนาด 1 x 1.5 x 0.35 เมตร สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดประมาณ 400 กิโลกรัม ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ขนย้ายผู้ป่วยหรือคนชรา บรรทุกสิ่งของหนีน้ำ ขนอาหาร น้ำดื่มเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม
สำหรับเรือลำนี้เป็นต้นแบบที่สร้างขึ้นมา มีต้นทุนประมาณ 2,000 บาท แยกเป็นเหล็กเส้นราคา 500 บาท ผ้าใบอย่างดี ทนทานต่อการฉีกขาดราคา 1,500 บาท ซึ่งชุมชนหรือผู้ที่สนใจสามารถนำแบบ “เรือน้ำใจปีบทอง” ไปสร้างไว้ใช้งานเองได้ เนื่องจากวิธีการไม่ยุ่งยาก เรือมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา คล่องตัว เน้นการใช้งานง่ายและใช้งานได้ทันที ผู้สนใจนำแบบ “เรือน้ำใจปีบทอง” ไปใช้ สามารถติดต่อได้ที่ สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โทรศัพท์ 0-4422-4410-1, 08-9284-6920
ยูเนสโกเสนอช่วยเหลือมรดกโลกถูกน้ำท่วม
สำนักข่าวเอเชีย-แปซิฟิก (โอเอเอ็นเอ) รายงานว่า องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก แจ้งมายังรัฐบาลไทยผ่านทางสำนักงานยูเนสโกในกรุงเทพฯ ว่า ทางยูเนสโกพร้อมให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินกับทางการไทย หากได้รับการร้องขอหลังเหตุอุทกภัยรุนแรงส่งผลกระทบต่อ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ที่อาจได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขัง
ป้อมเพชรอ่วมแม่น้ำ3สายถล่มส่อพัง
นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่าได้รับรายงานจากนางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากรว่า ขณะนี้ ปริมาณน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้สูงขึ้นมาก ทำให้โบราณสถานป้อมเพชร อยู่ในขั้นวิกฤติสุด เนื่องจากน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมตัวป้อมเพชรแล้ว และปริมาณน้ำจะสูงขึ้นอีกกว่า 50 เซนติเมตร คาดว่า จะสูงขึ้นถึงระดับถนนและทำให้ป้อมเพชรต้องแช่น้ำ ซึ่งเรื่องนี้ ตนมีความเป็นห่วงมาก เนื่องจากบริเวณที่ดังกล่าวเป็นจุดศูนย์รวมของแม่น้ำ 3 สาย ได้แก่ แม่เจ้าพระยา ลพบุรี และป่าสักที่ไหลมารวมกันทำให้กระแสน้ำวน ไหลเชี่ยวกราก และจะทำให้ฐานรากของป้อมเพชรพังทลายลงมา
“อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยอมรับว่า เราไม่สามารถเข้าไปดำเนินการอะไรได้เลย เพราะปริมาณน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีฝนตกมาซ้ำอีก ดังนั้นจึงทำได้แค่เพียงเฝ้าดูสถานการณ์น้ำ และรอให้น้ำระดับลง จึงจะสามารถเข้าไปสำรวจความเสียหายได้” นางสุกุมล กล่าว
รมว.วธ. กล่าวว่า ขณะนี้ ทางยูเนสโก ได้รับทราบถึงสถานการณ์น้ำท่วมโบราณสถาน ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกในภาพรวมแล้ว โดยเฉพาะที่วัดไชยวัฒนารามที่ได้รับความเสียหายหนัก ตนเห็นว่า หากได้รับการช่วยเหลือจากยูเนสโก ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีทั้งในการสำรวจความเสียหาย และบูรณะซ่อมแซม นอกจากนี้ ทาง วธ. ยังจะเปิดให้หน่วยภาครัฐ และเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบูรณะโบราณสถานที่ได้รับความเสียหายอีกด้วย ทั้งนี้วธ.ยังได้เปิดให้ประชาชนร่วมบริจาคเงินบูรณะโบราณสถานที่ถูกน้ำท่วม ตามโครงการบูรณะโบราณสถาน กรมศิลปากร ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำเนิน ชื่อบัญชีโครงการบูรณะโบราณสถาน กรมศิลปากร เลขที่ 081-0-09603-6 ได้ตั้งแต่บัดนี้
"ผอ.ทอท."ตรวจความพร้อมดอนเมืองก่อนทำพิธีเปิดศูนย์ช่วยเหลือ
ผู้สื่อข่าวรายงานได้มีการปรับปรุงห้องรับรองพิเศษวีไอพีให้เป็นศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ (ศปภ.) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือแก้ปัญหาเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยได้มีการติดตั้งโทรศัพท์คอมพิวเตอร์ และจอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการประชุมคอมเฟอร์เร้นท์ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง จัดห้องแถลงข่าว นอกจากนี้ ในบริเวณชั้นล่างของอาคารผู้โดยสารได้มีการดัดแปลงให้เป็นสถานที่สำหรับรับบริจาคสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค ศูนย์ลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน ศูนย์กระจายสิ่งของที่จำเป็น ส่วนอาคารจอดรถได้เปิดให้ผู้ประสบอุทกภัย นำรถมาจอดได้ ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ในฐานะ ผอ.ศปภ. ได้เดินทางมาตรวจสถานที่ด้วย
ด้าน น.ท.ประทีป วิกฤษโท ผอ.การท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยว่า การท่าอากาศยานดอนเมืองได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อเป็นศูนย์ศปภ. ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและและการสื่อสาร หรือไอซีที โดยมอบหมายให้ บริษัท ทีโอที ส่งเจ้าหน้าที่ มาติดตั้งระบบสื่อสารทั้งหมด โดยได้มีการติดตั้งโทรศัพท์ จำนวน 120 คู่สาย จอคอมพิวเตอร์ 120 จอ ติดตั้งระบบอินเตอร์ความเร็วสูง ระบบไวไฟล์ ในส่วนนี้จะเป็นห้องปฏิบัติการสำหรับเจ้าหน้าที่ ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และปฏิบัติการอื่น ๆ
ส่วนอีกห้องหนึ่งได้มีการปรับให้เป็นห้องประชุมขนาดกลาง สำหรับผู้บริหาร หรือเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการประชุมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดย มีจอโปรเจ็คเตอร์ สำหรับการประชุมวีดีโอคอนฟอร์เร้นท์ โดยจะมีการประสานงานระหว่างห้องปฏิบิติการ กับห้องประชุมตลอดเวลา ทั้งนี้ศูนย์ ศปภ. จะเปิดทำงานได้อย่างเป็นทางการตั้งแต่เวลา 08.00 น.ของวันที่ 9 ต.ค.เป็นต้นไป โดยจะดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง
วุฒิสภาจับมือกองทัพบกจัดรายการช่วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันอาทิตย์ที่ 9 ต.ค. เวลา 22.05 - 00.20 นาฬิกา วุฒิสภาได้ร่วมกับกองทัพบก จัดรายการพิเศษ เพื่อเปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของภายใต้โครงการ “วุฒิสภาร่วมกับกองทัพบกรวมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 โดยพล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา ขอเชิญชวนทุกท่านที่ห่วงใยและประสงค์จะช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้สามารถโทรเข้ามาร่วมบริจาคในรายการ ได้ที่ เบอร์ 02-270-2233 หรือโอนเงินเข้า ชื่อบัญชี “วุฒิสภาช่วยน้ำท่วม” ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประเภทบัญชี ออมทรัพย์ สาขารัฐสภา เลขที่บัญชี 089-0-22222-3 โดยการบริจาคในครั้งนี้ ท่านสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
กทม.เร่งระบายน้ำ3ด้านป้องกันน้ำท่วมกรุง
นายสัญญา ชีนีมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับการประสานจากกรมชลประทานในการเร่งระบายน้ำเหนือ โดยจะแบ่งเป็น 3 พื้นที่ประกอบด้วย 1. น้ำเหนือที่จะผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะระบายออกสู่ทะเลโดยตรง 2. กทม.ฝั่งตะวันออก จะมีการผันเข้ามายังคลองประเวศ คลองแสนแสบ และคลองลำบึงขวาง ผ่านอุโมงค์ยักษ์ พระรามเก้า-รามคำแหง ส่วนพื้นที่ชั้นในของ กทม. น้ำจะไหลผ่านคลองผดุงกรุงเกษม และ 3.กทม.ฝั่งตะวันตก จะผ่านคลองทวีวัฒนา เพื่อเร่งระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
นายสัญญา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กทม.พร้อมจะช่วยเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะสถานีสูบน้ำพระโขนง ได้เร่งสูบน้ำออกอย่างเต็มที่ในปริมาณวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากเดิมที่ระบายน้ำ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งช่วยระบายน้ำ ได้ประมาณ 80 - 90 เปอร์เซ็นต์ จากปริมาณน้ำที่ผ่านกทม.ต่อวัน อย่างไรก็ตาม หากมีปริมาณฝนตกลงมาเพิ่มเติม กทม.จะมีการประเมินสถานการณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเร่งระบายน้ำให้มากขึ้น โดยทาง กทม.ได้ทำทุกอย่างดีที่สุดแล้วในการเร่งระบายน้ำ และไม่ได้นิ่งนอนใจในการดำเนินการ
มาตรการรับมือปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรุงเทพมหานครได้วางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยใช้ระบบพื้นที่ปิดล้อม คือก่อสร้างคันกั้นน้ำล้อมรอบพื้นที่ เพื่อป้องกันน้ำจากภายนอกมิให้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่
ขีดความสามารถของคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถป้องกันระดับน้ำได้ที่ +2.50 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) หรืออัตราการไหลของน้ำในแม่น้ำประมาณ 3,000 - 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนกรณีมีฝนตกหนักในพื้นที่ก็จะก่อสร้างระบบระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำท่วมขังลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ขีดความสามารถของระบบระบายน้ำสามารถรองรับฝนตกไม่เกิน 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง หากเกินนั้นก็จะมีน้ำท่วมขังในบางจุดแล้วจะค่อยๆ ทยอยระบายลงเมื่อฝนหยุด ส่วนใหญ่ใช้เวลาระบายประมาณ 1-3 ชั่วโมง
การก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม
- ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ก่อสร้างตามพระราชดำริ เพื่อป้องกันน้ำไหลบ่าจากพื้นที่ตอนบนของกรุงเทพและพื้นที่ทุ่งด้านตะวันออก ความยาว ๗๒ กม.
- บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์
เพื่อป้องกันน้ำเหนือหลากและน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ความยาวแนวป้องกันทั้งสิ้น 77 กม. ก่อสร้างแล้วเสร็จ 75.80 กม. ส่วนที่เหลือจะแล้วเสร็จในปี 2554 ป้องกันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุดที่ระดับ +2.50 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จเรียงกระสอบทรายเป็นแนวป้องกันชั่วคราว สูงที่ระดับ +2.00 เมตร ถึง +2.50 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเตรียมกระสอบทรายไว้จำนวน 4 ล้านใบ
ระบบระบายน้ำท่วมขังเนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่
- มีการก่อสร้างท่อระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง เตรียมพร้อมสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ บ่อสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังเนื่องจากฝนตก โดยสามารถระบายน้ำได้วันละ 1,584 ลบ.ม.
- เตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เพื่อติดตั้งบริเวณจุดอ่อนน้ำท่วมรวม 1,152 เครื่อง ระบายน้ำได้ 692 ลบ.ม.ต่อวินาที
- อุโมงค์ยักษ์ 7 แห่ง กำลังสูบรวม 155.50 ลบ.ม.ต่อวินาที
- แก้มลิง 21 แห่ง เตรียมรองรับน้ำ 12.75 ล้าน ลบ.ม.
- มีหน่วยบริการเร่งด่วน หน่วย BEST 95 หน่วย เจ้าหน้าที่ 700 คน เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนและแก้ไขปัญหาเร่งด่วน
- มีศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่และแก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำและการดำเนินงาน
สถานการณ์น้ำในปัจจุบัน
เนื่องจากยังมีปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ประกอบกับยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลพายุไต้ฝุ่น จึงทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงมีปริมาณสูง แต่จนถึงปัจจุบันปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านกรุงเทพมหานครยังมีปริมาณไม่เกิน 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยระดับน้ำในแม่น้ำสูงสุดวัดที่ปากคลองตลาด มีระดับ +1.98 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งยังต่ำกว่าแนวป้องกันของกรุงเทพมหานครที่สามารถป้องกันได้ที่ระดับ +2.50 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังประจำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อติดตาม ตรวจสอบพื้นที่และสถานการณ์ตลอดเวลา
นนท์สั่งเสริมแนวกระสอบทรายรับน้ำก้อนใหญ่
นายภาสกร บุญญลักษณ์ นายอำเภอเมืองนนทบุรี เปิดเผยว่า ทางอำเภอเมืองนนทบุรีได้ลงสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในแม่ น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้น พบว่ามีบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ติตริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับความเดือด ร้อนแล้ว ไม่ต่ำกว่า 3,000 หลังคาเรือน ทางอำเภอต้องระดมถุงยังชีพ น้ำดื่ม เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วในเบื้องต้น นอก จากนี้ยังได้สั่งการให้ทาง อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ละแห่งในพื้นที่เขตอำเภอเมือง เร่งเสริมแนวกั้นน้ำด้วยกระสอบทรายให้สูงเพิ่มขึ้นอีก 50 เซนติเมตร เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับมวลน้ำก้อนใหญ่ที่ไหลผ่านมาจากจังหวัดอยุธยา อ่างทอง ปทุมธานีแล้ว
นายอำเภอปากเกร็ดโวยทรายกับเรือราคาพุ่ง
นายวิศิษฏ์ พวงเพ็ชร นายอำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวลืออกไปว่า น้ำได้ไหลเข้าท่วมอุโมงค์ปากเกร็ดนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดมีอุบัติเหตุมีบ้านเก่าซึ่งอยู่ติดกับอุโมงค์ทางลอดถนนปากเกร็ดล้มพังทลายลงมา ทางอำเภอจึงเข้าไปตรวจสอบและกั้นเป็นเขตอันตรายเอาไว้เท่านั้น ส่วนในตัวอุโมงค์นั้นมีร่องรอยของน้ำที่ซึมผ่านมาทางท่อระบายน้ำ ทางอำเภอจึงได้นำกระสอบทรายไปสร้างแนวกั้นปิดทับเอาไว้พร้อมกับติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ในอุโมงค์ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังในอุโมงค์เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
ขณะที่สถานการณ์น้ำที่วัดปรมัยยิกาวาสเกาะเกร็ด ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้แนวเขื่อนคอนกรีตของทางวัดสามารถรับน้ำได้อีกเพียง 20 เซนติเมตร ทางอำเภอจึงต้องเร่งเสริมกระสอบทรายสร้างแนวกั้นน้ำให้สูงเพิ่มขึ้นอีก 1 เมตร เพื่อตั้งรับกับมวลน้ำก้อนใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
นายอำเภอปากเกร็ดยังกล่าวอีกว่า นอกจากทรายจะมีราคาแพงขึ้นและหายากแล้ว เรือไฟเบอร์ก็ยังหายากและมีราคาแพงด้วยเช่นกัน เพราะทางอำเภอเองก็พยายามจะหาซื้อเรือไปให้กับชุมชนชาวบ้านที่อยู่ริมน้ำแต่อยู่เข้าไปลึก เนื่องจากหากจะให้ไปทำสะพานไม้เพื่อให้ชาวบ้านไว้ใช้สัญจร จะไม่คุ้มค่าเพราะระยะทางไกลกว่าครึ่งโล ดังนั้นหากนำเรือไปให้ จะทำให้ชาวบ้านที่อยู่ลึก สามารถใช้ประโยชน์ เดินทางสัญจรออกมาแจ้งข่าวหรือหาซื้อของกินของใช้ได้สะดวกกว่าสะพานไม้ แต่ก็ต้องประสบปัญหาเพราะไม่สามารถหากซื้อเรือได้ในขณะนี้
ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิตเร่งช่วยเหลือผู้ประสพภัย
นางภัทรา โมรา ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เปิดเผยว่า ทางศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เร่งช่วยเหลือผู้ประสพภัยน้ำท่วม โดยการให้ลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม สามารถนำรถมาจอดได้ที่บนอาคารจอดรถของศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และหลังจากสัปดาห์นี้ จะพิจารณาตามสถานการณ์น้ำท่วมอีกครั้งว่ามีความรุนแรงเพียงใด เพื่อที่จะขยายเวลาในการจอดรถให้ลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมต่อไป ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่มีความประสงค์นำรถมาจอด ติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่าย Contract Center เคาเตอร์ลูกค้าสัมพันธ์ ชั้น 3 (ฝั่งโรบินสัน) ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค โดยเตรียมเอกสารสำเนาบัตรประชาชน หรือสอบถามได้ละเอียดได้ที่ 0-2958-0011 กด 0
อบจ.สมุทรสงครามนำสิ่งของช่วยเหลือชาวปทุมฯ
นายชาญ พวงเพ็ชร นายก อบจ.ปทุมธานี ได้ให้การต้อนรับนายนายพิสิฐ เสือสมิง นายก อบจ.สมุทรสงคราม พร้อมคณะ ที่ได้นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค (ถุงยังชีพ) พร้อมน้ำดื่ม และเรือไฟเบอร์ สุขาเคลื่อนที่ มามอบให้กับชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมขังในเขต ต.บางปรอก อ.เมือง และ ต.บางโพธิ์เหนือ อ.สามโคก จำนวนทั้งหมด 500 ชุด โดยชาวบ้านมารับของแจกกันที่บริเวณวัดบางโพธิ์ใน อ.เมือง จ.ปทุมธานี
ด้านนายพิสิฐ เสือสมิง นายก อบจ.สมุทรสงคราม กล่าวว่าชาวสมุทรสงคราม และ อบจ.ฯมีความรู้สึกเห็นใจพี่น้องชาวปทุมธานี และจังหวัดอื่นๆที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมจึงได้ร่วมมือร่วมใจกันบริจาคสิ่งของ เงินทอง เพื่อให้นำมาช่วยเหลือชาวปทุมธานี และที่ผ่านมาตนและคณะก้ได้ไปมอบสิ่งของช่วยเหลือให้กับ จ.สิงห์บุรี จ.ลพบุรี และ จ.อ่างทอง มาแล้วและพร้อมที่จะเดินทางไปช่วยเหลือจังหวัดอื่นๆอีกด้วย
"อภิสิทธิ์"ย่องลงสงขลาทำทีตรวจการป้องกันน้ำท่วม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยนายถาวร เสนเนียม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ส.ส.สงขลา พรรค ปชป. และคณะได้เดินทางมาที่ห้องประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อตรวจความพร้อมในการรับมืออุทกภัยของเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยมี นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นายดนัยวิทย์ สายบัณฑิต ผอ.โครงการชลประทานสงขลา ร.ต.วีระ สันติเมธี ผอ.ศูนย์ป้องกันภัย เขต 12 สงขลา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบรรยายสรุปดำเนินการ หลังจากนั้นนายอภสิทธิ์ ได้เดินทางไปตรวจดูคลองอู่ตะเภา และคลองระบายน้ำที่ 1 เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการพิจารณาแก้ปัญหาน้ำท่วม และในวันเดียวกันนายอภิสิทธิ์ มีกำหนดการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ อ.สิงหนคร จ.สงขลา ด้วย
สำหรับการเดินทางมาในพื้นที่ จ.สงขลา ของนายอภิสิทธิ์ ในครั้งนี้ เป็นที่น่าแปลกใจ เพราะว่าสื่อหลักๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้รับทราบกำหนดการมาก่อน จึงเป็นที่สงสัยและวิจารณ์กันว่ามาเพื่อทำให้ชาวหาดใหญ่เห็นว่าทางพรรค ปชป.ยังมีความห่วงใย เพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 ก.ย.54 ที่ผ่านมา นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายก รมต.และ รมว.มหาดไทย ได้ลงมามอบนโยบายแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมที่หาดใหญ่และเปิดงานเทศกาลกินเจที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งมีข้าราชการและประชาชนชาวหาดใหญ่ให้การต้อนรับอย่างมากมายมาแล้ว จึงกลัวจะเสียฐานเสียง
"พร้อมพงศ์"ลั่นพร้อมหนุนตั้งกระทรวงน้ำ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่กทม.และภาคตะวันออก สภาผู้แทนฯ นำคณะอนุกมธ.ฯ เดินทางไปติดตามดูงานการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริและคลองลัดหลวง ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวภายฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ว่า สิ่งสำคัญในขณะนี้คือมาตราการเร่งด่วนในการผลักดันน้ำออกสู่ทะเลให้เร็ว และให้มากที่สุด ซึ่งต้องอาศัยการทำงานแบบบูรณาการ โดยที่ผ่านมากองทัพเรือได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆในการผลักดันน้ำอยู่แล้ว แต่เพื่อให้มีประสิทธิภาพเต็มร้อย จึงเห็นว่านอกจากประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ซึ่งเป็นจุดระบายน้ำที่สำคัญแล้ว ยังมีคลองลัดหลวงที่มีประสิทธิ์ภาพน่าจะทำเป็นประตูระบายน้ำได้ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยังเตรียมเสนอจัดตั้งกระทรวงเพื่อดูแลน้ำเป็นการเฉพาะด้วยพร้อมเสนอเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งตนจะเสนอเรื่องนี้ในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยด้วย



