ข่าว

'ม็อบแรงงาน'บุกทำเนียบจี้'ค่าจ้าง300'

'ม็อบแรงงาน'บุกทำเนียบจี้'ค่าจ้าง300'

07 ต.ค. 2554

คสรท.บุกทำเนียบ จี้ นายกฯ ปฏิรูประบบค่าแรง 300 บาท ทันที ! ค้านข้อเสนอสภานายจ้าง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 7 ต.ค.54  ขบวนเครือข่ายแรงงานฯ เต็มไปด้วยสีสัน นอกจากแผ่นป้ายเขียนข้อความเรียกร้องต่างๆ และธงหลากสี ที่เขียนข้อความ อาทิ '300 บาท มาตรฐานเดียวทั่วประเทศ' '300 บาท ทั่วประเทศ ทันที!' ที่โบกสะบัดตลอดเส้นทาง ผู้ชุมนุมบางส่วนยังนำแผ่นป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่เขียนข้อความว่า 'เพิ่มเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท เพิ่มค่าแรง ขั้นต่ำ 300 บาท/วัน' และรูปภาพน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาร่วมเดินขบวน โดยเขียนข้อความเป็นช่องคำพูดว่า "ค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ ทันทีค่า" โดยมีการนำคลิปเสียงการปราศรัยของน.ส.ยิ่งลักษณ์มาเปิดประกอบ ทำให้ผู้ที่พบเห็นหลายคนแอบอมยิ้ม

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ด้วยความคลาดเคลื่อนจากการประสานงานภายในเครือข่ายฯ ที่มีจำนวนหลายกลุ่ม ทำให้องค์กรแรงงานแห่งประเทศไทย (อรท.) นำโดยนายมนัส โกศล ที่มีประมาณ 100 คน มาดักรอก่อนหน้า ขณะที่ คสรท.เคลื่อนผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ไปปักหลักชุมนุมที่เชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ โดยมีการนำรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียงมาดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยชั่วคราว ทำให้ผู้ชุมนุมแยกเป็น 2 กลุ่ม

          ทั้งนี้นายชาลี พยายามประสานให้มีตัวแทนรัฐบาลออกมารับ แต่เนื่องจากเวลาเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ได้เรียกประชุมครม.ด่วนเพื่อหารือมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่สนามบินดอนเมือง ทำให้ไม่มีรัฐมนตรีรายใดอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล

          เวลา 11.45 น. นายอาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมข้าราชการกระทรวงแรงงานเดินทางมาพบกับแกนนำเครือข่ายแรงงานฯ เพื่อเจรจาว่าจะยื่นหนังสือกับใคร ซึ่งนายชาลีบอกว่าต้องการยื่นหนังสือกับรัฐมนตรีเท่านั้น ก่อน น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานคสรท.จะบอกว่าได้ติดต่อให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์มารับหนังสือแทนน.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว

          ต่อมาอีก 20 นาที นายกิตติรัตน์ ก็เดินทางมาถึงพร้อมรับหนังสือจากแกนนำเครือข่ายแรงงานฯ ที่ประกอบด้วยนายชาลี, น.ส.วิไลวรณ, นายมนัส และนายสาวิทย์ แก้วหวาน ที่จัดทำเป็นสมุดปกแดง ที่ประกอบด้วยข้อเสนอของเครือข่ายแรงงานฯ และรายชื่อผู้ใช้แรงงานอีก 22,235 คน

          นายกิตติรัตน์ ขึ้นกล่าวบนเวทีปราศรัยหลังจากนั้นว่า อยากให้เชื่อมั่นความจริงใจของรัฐบาล แต่อยากให้เวลาผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคธุรกิจได้มีเวลาตัดสินใจ ขณะนี้ประเทศไทยกำลังมีปัญหา การจะแก้ไขปัญหาได้ต้องอาศัยความเข้าใจ จึงอยากเชิญชวนผู้ใช้แรงงานให้มาทำงานร่วมกัน

          ที่ผ่านมาอาจจะมีรัฐบาลที่คิดอย่าง พูดอย่าง และทำอย่าง แต่รัฐบาลนี้จะทำงานเพื่อประชาชน ที่ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลถือเป็นสิทธิ แต่รัฐบาลนี้จะไม่คิดอย่างพูดอย่างแน่นอน ทั้งนี้จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปมอบให้ผู้บริหารกระทรวงแรงงานไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะเข้าใจว่าในข้อเสนอนอกจากเรื่อง 300 บาท และ 15,000 บาท ยังจะมีข้อเสนออื่นๆด้วย

          ด้านน.ส.วิไลวรรณ กล่าวว่า ในวันที่ 17 ต.ค.เครือข่ายแรงงานฯ จะเดินทางไปที่กระทรวงแรงงานเพื่อทวงถามข้อเรียกร้องเดียวกันต่อไป

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อเรียกร้องของเครือข่ายแรงงานฯ ได้ระบุว่า เครือข่ายแรงงานฯ ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย ที่ให้ค่าจ้างขั้นต่ำคือ รายได้รายวันที่รวมค่าโอที ค่ากะ ค่าครองชีพ และจะไม่ปรับค่าจ้าง 3 ปี และขอให้นายกฯ ปฏิรูประบบค่าจ้าง ดังต่อไปนี้

1. ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ให้เท่าเทียมกันทั่วประเทศโดยทันที

2. ปรับนิยามค่าจ้างขั้นต่ำ ให้หมายถึงค่าจ้างแรกเข้าทำงาน

3. ปฏิรูประบบโครงสร้างการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ ให้มีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างอย่างโปร่งใส

4. กำหนดมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

5. รับรองอนุสัญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้สลายตัวการชุมนุมไปเมื่อเวลา 13.45 น. ทำให้การจราจรบนถนนพิษณุโลกกลับมาใช้การได้ตามปกติ