ข่าว

โพลล์ชี้รบ.'ปู'คนกรุงเครียดปัญหาศก.

โพลล์ชี้รบ.'ปู'คนกรุงเครียดปัญหาศก.

07 ต.ค. 2554

'กรุงเทพโพลล์'ระบุ ภายใต้รัฐบาล'ยิ่งลักษณ์'คนกรุงเครียดปัญหาเศรษฐกิจ เผยอาศัยครอบครัวเป็นที่พึ่งคลายทุกข์

        7 ต.ค.54 ผู้สื่ข่าวรายงานวานว่า เนื่องในวันที่ 10 ต.ค.ที่จะถึงนี้ เป็นวันสุขภาพจิตโลก ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “สุขภาพจิตของคนกรุงในช่วงเริ่มรัฐบาลยิ่งลักษณ์”  โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,189  คน ระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา พบว่า คนกรุงเทพฯ ระบุว่าเรื่องที่ทำให้ เครียด วิตกกังวล หรือเป็นทุกข์มากที่สุดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเข้ารับตำแหน่งคือ สินค้ามีราคาแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น  35.7% รองลงมาเป็นเรื่อง การจราจรติดขัด  8.3%   การเป็นหนี้ เป็นสิน   7.9%  กลัวบ้านน้ำท่วม  6.4%  และกลัวจะไม่ได้ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท หรือเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 ตามนโยบายที่รัฐเคยหาเสียงไว้   6.3%

        นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่  46.2%  ให้ความเห็นต่อเรื่องที่ทำให้เครียด วิตกกังวล หรือเป็นทุกข์มากที่สุด ว่ามีสาเหตุมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ ขณะที่  15.9% ระบุว่ามีสาเหตุมาจากรัฐบาล และ  10.3% ระบุว่ามีสาเหตุมาจากตัวเอง

        สำหรับบุคคลที่คนกรุงเทพฯ คิดว่าจะปรึกษาหรือเป็นที่พึ่งทางใจ  ในยามเครียด วิตกกังวล หรือเป็นทุกข์มากที่สุดคือ คนในครอบครัว   57.1% รองลงมาเป็น เพื่อน  19.5% และคนรัก   10.8% ขณะที่  8.6% ไม่ได้ปรึกษาใครและแก้ปัญหาด้วยตนเอง  ทั้งนี้เมื่อถามถึงกิจกรรมที่ทำมากที่สุด เพื่อลดความเครียด ความวิตกกังวล หรือเป็นทุกข์ พบว่า 14.8% ระบุว่ากินข้าวกับครอบครัว  14.2% ระบุว่านั่งสมาธิ เข้าวัด ฟังธรรม  และ  13.8% ระบุว่าเล่นอินเทอร์เน็ต แชท

        ส่วนความคิดเห็นต่อการไปพบจิตแพทย์เมื่อเกิดความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือเป็นทุกข์ พบว่า คนกรุงเทพฯ  71.1% คิดว่าจะไม่ไป โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า  หรือเป็นทุกข์ถึงขนาดที่ต้องไปพบจิตแพทย์ ขณะที่ 28.9% คิดว่าจะไป

        เมื่อถามว่า ปัญหาความเครียด วิตกกังวล หรือเป็นทุกข์ที่ผ่านมา ทำให้ เคยคิดทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตายบ้างหรือไม่ คนกรุงเทพฯ  94.4% ระบุว่าไม่เคยคิด มีเพียง  2.9% ระบุว่าเคยคิดทำร้ายตัวเอง และ  2.7% ระบุว่าเคยคิดฆ่าตัวตาย  อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงสุขภาพจิตโดยรวมของคนกรุงเทพฯ พบว่า  87.8% ระบุว่าตัวเองมีสุขภาพจิตดี มีเพียง  12.2% ที่ระบุว่าตัวเองมีสุขภาพจิตไม่ดี