ข่าว

น้ำทะลักตลาดสดทม.ปทุมฯ

น้ำทะลักตลาดสดทม.ปทุมฯ

07 ต.ค. 2554

คันกระสอบทรายแตก เจ้าพระยาทะลักท่วมตลาดสดเทศบาลเมืองปทุม รอบสอง ชาวบ้านนับ 100 เร่งเสริม

         7 ต.ค.54ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.วันที่ 6 ต.ค. คันกระสอบทรายกั้นน้ำบริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลเมืองปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้พังลงเป็นช่องกว้างประมาณ 2- เมตรทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชน และอาคารพาณิชย์ในตลาดปทุมธานีที่มีอยู่นับร้อยห้อง โดยระดับน้ำที่ไหลเข้ามานั้นสูงประมาณกว่า 1 เมตร ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในตลาดจำนวนนับ100 คน ต้องช่วยกันนำกระสอบทรายมาเสริมเปิดช่องที่พังลง กันอย่างอลหม่าน จนขณะนี้น้ำก็ยังล้นแนวคันกันอีก ร้านค้าหลายร้านเก็บข้าวของหนีน้ำไม่ทัน สินค้าภายในร้านเปียกน้ำได้รับความเสียหาย บางร้านเสริมแนวกั้นอิฐบล็อกไว้ แต่น้ำก็ล้นจากแนวกั้นอิฐบล็อกหน้าร้านท่วมเข้าภายในร้านได้รับความเสียหายเช่นกัน ต้องเร่งสูบน้ำ,ตักน้ำออกจากร้านอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงว่าข้าของจะได้รับความเสียหายมากกว่านี้

         นายนำศิลป์ คุณาวิชชา เจ้าของอาคารพาณิชย์ กล่าวว่า บริเวณจุดที่กระสอบทรายแตกนั้น เมื่อไม่นานมานี้ก็เคยแตกไปแล้วครั้งหนึ่ง และในวันนี้ก็มาแตกอีกครั้ง โดยระดับน้ำที่ไหลเข้ามาในตลาดนั้นสูงขึ้นอย่างรวดเร็วประมาณกว่า 1 เมตร ทำให้ร้านค้าที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวถูกน้ำไหลเข้าบ้านจนข้าวของบางส่วนเสียหาย แต่ร้านค้าส่วนใหญ่นั้นก็มีการก่ออิฐกั้นไว้ก็จะเสียหายน้อยหน่อย ทั้งนี้สาเหตุที่กระสอบทรายแตกนั้นคาดว่าน่าจะมาจากคลื่นที่เกิดจากเรือยนต์ที่วิ่งไปมาในตอนกลางคืน ซึ่งคลื่นอาจจะมาประทะแนวกระสอบจนพังลง คาดว่าคงใช้เวลากู้คืนโดยการสูบน้ำออกจากพื้นที่ก็คงถึงพรุ่งนี้ถึงจะเข้าสู่สภาวะปกติ

 


ตลาดสดจมบาดาล ครั้งที่ 6 เสียหายหลายล้านบาท

         เกิดเหตุแนวกั้นน้ำพังลงในตลาดสดศิริวัฒนา เขตเทศบาลเมืองปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี คืนวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้น้ำทะเข้าในชั่วพริบตาน้ำท่วมสูงกว่าอิฐบ๊อกที่ทางร้านได้กั้นน้ำไว้ทำให้ร้านค้าจำนวนหลายรายสินค้าเสียหายลอยน้ำเต็มบ้านโดยเฉพาะที่ร้านแสงสุวรรณ ซึ่งมีนางสุพรรณนา โชคประคอง เจ้าของร้านและเป็นเอเยนต์จำหน่ายหนังสือพิมพ์และเครื่องสังข์ภัณฑ์ น้ำไหลมาตีแนวอิฐบ๊อกที่กั้นไว้รอบร้านแตกพังทลายทำให้น้ำเข้าเต็มร้านและข้าวของลอยน้ำเต็มร้านหมด

         ส่วนนายพูลสวัสดิ์ หาญสวัสดิ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปทุมธานี ได้นำเจ้าหน้าที่และประชาชนพร้อมเจ้าของร้านค้าออกมาช่วยกันตั้งแนวกำแพงกั้นน้ำที่มีฐานเป็นกระสอบทรายกว้างถึง 8 ลูก สูงกว่า 1.50 เมตร แต่ต้านทานน้ำที่ได้เพิ่มขึ้นสูงในคืนนี้กว่า 30 ซม.ทำให้น้ำเอ่อล้นข้ามกระสอบแนวกั้นเฉพาะในเขตเทศบาลพังลงถึง 3 จุด และได้เสริมแนวกั้นน้ำได้ ส่วนในตลาดแห่งนี้จะต้องใช้เวลาสูบน้ำออกจากตลาดคงจะเป็นเวลาในช่วงเช้าเพราะน้ำไหลเข้ามามากที่สุดที่แนวกั้นน้ำเคยพังมา ซึ่งครั้งนี้ร้านค้าได้รับความเสียหายมากเพราะน้ำได้ไหลแรงไปตีแนวกั้นตามร้านเสียหายหลายร้านค้าด้วยกันหลังน้ำลดแล้วจะสำรวจความเสียหายอีกครั้งหนึ่ง.

 

 

หญิงวัย 66 ปี  กลับจากรับของแจกน้ำท่วม ระหว่างทางพลัดตกสะพานดับ

         เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย ธรรมรัศมีมณีรัตน์ ปราจีนบุรี ช่วยกันค้นหาร่างนางวินัย  อักษร อายุ 66 ปี ภูมิลำเนา ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี และนางกุหลาบ  ศาทจันทร์ อายุ 54 ปี  ขึ้นจากคูน้ำที่ลึก3  เมตร หลังจากทั้งสองคนพลัดตกลงไปเมื่อคืนวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา  ต่อมาพบว่า นางวินัย   เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาลจากการจมน้ำ ส่วนนางกุหลาบ  ยังไม่รู้สึกตัว        

         จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า  ทั้งสองคนได้ไปรับของช่วยเหลือน้ำท่วมที่มีผู้นำมามอบให้  ที่หมู่ 1 ตลาดท่าตูม  ขณะที่นางวินัย เดินข้ามสะพานเพื่อเข้าบ้านเห็นนางกุหลาบเสียหลักพลัดตกสะพานลงไปในคูเข้าไป แต่กลับถูกนางกุหลาบดึงจมลงไปทั้งสองคน ผู้เห็นเหตุการณ์จึงร้องขอความช่วยเหลือ  กระทั่งนำตัวทั้งคู่ขึ้นมาได้

 

 

พิจิตรเร่งผลิตน้ำดื่มหลังชาวบ้านขาดแคลน

       สถานการณ์น้ำท่วม ที่ จ.พิจิตร ระดับน้ำที่ท่วมมานานกว่า 3 เดือน ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง แต่ยังเพิ่มขึ้นเป็นรายวัน เนื่องจากมีฝนตกลงมาใสช่วง นี้ ในขณะที่ ต.ไผ่หลวง อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่ถูกน้ำท่วมและถนนถูกตัดขาด ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดพิจิตร นำรถผลิตน้ำดื่มซึ่งนำมาจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เขต 8 จ.กำแพงเพชร เพื่อผลิตน้ำดื่มแจกจ่ายให้กับประชาชน ในพื้นที่ จ.พิจิตร ที่ประสบอุทกภัย และประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มอย่างมาก

       เนื่องจาก น้ำท่วมเส้นทางในการสัญจร รถบรรทุกข์น้ำเข้าไม่ถึง น้ำท่วมแหล่งกักเก็บน้ำของชาวบ้านทั้ง หนอง คลอง บึง บ่อน้ำ รวมไปถึงโอ่งเก็บน้ำของชาวบ้านจนหมด ทำให้ไม่มีน้ำสะอาดในการบริโภค

       ทั้งนี้ จ.พิจิตร จึงได้ประสานงานนำรถผลิตน้ำดื่มที่มีศักยภาพสูงสามารถผลิตน้ำดื่มโดยนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือในพื้นที่ประสบอุทกภัยผลิตเป็นน้ำสะอาดสามารถบริโภคได้ มาให้บริการกับประชาชน ซึ่งก็มีประชาชนที่ประสบอุทกภัยมาใช้บริการในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก

       สำหรับสถานการณ์น้ำพื้นที่ จ.พิจิตร ในขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้ง 12 อำเภอ 85 ตำบล 813 หมู่บ้านประชาชนได้รับผลกระทบ 43,339 ครัวเรือน เสียชีวิตจากการจมน้ำ 40 ราย พื้นที่เกษตรเสียหาย 510,453 นาข้าว 498,910 ไร่ พืชสวน 6,905 ไร่ พืชไร่ 4,638 ไร่ บ่อปลา 4,494บ่อ เส้นทางคมนาคม ชำรุด 162 สาย รถเล็กผ่านไม่ได้ 9 สาย โรงเรียนถูกน้ำท่วม จำนวน 124 แห่ง วัด จำนวน 122 แห่ง สถานบริการสาธารณะสุข 16 แห่ง ผู้จมน้ำเสียชีวิตรายเพิ่มอีก 3 ราย คือ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง 2 ราย นายเชาว์ นาน้อย อายุ 56 ปี นายสุด บัวโต อายุ 43 ปี อำเภอตะพานหิน 1 ราย คือ นายทิม วงศ์เคน อายุ 55 ปี

       อีกทั้ง ระดับน้ำแม่น้ำยม ซึ่งส่งผลกระทบ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวชิระบารมี สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และโพทะเล ระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำ Y 17 อำเภอสามง่าม ระดับน้ำ 6.83 เมตร สูงกว่าจุดวิกฤติ 1.27 เมตร ระดับน้ำทรงตัว แม่น้ำยมที่สถานีวัดน้ำ Y5 ระดับน้ำ 9.01 เมตร สูงกว่าจุดวิกฤติ 2.06 เมตร ระดับน้ำลดลง 1 เซนติเมตร

       ส่วนแม่น้ำน่าน ซึ่งผ่าน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพิจิตร ตะพานหิน อำเภอบางมูลนาก ระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำ N 7A อำเภอเมืองพิจิตร ระดับน้ำ 11.51 เมตร สูงกว่าจุดวิกฤติ 1.30 เมตร ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 1 เซนติเมตร ที่สถานีวัดน้ำ N 8 A อำเภอบางมูลนาก ระดับน้ำ 11.59 เมตร สูงกว่าจุดวิกฤติ 72 เซนติเมตร ระดับลดลง 2 เซนติเมตร

 

 


 ผวจ.ตากประสานเขื่อนภูมิพลชะลอระบายน้ำหลังน้ำเหนือหนุนไม่หยุด

       สถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก ยังไม่คลี่คลาย เนื่องจากก้อนน้ำเหนือเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา น้ำไหลเข้าอ่างน้ำสิ้น 183 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้เขื่อนต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 และระบายในปริมาณรวมกันแล้วจำนวน 100 ล้าน ลบ.ม.โดยเหลืออีก 142 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 1 เปอร์เซ็นต์น้ำจะล้นอ่าง

       ขณะที่ น้ำจากแม่น้ำวังที่ไหลลงมาจาก จ.ลำปาง ลงมาสมทบที่แม่น้ำปิงอีก 86 ล้าน ลบ.ม.ทำให้ขณะนี้มีน้ำลงสู่แม่น้ำปิง 186 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงเกินกว่าแม่น้ำปิงจะรับไหวเพราะ มีน้ำไหลผ่านวินาทีละกว่า 2,300 ลูกบาศก์เมตร

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้ประสานทางเขื่อนภูมิพล ขอให้พิจารณาลดการระบายน้ำลงจากเดิมที่ระบายวันละ 100 ล้าน ลบ.ม. เพราะน้ำจากแม่น้ำวังไหล มาสมทบในปริมาณมากเป็นประวัติการณ์ และไหลลงสู่แม่น้ำปิงช้าเพราะแม่น้ำวังมีระดับต่ำ กว่าแม่น้ำปิงจะไปดันน้ำวังให้ไหลช้าลง ทำให้กระแสน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎรใน ต.ยกกระบัตร ต.วังหมัน และ ต.วังจันทร์ ของ อ.สามเงา ส่วนชาวบ้านใน 4 ตำบล คือ ต.ตากออก ต.ตากตก ต.เกาะตะเภา และ ต.สมอโคน อ.บ้านตาก ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำในแม่น้ำปิง 20 หมู่บ้าน ทั้งนี้เดือดร้อนหนักน้ำท่วมสูง 1 เมตร รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ต้องใช้เรือในการขนส่งน้ำดื่มและอาหารให้กับประชาชนในหมู่บ้านต่างๆ ขณะที่ คอสะพานก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน ส่วน อ.เมืองตาก ต.หนองบัวเหนือ ต.หนองบัวใต้ ต.ป่ามะม่วง ต.ไม้งาม ต.วังหิน และเขตเทศบาลเมืองตาก กำลังได้รับผลกระทบเช่นกัน