
พระธาตุผาเงาอำเภอเชียงแสน
พระธาตุผาเงาอำเภอเชียงแสน : พันเรื่องถิ่นแผ่นดินไทย โดยศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ และคณะ
ตำนานสิงหนวัติได้กล่าวไว้ว่า พระเจ้าสิงหนวัติ ราชโอรสของพระเจ้าเทวกาล กษัตริย์เมืองนครไทยเทศ แห่งมณฑลยูนนาน ได้อพยพครอบครัวมาตามลำน้ำของ (แม่โขง) มาสร้าง “เมืองนาคพันธุ์สิงหนวัตินคร” หรือ “เมืองโยนกนครไชยบุรีราชธานีศรีช้างแสน” หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “เมืองเชียงแสน” ครั้นเมื่อปี พ.ศ.1088 ในรัชสมัยของพระเจ้ามหาไชยชนะ เมืองแห่งนี้ได้ล่มลง ปัจจุบันมีชื่อเรียกว่า “เมืองหนอง” อยู่ที่ ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน จ.เชียงราย
ส่วนพงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสนได้กล่าวไว้ว่า “ปู่เจ้าลาวจก” หรือที่รู้จักกันในนาม “ท้าวลวจังกราช” ซึ่งเป็นปฐมราชวงศ์ลวจังกราช ทรงเป็นผู้สร้างเมือง “ศรีเชียงแสน” นี้ขึ้นมา และเมืองนี้ได้ประดิษฐานอยู่สืบมาจนถึงรัชสมัย “พระเจ้ามังรายมหาราช” ครั้นภายหลังที่ทรงสร้าง “เมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” ในปีพ.ศ.1839 เมืองเชียงแสนจึงถูกทิ้งร้างไป และได้ฟื้นกลับมาเป็นบ้านเป็นเมืองอีกครั้งหนึ่งโดย “พระเจ้าแสนภู” พระราชนัดดาในพระเจ้ามังรายมหาราช
ครั้นล่วงมาถึงสมัยกรุงธนบุรี “พระเจ้ากาวิละ” แห่งราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เชื้อเจ็ดตน) ได้เสด็จจากเมืองลำปาง เพื่อรื้อฟื้นเมืองเชียงใหม่ หลังจากที่สามารถขับไล่กองทัพพม่าออกไปได้แล้ว แต่ในเวลานั้นปรากฏว่า เมืองเชียงใหม่กลับไร้ผู้คนอยู่อาศัย ครั้งนั้นพระเจ้ากาวิละจึงได้ดำเนินนโยบาย “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง” โดยเมืองเชียงแสนนับเป็นเมืองหนึ่ง ที่ได้ทรงเกณฑ์อพยพผู้คนให้ไปอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ ซึ่งต่อมาพระเจ้ากาวิละได้ครองราชย์เป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 1
จากตำนานตลอดจนถึงพงศาวดารความเป็นมาของเมืองเชียงแสนดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเมืองเชียงแสนเป็นเมืองเก่าแก่ ที่มีความสำคัญมานับแต่ครั้งอดีต อีกทั้งเป็นจุดกำเนิดของพระเจ้ามังรายมหาราช ต้นราชวงศ์มังราย ที่สามารถรวบรวมบ้านเมืองขึ้นเป็นอาณาจักรล้านนาได้เป็นปึกแผ่น ความเก่าแก่ของเมืองเชียงแสนไม่ได้เป็นแต่เพียงตำนาน หรือมีอยู่ในพงศาวดารเท่านั้น หากปรากฏจากหลักฐานทางโบราณวัตถุ และโบราณสถานที่มีอยู่ในตัวเมืองเชียงแสนจำนวนมาก
จากตัวเมืองเชียงแสนล่องใต้ โดยเลาะไปตามเส้นทางที่ขนานกับแม่น้ำโขงราว 3 กิโลเมตร จะพบกับวัดโบราณแห่งหนึ่งทางขวามือ เดิมชื่อ “วัดสบคำ” เป็นที่ประดิษฐานหินก้อนใหญ่ คล้ายองค์พระธาตุ เมื่อแสงแดดส่องมาทำให้เกิดร่มเงา เป็นที่เคารพสักการะโดยทั่วไปเรียกว่า “พระธาตุผาเงา” นอกไปจากนั้นยังมีการขุดพบพระพุทธรูป “หลวงพ่อผาเงา” ที่มีอายุกว่า 1,000ปี ส่วนที่บนยอดเขา เป็นที่ประดิษฐาน “พระบรมธาตุพุทธนิมิตเจดีย์” ที่งดงามราวสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อขึ้นไปสักการะสามารถมองเห็นประเทศลาว ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขง ได้ไกลจนสุดสายตาทีเดียวครับ
จันทร์หน้าเล่าเรื่อง “โขนธรรมศาสตร์” เพื่อรำลึกถึง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ผู้ก่อตั้ง เนื่องในวันที่ 9 ตุลาคม เป็นวันครบรอบอสัญกรรมของท่านครับ



