
รวบ'อเมริกัน'โกงเงิน80ล้าน
รวบ'อเมริกัน'โกงเงิน 80 ล้าน : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ
ธุรกิจ "ขายตรง" ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อหาผู้ร่วมลงทุนด้วยการยื่นข้อเสนอให้เงินปันผลสูงๆ แต่สุดท้ายกลับเชิดเงินก้อนโตหลบหนีไปนั้น ไม่ได้มีแค่เมืองไทยเท่านั้น แม้แต่ยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก อย่างสหรัฐอเมริกา ก็เผชิญกับปัญหาอาชญากรทางเศรษฐกิจพวกนี้ไม่ต่างกัน จนกระทรวงความมั่นคงภายในแห่งสหรัฐอเมริกา ต้องออกติดตามล่าตัวผู้กระทำผิดดังกล่าวไปทั่วโลก
ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงภายในแห่งสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ทำหนังสือด่วนถึง พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม. ให้ช่วยสืบสวนติดตามตัว นายจอห์น ชิงยุง ลี อายุ 40 ปี เนื่องจากพบเบาะแสว่าเข้ามาหลบซ่อนอยู่ในประเทศไทย นายจอห์น ชิงยุง ลี เป็นชาวไต้หวัน แต่ได้รับสัญชาติอเมริกัน ถูกกล่าวหาตามหมายจับของศาลสูงลอสแองเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ในข้อกล่าวหาฉ้อโกง!!
นายจอห์นมีพฤติการณ์ร่วมกับพวกอีก 2 คน ก่อเหตุชักชวนบุคคลอื่นให้เข้าร่วมลงทุนทางธุรกิจ แล้วเมื่อผู้หลงเชื่อโอนเงินมาร่วมลงทุน ก็จะหลบหนีไปไม่สามารถติดต่อได้ และจากการตรวจสอบความเสียหายตั้งแต่ปี 2545-2552 นายจอห์นพร้อมพวกสร้างความเสียหายประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 80 ล้านบาท มีผู้เสียหายซึ่งเป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกากว่า 30 คน
ทันทีที่ได้รับการประสาน พล.ต.ท.วิบูลย์ สั่งการให้ พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบก.สส.สตม. ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลแล้วสืบสวนติดตามจับกุม
จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกประเทศไทยของนายจอห์น พบว่ามีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 2551 ล่าสุดเดินทางเข้ามาในประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 แล้วไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศไทยอีกเลย
พล.ต.ต.มนู และ พ.ต.อ.อิทธิพล ร่วมกันสั่งการให้ พ.ต.อ.อธิศวัฒน์ กมลรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.สมชาย เดชแพ รอง ผกก., พ.ต.ท.รัชทพงศ์ เตี้ยสุด สว., ร.ต.อ.ประเสริฐ แก้วมุกดา รอง สว.กก.1 บก.สส.สตม., ด.ต.กิตติพันธ์ เอี่ยมจรูญ, ด.ต.สมควร สุพงษ์, จ.ส.ต.ธีทัต รัตนปราณี, ส.ต.อ.ศุภสิทธิ์ ไวเกษตรกร ผบ.หมู่ กก.1 บก.สส.สตม. ทำการสืบสวนติดตามตัวเพื่อส่งกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
การสืบสวนติดตามนายจอห์นเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะนายจอห์นให้ที่อยู่ในประเทศไทยไม่ตรงกับเอกสารคำร้องพิธีการเข้าเมืองผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อีกทั้งข้อมูลสำคัญ (ขอปกปิด) เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงให้ข้อมูลมา แต่เมื่อตรวจสอบแล้วไม่ตรงกัน
ชุดสืบสวนจึงประสานงานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกด่านเพื่อขอตรวจสอบว่านายจอห์นเคยมายื่นหนังสือเดินทางเพื่อขออยู่ต่อหรือไม่ ปรากฏว่าด่านตรวจคนเข้าเมืองพัทยา แจ้งว่าพบข้อมูลการขออยู่ต่อในประเทศไทยของนายจอห์น ในฐานะนักศึกษา โดยแจ้งที่พักไว้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านพัทยากลาง
ชุดสืบสวนจึงเดินทางไปตรวจสอบและทราบจากนิติบุคคลของคอนโดมิเนียมว่า นายจอห์นย้ายออกจากคอนโดมิเนียมแห่งนี้ไปนานหลายเดือนแล้ว แต่เมื่อสอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัยในละแวกนั้นทราบว่า นายจอห์นมักเดินทางมาที่คอนโดมิเนียมแห่งนี้ในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ เพื่อมาหาเพื่อนโดยขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงจำได้เพียงหมายเลข 139 เพียงเท่านั้น
พ.ต.อ.อิทธิพลจึงสั่งการให้ชุดสืบสวนแยกย้ายไปตามอาคารที่พักอาศัย คอนโดมิเนียม บ้านเช่า และห้องเช่า ในพื้นที่เมืองพัทยา ที่ชาวต่างชาติพักอาศัยเพื่อหาข้อมูลเบาะแสของนายจอห์น และหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ จนกระทั่งพบรถจักรยานยนต์เลขดังกล่าวจอดอยู่ใต้ถุนอาคารไพร์ม สวีท คอนโดมิเนียม ถนนพัทยากลางซอย 4 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และสืบทราบว่านายจอห์นพักอยู่ห้องเลขที่ 501 ชุดสืบสวนจึงแยกย้ายซุ่มในพงหญ้าข้างทาง และตรอกซอกซอย เพื่อรอให้นายจอห์นออกมาจากที่พัก และควบคุมตัวได้ในที่สุด
"ชุดสืบสวนใช้เวลาซุ่มโป่งนานพอสมควร จนกระทั่งนายจอห์นออกมาจากที่พัก จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจหนังสือเดินทางแล้วอธิบายการขอเพิกถอนการขออยู่ต่อในประเทศ พร้อมทั้งประสานงานเจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงของสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยมาสอบสวนต่อไป" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนระบุ
ด้านนายจอห์นกล่าวด้วยภาษาไทยเกือบชัดเจน อ้างว่า มาอยู่ที่เมืองพัทยาไม่ได้ทำงานอะไร ส่วนค่าเช่าห้องเดือนละเกือบ 4 หมื่นบาท พ่อของตนเคยอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนนี้มาทำธุรกิจส่งออกที่ประเทศจีน เป็นผู้ส่งเงินมาให้ใช้จ่าย อีกทั้งไม่ได้ฉ้อโกงเงินตามที่ถูกกล่าวหา เพราะการลงทุน ผู้ที่มาลงทุนย่อมรู้ว่ามีความเสี่ยง!!



