
แอปเปิลหลัง'สตีฟ จ็อบส์'สิ้นลม
อนาคตแอปเปิลหลัง'สตีฟ จ็อบส์'สิ้นลม : โต๊ะต่างประเทศรายงาน
การสิ้นลมของนายสตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล อิงค์ และกูรูผู้กำหนดทิศทางการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อผู้บริโภคที่เป็นเอกลักษณ์ของแอปเปิล ก่อให้เกิดกระแสแห่งความกังวลเป็นเมฆดำปกคลุมธุรกิจ ซึ่งไม่มีผู้ใดตอบได้ว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจภายหลังการสิ้นลมของนายจ็อบส์ ที่พ่ายแพ้ต่อโรคมะเร็งตับอ่อนไปด้วยวัยเพียง 56 ปี เมื่อวันพุธ (5 ต.ค.) แต่เชื่อได้ว่า ในระยะเวลาอันใกล้นี้ แอปเปิลจะดำเนินธุรกิจในการรุกตลาดต่างประเทศตามที่นายจ็อบส์ได้กำหนดไว้เป็นนโยบายหลักของบริษัท
นายจ็อบส์ได้วางกลยุทธ์การตลาดของแอปเปิล โดยการ "เป็นเบอร์หนึ่ง" ในตลาดสำคัญของโลก เช่น ประเทศจีน ซึ่งบริษัทก็ประสบผลสำเร็จในด้านยอดขายผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ "ไอโฟน" และ แท็บเล็ตสุดเท่ "ไอแพด" ในตลาดแห่งนี้ ทั้งยังเสริมฐานความมั่นคงด้วยการเปิดตัวบริการ "ไอ คลาวด์" ที่เปิดให้เจ้าของไอโฟน ไอแพด รวมทั้ง แมคบุ๊ก สามารถส่ง-รับไฟล์ที่ฝากไว้กับเซิร์ฟเวอร์ของแอปเปิลที่ให้บริการ "ไอ คลาวด์" ได้ในทุกที่ที่มีช่องทางการเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต
ส่วน นายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนใหม่ของแอปเปิล ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งหลังจากนายจ็อบส์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งซีอีโอ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม การเสียชีวิตของจ็อบส์เพิ่มความท้าทายให้แก่นายคุกในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของแอปเปิล ที่จะเรียกศรัทธาจากกลุ่มลูกค้าได้เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลที่ออกมาจากมันสมองของนายจ็อบส์ ที่สามารถสยบคู่แข่งในตลาดดังเช่นที่เป็นอยู่ในตลาดโลกเวลานี้
ความท้าทายจากคู่แข่งของแอปเปิลมาจากการขยายตัวของอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ ทั้งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ จากค่ายกูเกิล อิงค์ รวมทั้งความผิดหวังของสาวกไอโฟนจากการเปิดตัว ไอโฟน 4 เอส ทั้งที่มีความคาดหวังกันว่า แอปเปิลจะเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อว่า ไอโฟน 5 ซึ่งให้ความรู้สึกที่ดีกว่ากันมาก
เสียงของสาวกผลิตภัณฑ์จากแอปเปิลเป็นดัชนีกำหนดราคาหุ้นของแอปเปิล ที่ในอดีตทำสถิติราคาพุ่งสูงขึ้นกว่า 9,000 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่นายจ็อบส์กลับเข้ามาบริหารแอปเปิลอีกครั้งในปี 2540 แต่ในช่วงที่มีการเปลี่ยนตัวกัปตันกุมพังงา ราคาหุ้นของแอปเปิลมีความผันผวนเล็กน้อย ในช่วงเดือนแรกที่นายคุกเข้ารับตำแหน่งซีอีโอ หุ้นของแอปเปิลก็ปรับตัวสูงขึ้น 7% และปรับราคาลงมาก่อนนายจ็อบส์จะเสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หุ้นถึง 49 ราย ให้คำแนะนำลูกค้าไปในทางเดียวกันว่า "ห้ามขาย" หุ้นของแอปเปิลในช่วงเวลานี้ โดยเชื่อว่าจะมีราคาปรับสูงขึ้นอีก 32% สู่ระดับ 499.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น นายกิริ เชอรูกูริ นักลงทุนที่ได้ซื้อหุ้นแอปเปิลตั้งแต่กว่า 2 ทศวรรษก่อน แสดงความเชื่อมั่นในทิศทางการดำเนินการของแอปเปิลในอนาคตว่า "สตีฟ จ็อบส์ ได้กำหนดทิศทางของบริษัทในอนาคตอีก 2-3 ปีข้างหน้า ไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยจะมีผลิตภัณฑ์ที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้บริโภคเปิดตัวสู่ตลาดออกมาอีก" และเชื่อว่าไอโฟน และไอแพด รวมทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท เช่น สินค้าเกี่ยวกับโทรศัพท์จะทำให้อนาคตของแอปเปิลสดใสอย่างแน่นอน
ด้าน จีน มันสเตอร์ นักวิเคราะห์แห่งบริษัทไปเปอร์ เจฟฟรี โค ที่เคยประเมินไว้ในปี 2551 ว่า ราคาหุ้นของแอปเปิลจะร่วงลงมาทันที 25% หากจ็อบส์ละมือจากการกุมบังเหียนบริษัท แต่ก็เปลี่ยนแนวทางการวิเคราะห์ใหม่ โดยเชื่อว่าราคาหุ้นของแอปเปิลจะพุ่งสูงขึ้นถึง 607 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยให้เหตุผลว่า "จ็อบส์ ทำงานชิ้นสำคัญได้เป็นผลสำเร็จ นั่นคือ การฟูมฟักนายคุกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง"
แอปเปิลมีรายได้หลักจากยอดขายโทรศัพท์สมาร์ทโฟน "ไอโฟน" และแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ "ไอแพด" ที่ทำให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว ถึง 7,310 ล้านดอลลาร์ จากยอดขาย 2,860 ล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 82%) ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ไอโฟนถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก และ เป็นหัวหอกในการบุกตลาดแดนมังกร ที่ถือเป็นตลาดสำคัญและพึ่งพาได้ในอนาคตของแอปเปิลนอกเหนือจากตลาดสหรัฐอเมริกา และยุโรป ที่กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจซบเซาในปัจจุบันและจะต่อเนื่องไปยังอนาคตอันใกล้
ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่า ในอนาคตข้างหน้าความมั่นคงของบริษัทแอปเปิลที่เพิ่งสูญเสียผู้นำทางความคิดที่พ่ายแพ้ต่อโรคมะเร็งตับอ่อนก่อนวัยอันควร ด้วยแนวทางที่แข็งแกร่งที่นายจ็อบส์ได้กำหนดเป็นนโยบายหลักให้แก่บริษัทไว้ในช่วงที่ยังบริหารงานอยู่ ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่นายจ็อบส์ฝากไว้ให้แอปเปิล และผู้บริโภคทั่วโลกไว้อย่างน่าชื่นชม



