ข่าว

อัดกรมชล-กทม.ไม่จับมือแก้น้ำท่วม

อัดกรมชล-กทม.ไม่จับมือแก้น้ำท่วม

06 ต.ค. 2554

"พร้อมพงศ์" ลงพื้นที่ตรวจสามจุดรับน้ำท่วมกทม. โวยกรมชลกับกทม.ไม่บูรณาการร่วมกันแก้ "ปลอดประสพ" เดาน้ำลดช่วงธ.ค.โว "ยิ่งลักษณ์" ประสานบริษัทน้ำมันมาช่วยเรื่องดันน้ำให้ปชช.แล้ว

           6ต.ค.2554 นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์  โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมธิการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและภาคตะวันออก สภาผู้แทนราษฎร กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาอุทกภัยดินโคลนถล่มและภัยแล้งว่า ในวันที่ 7 ต.ค.จะเชิญอนุกรรมาธิการฯรวมทั้งที่ปรึกษาลงตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กทม. โดยจะไปที่คลองลัดโพธิ์เป็นจุดแรก ต่อจากนั้นจะไปพื้นที่กทม.ฝั่งตะวันออก เช่น มีนบุรี หนองจอก และสนามบินสุวรรณภูมิต่อไป

            ขณะนี้ได้ศึกษาการแก้ปัญหาน้ำท่วมในกทม. ซึ่งได้มีการเชิญหลายหน่วยงาน เช่น กรมชลประทาน สำนักงานการระบายน้ำกทม.มาหารือ ปรากฏว่ายังขาดการบูรณาการอยู่ จึงได้เตรียมส่งเรื่องให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาช่วยดูแลในการผลักดันน้ำจากกทม.ออกสู่ทะเลให้เร็วขึ้น เนื่องจากปัญหาที่น้ำจะท่วมหรือไม่ท่วมกทม.นั้นปัจจัยอยู่ที่การผลักดันน้ำ ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานระบุว่า ยังติดขัดเรื่องการเพิ่มกำลังของเรือที่ใช้ในการผลักดันน้ำออกจากปลายคลองลัดโพธิ์

            เมื่อถามว่าบริเวณกทม.ฝั่งตะวันออกเช่นเขตมีนบุรี และหนองจอก ประชาชนตื่นตะหนกกับน้ำที่ไหลบ่าเข้ามา จะมีการดูแลอย่างไร นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 7ต.ค.คณะจะลงไปตรวจเยี่ยมที่ฝั่งตะวันตก คือคลองลัดโพธิ์ ต่อจากนั้นจะไปยังฝั่งตะวันออกที่จะมีเรื่องการระบายน้ำรังสิตคลองสิบสาม ซึ่งกรมชลประทานจะต้องมีการบูรณาการบริหารจัดการร่วมกับกทม.ที่ในตอนแรกมีปัญหาเรื่องการปิดและเปิดประตูน้ำกันอยู่ และจะนำปัญหาเสนอเป็นแผนระยะสั้น กลางและยาวเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการ เพื่อนำเสนอเป็นวาระเร่งด่วนต่อไปอย่างไรก็ตามกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ได้ประสานส.ส.ของแต่ละจังหวัดลงในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือดูแลประชาชนด้วย

 

"ปลอดประสพ"เดาน้ำลดช่วงธ.ค.

 

            นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาอุทกภัยดินโคลนถล่มและภัยแล้งถึงความคืบหน้าในการขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยใช้เรือผลักดันน้ำว่า ขณะนี้ประชาชนสามารถเริ่มดำเนินการผลักดันน้ำได้เลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าบ้านประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำตรงจุดใดก็ได้ จากนั้นก็แจ้งมาที่เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 1313 พร้อมระบุชื่อ นามสกุล สถานที่ และชนิดเรือ เพื่อให้ทราบในแผนที่ และการนำน้ำมันไปมอบให้ถูกจุด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ประสานขอน้ำมันไปยังบริษัทพลังงานสองแห่ง เช่น ปตท.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่จำกัดปริมาณ รวมทั้งประชาชนเองก็สามารถขอได้ตลอด หากใช้น้ำมันผลักดันน้ำจนหมด ซึ่งามีให้ไม่ได้อั้น

            “ประชาชนที่กำลังดำเนินการผลักดันน้ำอยู่ หากเรือของราชการ ที่เป็นของกองทัพเรือผ่านไปบริเวณนั้น ก็สามารถตระโกนบอกจะแจ้งหรือขอความช่วยเหลือก็ได้ โดยจะมีธงประชาชาอาสาเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเรายังต้องการความช่วยเหลืออีกมาก”นายปลอดประสพ กล่าว

            ขณะนี้มีเรือที่เข้าร่วมโครงการแล้วคือ เรือเจ็ทสกี100 ลำ เรือธรรมดา 50 ลำ ขณะที่ภาครัฐมีอยู่อีกกว่า 30 ลำ ซึ่งเป็นเรือใหญ่ โดยคาดการณ์ว่าน่าจะยังมีเพิ่มเข้ามาอีก ส่วนการดำเนินการผลักดันน้ำให้ลงทะเลจะทันการณ์ก่อนที่น้ำทะเลนจะหนุนสูงหรือไม่นั้นคงจะต้องทำเท่าที่จะทำได้ เพราะขณะนี้มีรายงานว่าจะมีพายุอีกหนึ่งลูกกำลังก่อตัว แต่เชื่อว่าในส่วนของกทม.น้ำจะไม่ท่วม ถึงท่วมก็ท่วมไม่มาก เพราะกทม.จะแย่หรือไม่ อยู่ที่การหนุนของน้ำทะเล แต่คิดว่าป้องกันได้

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินว่าน้ำจะท่วมขังในภาคกลางไปอีกนานหรือไม่ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า หากให้ตนเดา คิดว่าน่าจะเป็นเดือนธันวาคม เพราะตอนนี้ฝนตกไม่หยุด

 

"ยงยุทธ"ย้ำกก.บริหารจัดการน้ำเหมือนกระทรวงน้ำดูแลทั้งระบบ

 

           นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาอุทกภัยดินโคลนถล่มและภัยแล้ง และกล่าวภายหลังว่า  การประชุมวันนี้เป็นการวางแผนระยะยาว ซึ่งมีการแก้แบบชั่วคราวแก้ทุกปีใช้เวลาและเงินมาก แต่แก้ปัญหาถาวรไม่ได้ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานของนายกฯ  ๆ บอกว่าหากแก้ปัญหาในลักษณะแบบนี้จะวกวนอยู่ในวังวนของราชการ ที่เป็นไปตามระเบียบแก้ไขเป็นครั้งเป็นคราว ซึ่งจะทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะต้องเอาประสิทธิภาพเป็นเรื่องใหญ่ และต้องแก้ปัญหาถาวรให้ได้ ประชาชนจะได้ไม่ต้องหวาดวิตกปีต่อปีเรื่อยๆแบบนี้ ทั้งนี้ในการประกาศตั้งสำนักงานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำที่จะมาดูแลแก้ไขปัญหาระยะยาว กำลังจะลงในราชกิจจานุเบกษา แต่ยังไม่ได้เป็นไปตามราชการ เพราะนายกฯให้รีบประชุมก่อน

            ทั้งนี้สนง.กก.กรรมการบริหารจัดการน้ำคือกระทรวงน้ำหรือเป็นเงาของกระทรวงน้ำ แต่หากขึ้นกระทรวงน้ำจะใช้เวลาและงบประมาณมาก ฉะนั้นกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่เป็นกระทรวงน้ำเพื่อแก้ปัญหาถาวร โดยจะเริ่มต้นหาจุดแก้ให้ได้ ที่ต้องมาระดมความคิดกัน ทุกฝ่ายและคาดว่าจะได้ผล

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ใครจะเป็นคนวางแผนและขอบเขตการทำงาน นายยงยุทธ กล่าวว่า ต้องมีผู้เชี่ยวชาญทั้งฝ่ายเอกชน และภาครัฐทั้งหมด รวมทั้งคนที่มีชื่อเสียงเรื่องน้ำในประเทศไทย ที่ต้องร่วมกัน เพื่อวางแนวแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพราะหากรอระเบียบจะช้า

            เมื่อถามว่า สามารถยกตัวอย่างได้หรือไม่ว่า ระยะที่จะทำให้มองเห็นเป็นรูปธรรมคืออะไร นายยงยุทธ กล่าวว่า เป็นเรื่องใหญ่จากกลุ่มน้ำทั้งหมด 25 ลุ่มน้ำ และโครงการพระราชดำริอาจจะแค่คร่าวๆ ที่เราจะพูดตอนนี้ โดยอาจจะต้องทำแก้มลิงให้มากขึ้น ขุดลอกขุดแม่น้ำทั้งหมดในประเทศ ส่วนที่ลุ่มน้ำเป็นเรื่องยาก เพราะมีคนอาศัยอยู่ ซึ่งเรื่องการเวนคืนก็จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน ก็จะหลีกเลี่ยง

            ส่วนจะมีการสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า เป็นอีกประเด็นหนึ่งแต่ประเด็นแรกต้องทำสิ่งที่ง่ายก่อน และแก้ปัญหาระยะยาวได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาศึกษาให้รอบคอบก่อน ทั้งนี้การประชุมในแต่ละครั้งต้องมีความก้าวหน้า โดยในวันนี้ก็ก้าวหน้า ในส่วนของเรื่องที่มีการกำหนดให้มีการประชุมใหญ่ ตนขอยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำจะเห็นผลแน่นอน

            เมื่อถามว่า ขณะนี้ปัญหาค่อนข้างไกลกว่าที่จะมารองรับแผนในระยะยาว รัฐบาลกล้าที่จะตัดสินใจหรือไม่ อย่างเช่น กรณีการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น หรือเขื่อนแม่วงก์ นายยงยุทธ กล่าวว่า การตัดสินใจไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะทำอย่างเดียว แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าคุ้มหรือไม่กับการที่เราจะทำเขื่อน ค่าใช้จ่ายกับการที่จะต้องทำพื้นราบ โดยการกำจัดต้นไม้ออกไปบ้าง ซึ่งก็จะส่งผลทำให้พี่น้องประชาชนต้องขยับขยายออกไป และความเข้าใจของคนก็ยังไม่ตรงกัน  ไม่ใช่ว่าเรากล้าหรือไม่กล้าที่จะทำ  ไม่ใช่แก้ปัญหาหนึ่งแต่ไปสร้างปัญหาอีกปัญหาหนึ่ง

            ส่วนจังหวัดอยุธยามีการประกาศเตือนว่า ในวันที่ 10 ต.ค.เป็นต้นไปจะมีปริมาณน้ำไหลลงมาเพิ่มอีก จะป้องกันเขตอุตสาหกรรมได้หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ขณะนี้นายกฯได้ไปลงพื้นที่ จ.อยุธยา และกำลังวางแผนแก้ไขอยู่ที่นั่น คาดว่าน่าจะมีผลในทางที่ดีขึ้น

            ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการแก้มลิงที่บอกว่าจะแก้ไขในระยะยาว ได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว นายยงยุทธ กล่าวว่า ทุกจังหวัด ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงจ.สงขลา ก็ต้องดูจุดประสงค์ในภาพรวมความสำคัญ ซึ่งเราจะนึกถึงเรื่องที่เราจะทำได้ก่อน ก็ไม่ยากก็จะแก้ปัญหาได้ดีและได้ในระยะยาว

 

"ธีระ"เผยปีนี้น้ำเยอะแน่-ยันเร่งช่วยปชช.แต่เพิ่งเข้าพื้นที่ได้

 

            นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาอุทกภัยดินโคลนถล่มและภัยแล้งถึงกรณีที่นายธีระระบุว่า กทม.และปริมณฑลมีสิทธิที่จะน้ำท่วมในไม่กี่วันข้างหน้านี้ว่า ยอมรับว่า วันที่13-14ต.ค.ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจ.นครสวรรค์จะสูงกว่านี้คือจะไปถึงระดับ4,500-5,500ลูกบาศก์เมตร แต่ตัวเลขวันนี้คาดการณ์ยาก ต้องเรียนตรงไปตรงเนื่องจากน้ำแผ่ลงไปในทุ่งต่าง ๆ ตอนนี้ก็ประเมินจากพื้นที่ต่าง ๆ อยู่ด้วย จากนั้นน้ำจะมาจ.ชัยนาทในวันที่13-14 ต.ค. วันที่16-17ต.ค.ปริมาณน้ำจะมาที่อ.บางไทร อ.อยุธยา โดยมวลน้ำจะอยู่ที่3,600-3,700 ลูกบาศก์เมตร โดยปริมาณน้ำจะแผ่กระจายในพื้นที่ช่วงบนก่อน

            ได้เรียนกับนายกฯแล้วว่าจะแบ่งพื้นที่สามกลุ่มคือ พื้นที่แรกคือจ.สิงห์บุรีขึ้นไปและจะมีพื้นที่ขยายน้ำท่วมไปอีก พื้นที่ที่สองคือพื้นที่น้ำท่วมในวันนี้อยู่แล้วและจะดูแลอย่างไร พื้นที่ที่สามคือพื้นที่ชายทะลที่จะผลักดันน้ำลงทะเลให้เร็วจากเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ

            เมื่อถามว่าศักยภาพการผลักดันน้ำของกรมชลประทานนั้นมีความสามารถเพียงใด นายธีระกล่าวว่า มีเครื่องจักรต่าง ๆ รวมร้อยกว่าเครื่อง จะช่วยได้ในบางพื้นที่เช่น แม่น้ำท่าจีน และพื้นที่ตะวันออกเพื่อผลักดันน้ำลงทะเล เช่น คลองสำโรงในโครงการระบายน้ำสุวรรณภูมิ

            ส่วนพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิและกทม.นั้นน้ำจะมีโอกาสท่วมหรือไม่ นายธีระกล่าวว่า สนามบินสุวรรณภูมิคงไม่มีปัญหาเพราะระบบการระบายน้ำนั้นจัดทำเต็มระบบแล้วและยังสูบน้ำไม่เต็มศักยภาพเลย ส่วนกทม.นั้น ทราบว่ากทม.แจ้งข่าวว่าป้องกันได้ เพราะกทม.กับกรมชลประทานประสานงานกันอยู่

            ต่อข้อถามที่ว่าห่วงพื้นที่ใดบ้าง นายธีระกล่าวว่า จ.อยุธยาซึ่งเป็นจุดรวมแม่น้ำสี่สายและลพบุรีที่เป็นปัญหาตอนนี้ และก่อนหน้านี้แม่น้ำลพบุรีไม่มากเท่าวันนี้ แต่วันนี้น้ำมีมากเพราะคันกั้นน้ำและอาคารบังคับน้ำที่ต.ชีน้ำร้ายอ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรีชำรุด รวมทั้งน้ำจากเขื่อนป่าสักฯเข้ามามาก จึงห่วงจ.อยุธยาที่เป็นจังหวัดรองรับน้ำล่างที่สุด

            ผู้สื่อข่าวถามว่าขอความร่วมมือกับกองทัพพอแล้วหรือไม่ในการแก้ปัญหา นายธีระกล่าวว่า เพียงพอ เช่นการแก้ปัญหาประตูระบายน้ำบางโฉมศรีนั้น กองทัพรับปากนายกฯแล้วว่า ตอนนี้คืบหน้าไปสี่สิบเปอร์เซ็นต์ และจะเสร็จในเวลาไม่เกินสิบวัน พยายามเต็มที่แล้วแต่ความจำกัดของพื้นที่และเรื่องอื่นๆนั้น ทราบว่าช่วงแรกสิบห้าวัน แต่เร่งรัดแล้วและประเมินกันหลังนายกฯลงพื้นที่ว่าเจ็ดวันเสร็จ แต่ต้องเผื่อเวลาไว้ด้วย เช่น หากฝนไม่ตกมากก็เจ็ดวันเสร็จ

            เมื่อถามว่าการช่วยเหลือประชาชนล่าช้า นายธีระกล่าวว่า “มันเข้าไปไม่ได้ ท่านต้องเข้าใจ ทางเข้าก็เพิ่งเคลียร์เส้นทางและเคลียร์ประชาชนจากสองคันถนนที่เริ่มถอย ตอนนี้ไม่มีปัญหาเรื่องคนบรรจุ เดิมนั้นเครื่องจักรขึ้นไปบนคันหินไม่ได้ แต่เพิ่งถมและเข้าไปได้ พยายามเร่งที่สุด“

            ส่วนพื้นที่รองรับน้ำและพื้นที่แก้มลิงบริเวณจ.อยุธยาซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วมีแนวคิดจะดำเนินการนั้น รัฐบาลนี้จะดำเนินการต่อหรือไม่ นายธีระกล่าวว่า ต้องดำเนินการทั้งระบบอยู่แล้วและต้องศึกษาให้รอบด้านและต้องทำให้ชาวนามีพื้นที่ทำนาได้ด้วย ทั้งนี้แม่น้ำท่าจีนก็มีงบที่จะดำเนินการ แต่ก็ทำได้ยาก เพราะแม่น้ำคดเคี้ยว และชาวบ้านที่อนุรักษ์แม่น้ำท่าจีนนั้นต่อต้าน

 

 ตำรวจทางหลวงระดมกำลังช่วยเหลือน้ำท่วม

 

            พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผบก.ตำรวจทางหลวง เปิดเผยสถานการณ์น้ำท่วมเส้นทางหลวง และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ทราบสถานการณ์เร่งด่วนเส้นทางหลวงหมายเลข  1-3 หลักที่ถูกน้ำท่วม ดังนี้


 เขต จว.พระนครศรีอยุธยา
      1..ทล. 32(เอเชีย)ขาออก กม.ที่  21-23 หน้าตลาดกลางการเกษตร ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูง 20-30 ซม.ระยะทางประมาณ 1 กม. รถผ่านได้ทางช่องทางขวา 1 ช่องทาง      ๒.ทล. 347 (ปทุมธานี-บางปะหัน)ขาเข้า กม.36-39 ต.บ้านลี่ ,ต.บ้านแจ้ง อ.บางปะหัน จว.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูง 30-60 ซม.ระยะทางประมาณ 3 กม.เปิดช่องทางพิเศษให้รถวิ่งสวนทาง

 เขต จว.สระบุรี
      1.ทล. 2(มิตรภาพ)ขาเข้า กม.ที่ 14-15 เขต ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จว.สระบุรี ระดับน้ำสูง 1 เมตร ระยะทาง 500 เมตร ตร.ทล.ร่วมกับแขวงการทางปิดช่องทางพิเศษให้รถวิ่งสวนทาง


 เขต จว.ลพบุรี
      1..ทล. 205 (โคกสำโรง-ชัยภูมิ)กม 229-240 เขต อ.ชัยบาดาล จว.ลพบุรี ระดับน้ำ 30-40 ซม. รถเล็กผ่านไม่ได้ ใช้เส้นทาง ทล.21(พุแค-เพชรบูรณ์)กม.52-72 เป็นเส้นทางเลี่ยง      2.ทล. 311(ทางเลี่ยงเมือง)กม. 8-17 เขต ต.ต้นโพธิ์ อ.เมืองลพบุรี ระดับน้ำ 40 ซม.รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ใช้เส้นทาง ทล.32(เอเชีย)แทน และเส้นทล. 311(ลพบุรี-สิงห์บุรี)กม.157-170 เขต ต.บางตาย่อง อ.ท่าวุ้ง จว.ลพบุรี ระดับน้ำ 20-30 ซม.รถเล็กผ่านไม่ได้ ใช้เส้นทาง ทล.32(เอเชีย)แทน


 เขต จว.นครสวรรค์

      1.ทล. 122(ทางเลี่ยงเมืองด้านตะวันตก)กม.0-3 เขต ต.กลางแดด อ.เมืองนครสวรรค์ ระดับน้ำ 40-50 ซม.รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ใช้เส้นทางเทศบาลผ่านตัวเมืองนครสวรรค์
      2..ทล. 225(ปากน้ำโพ-นครสวรรค์)กม.2-24 เขต ต.นครสวรรค์ออก อ.ชุมแสง ระดับน้ำ 40-50 ซม.รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ใช้ ทล. 3004(ท่าตะโก-นครสวรรค์)แทน
      3.ทล. 333 อ.พยุหะคีรี -อุทัยธานี)กม.2-12 เขต ต.น้ำทรง อ.พยุหะคีรี,ต.อุทัยใหม่ อ.เมืองอุทัยธานี ระดับน้ำ 40-50 ซม.รถทุกชนิดผ่านไม่ได้
      4.ทล. 117(นครสวรรค์-พิจิตร)กม. 7-19 เขต ต.บางม่วง ,ต.หนองเต่า อ.เมืองนครสวรรค์ ระดับน้ำ 40-50 ซม.รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ใช้เส้นทาง ทล. 1182 (นครสวรรค์-เก้าเลี้ยว)แทน

 เขต จว.สิงห์บุรี

      1.ทล.1(พหลโยธิน)กม.290-293 เขต ต.บ้านกล้วย อ.เมืองชัยนาท,อ.มโนรมย์ ระดับน้ำ 60-70 ซม.รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ใช้ ทล. 32(เอเชีย) เข้าที่ กม. 151 สามแยกท่าน้ำอ้อยแทน     2..ทล.11(ตากฟ้า-พิษณุโลก)กม. 4-5 เขต ต.ทองเอน อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี คอสะพานขาด รถสามารถผ่านได้ เนื่องจากใช้สะพานเหล็กชั่วคราว(สะพานแบริ่ง)
      3.ทล.311(ลพบุรี-สิงห์บุรี)กม. 0-32 เขต อ.เมือง,อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี และ อ.สรรพยา จว.ชัยนาท ระดับน้ำ 25 ซม.รถเล็กผ่านไม่สะดวกใช้เส้นทาง ทล. 32(เอเชีย)แทน
      4.ทล.309(อยุธยา-ชัยนาท)กม.79-82 เขต ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จว.สิงห์บุรี ระดับน้ำ30-40 ซม.รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ใช้เส้นทาง ทล. 32(เอเชีย)แทน

 เขต จว.เพชรบูรณ์,พิจิตร

      1..ทล.111 (อ.สากเหล็ก-พิจิตร)กม.15 เขต อ.เมืองพิจิตร ระดับน้ำ 60-70 ซม.รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ใช้ทางเลี่ยงเมืองแทน
      2.ทล. 113(อ.ตะพานหิน-อ.เขาทราย)กม. 0-5 และ กม.13-22(ตะพานหิน-พิจิตร) ระดับน้ำ  60-70 ซม.รถทุกชนิดผ่านไม่ได้

 เขต จว.ชียงใหม่

     1.ทล.108(เชียงใหม่-อ.ฮอด)กม. 87-88 และช่วง อ.ฮอด-แม่สะเรียง กม 4-9 เขต ต.หางดง อ.ฮอด จว.เชียงใหม่ ระดับน้ำสูง 1.50 เมตร รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ใช้เส้นทาง ทล.๑๑ (เชียงใหม่-ลำพูน)แทน
     2..ทล.1103(อ.ฮอด-อ.ดอยเต่า)กม.2-3 เขต อ.หางดง จว.เชียงใหม่ ระดับน้ำ 80 ซม.รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ใช้ทางเลี่ยงเมือง และ ทล.11 แทน

 เขต จว.ลำปาง,ลำพูน -เหตุการณ์ปกติ      

 เขต จว.ชัยภูมิ

    1.ทล.201(สีคิ้ว-ชัยภูมิ)กม.451-452 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จว.ชัยภูมิ ระดับน้ำ ลดเป็นปกติ


           สำหรับการอำนวยความสะดวกและการช่วยเหลือ พล.ต.ต.นรบุญ กล่าวว่า  ได้ดำเนินการจัดรถวิทยุ,รถกู้ภัย,รถยก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ออกตรวจ ดูแลความปลอดภัย รวมถึงคอยให้ความช่วยเหลือผู้ใช้รถ ใช้ถนนในการจราจร และดูแลความปลอดภัยเกี่ยวกับชีวิต,ทรัพย์สินของประชาชนที่อพยพมาอาศัยอยู่บนทางหลวง    และยังได้มีการติดป้ายประชาสัมพันธ์เตือนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ถูกน้ำท่วม รวมทั้งให้บริการสอบถามเส้นทางทางโทร. 1193 ตลอด  24 ชม. แนะนำผู้ใช้โทรศัพท์ ไอโฟน สมาร์ทโฟน เปิดแอปปลิเคชั่นตำรวจทางหลวง   

            พล.ต.ต.นรบุญ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีมีน้ำท่วมทางหลวง ที่มีช่องทางการจราจรสี่ช่องทางขาเข้า-ขาออก จะเปิดช่องทางพิเศษให้รถวิ่งสวนทางเป็นช่วงๆ และ ได้ทำการประสานภาคเอกชนรับบริจาคสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็น นำไปมอบให้กับผู้ประสบภัย

              สำหรับการแก้ไขปัญหาจราจรในช่วงที่ผ่านมา พล.ต.ต.นรบุญ กล่าวว่า  ทาง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(อยุธยา)   1.ทล.32(เอเชีย)ขาออก ในส่วนของ กม. 21-23 ตลาดกลางการเกษตร ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำ 50 ซม.ระยะทางประมาณ  1 กม.แ ละส่วนของ กม.24-26 และ กม. 36-39 น้ำท่วมสูง  50 ซม.รถเล็กผ่านไม่ได้ ทางตำรวจทางหลวงจะดำเนินการแก้ไขจราจร โดย  1.ปิดการจราจร ทล.32(เอเชีย)ขาออกที่ กม.๐ ต่างระดับบางปะอินไม่ให้รถจากกรุงเทพฯผ่าน ให้ใช้เส้นทางหลวง  340(บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) และทางหลวง 1(พหลโยธิน)แทน   2..ปิดการจราจร ทล. 32(เอเชีย)ขาเข้าที่ กม.51 ต่างระดับเข้า จว.อ่างทอง ใช้เส้นทางเข้า กรุงเทพฯไปทาง อ.วิเศษชัยชาญ-สุพรรณบุรี แล้วใช้ ทล 340 แทน และยังได้ประสานแขวงการทาง ทำคันกั้นน้ำริมทาง ทล. 32 ช่วงที่มีน้ำท่วม
 
 นอกจากนี้ในส่วนเส้นทาง ทล. 347(ปทุมธานี-บางปะหัน)ขาออก กม. 36-39 เขต ต.บ้านลี่ ,ต.บ้านแจ้ง อ.บางปะหัน จว.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูง 30-60 ซม. ทางตำรวจทางหลวงได้ดำเนินการ แก้ไขปัญหาการจราจร เพื่อหลีกเลี่ยงจุดน้ำท่วม โดยวิธี 1..ปิดการจราจรขาออก ที่สี่แยกมะขามหย่อง อ.พระนครศรีอยุธยา ให้กลับไปใช้เส้นทาง ทล. 340(บางบัวทอง-สุพรรณบุรี)แทน 2..ปิดการจราจรที่ต่างระดับบางปะหัน (ถนนเอเชีย ทล.32)เพื่อไม่ให้รถขาเข้าผ่านจุดน้ำท่วม


ผบช.ก.เปิดศูนย์น้ำท่วมเตรียมช่วยเหลือประชาชน

            ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมบช.ก.ว่า ได้มีการสั่งการให้พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.ก.ดูแลและสั่งให้ผู้บังคับบัญชาทั้งหมดของหน่วยงานช่วยกันทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างเร่งด่วนแล้ว โดยจะส่งอุปกรณ์เวชภัณฑ์ อาหาร น้ำดื่ม ข้าวสาร เสื้อชูชีพ และเงินสด ลงไปช่วยเหลือ ในส่วนของพื้นที่ของภาคกลางที่ต้องการความช่วยเหลือย่างเร่งทันที อาทิ พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี นครสวรรค์ จนกระทั่งถึงภาคเหนือ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการวางแผนและเตรียมการมาเป็นระยะหนึ่งแล้ว อีกทั้งได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่าหมื่นนายเข้าให้การช่วยเหลือ ซึ่งได้มีการคาดการณ์ว่าจะเกิดภัยพิบัติขึ้นใน 2-3 วัน แต่ก็เกิดภัยพิบัติดังกล่าวขึ้นเมื่อคืนนี้ จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวกว่าแสนรายได้รับผลกระทบ

            “จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจทางหลวงลงไปดูแลเรื่องเกี่ยวกับเส้นทาง จัดรถยก และเปิดช่องทางพิเศษ รวมทั้งได้ส่งกำลังของกองบังคับการตำรวจน้ำนำเรือดันน้ำและเรือยางกว่า 50 ลำ รวมกันลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือในการอพยพประชาชนออกจากจุดเสี่ยง รวมทั้งให้กองบังคับการกองปราบปรามดูแลในเรื่องของการขโมยทรัพย์สิน โดยส่งสายตรวจนอกเครื่องแบบลงไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในครั้งนี้ หากเจ้าหน้าตำรวจนายใดปฏิบัติหน้าที่บกพร่องโดยไม่มีการรายงานเข้ามา จะทำให้ส่งผลถึงการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งปลายปีที่จะนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชา” ผบช.ก. กล่าว

            เมื่อถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจรหนาแน่นบริเวณถนนสายเอเชียนั้น พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าวว่า ตนได้เดินทางลงไปดูในพื้นที่ดังกล่าวมาแล้ว ส่วนมากพบว่าถนนสายหลักที่เสียหายอยู่บริเวณ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งถนนที่แยกย่อยออกมาเป็นทางตัดผ่านไปยังหมู่บ้านต่างๆ บางทีเสียหายทางขาด เพื่อไปยังภาคเหนือ เบื้องต้นได้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนแล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงร่วมกันลงพื้นที่ พร้อมทั้งประสานทางผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้ช่วยดูแลในเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด

            รายงานข่าวแจ้งว่า สถานการณ์น้ำท่วมเส้นทางหลวงเส้นทางหลวงหมายเลข 1-3 หลักถูกท่วม โดยเฉพาะบริเวณทางเขตพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ทางหลวงหมายเลข 32 หรือสายเอเชีย ขาออก กม.ที่ 21-23 หน้าตลาดกลางเกษตร ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีระดับน้ำสูงถึง 20-30 ซม. ยาวประมาณ 1 กม. รถผ่านได้เพียงช่องทางขวา 1 ช่องทาง และทางหลวง 341 หรือปทุมธานี-บางปะหัน กม.ที่36-39 ต.บ้านลี่และต.บ้านแจ้ง อ.บางปะหัน มีระดับน้ำสูง 30-60 ซม.ยาวประมาณ 3 กม. เปิดช่องทางพิเศษให้รถวิ่งสวนทาง นอกจากนี้ ตำรวจทางหลวงได้ติดป้ายเตือนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ถูกน้ำท่วม โดยสามารถสอบถามเส้นทางและประสานเพื่อจะมอบเงินหรือสิ่งของเพื่อบริจาคได้ที่ 1193 ได้ตลอด24 ชม.

 

เขตเทศบาลเมืองสระบุรีประกาศให้เก็บสิ่งของขึ้นที่สูง

 

            นายถาวร พรหมมีชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี   กล่าวว่า   ได้เตรียมแผนการอพยพไว้แล้วโดยมีการประสานกับทาง  ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้าสระบุรี,ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสระบุรี,ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี,ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ,นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี และ นายอำเภอทุกอำเภอ เพื่อเตรียมการในเรื่องนี้