
วิถีชีวิตปกติที่หายไปของชาวเม็กซิโก
ทางการเม็กซิโกได้สั่งปิดบาร์ คาเฟ่ สถานออกกำลัง โรงหนัง โบราณสถาน และการแข่งขันฟุตบอลต่อประชาชนทั่วไปตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ผ่าน ภายหลังจากที่ยอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโกพุ่งทะลุหลักร้อย ทำให้ต้องออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเข้มงวดมากขึ
ถึงแม้ว่ามาตรการเหล่านั้นจะประกาศใช้ในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ เมืองหลวงของแดนจังโก้เป็นหลัก แต่ก็มีสถานที่อีกเป็นจำนวนมากทั่วประเทศพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย เครื่องบินที่บินเข้าไปยังเมืองหลวงแทบจะเป็นเครื่องบินเปล่า ขณะที่ตัวเมืองเม็กซิโก ซิตี้ นั้นก็เงียบสงัดราวกับเมืองร้าง ร้านรวงส่วนใหญ่ปิดทำการ คนพากันสวมหน้ากากปิดจมูกปากเพื่อป้องกันเชื้อหวัดแพร่มาสู่ตนเอง
การจราจรซึ่งเคยเป็นฝันร้ายของชาวเมืองหลวงที่มีประชากรอาศัยอยู่มากถึง 20 ล้านคนนั้นเล่าก็คล่องตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โรงเรียนทุกแห่งก็ถูกสั่งให้ปิดไปจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคมเป็นอย่างต่ำ
เจ้าหน้าที่เทศบาลเม็กซิโก ซิตี้กล่าวว่า ร้านขายอาหาร ที่จัดงาน ศูนย์วัฒนธรรม และสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาทุกแห่งซึ่งปกติแล้วจะเป็นที่ชุมนุมของคนหมู่มากนั้นต่างได้รับคำสั่งให้ปิดหมดมิฉะนั้นจะถูกปรับ สำหรับร้านอาหารนั้นจะได้รับอนุญาตให้ลูกค้าซื้อกลับบ้านเท่านั้น แต่ไม่ให้นั่งกินที่ร้าน
"เราอยู่ในช่วงเวลาวิกฤติ เราจำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อที่ว่าจะได้ไม่เกิดการติดเชื้อขึ้น" นายมาร์เซลโล เอบราร์ด นายกเทศมนตรีกรุงเม็กซิโก ซิตี้ กล่าว
อย่างไรก็ตาม บรรดาเจ้าของร้านอาหารต่างพากันแสดงความไม่พอใจกับมาตรการปิดร้านอาหารในย่านใจกลางเมืองหลวงโดยบอกว่าจะกระทบคนงานภาคบริการ 4.5 หมื่นคน และทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้วเลวร้ายลงไปอีก
"การบอกให้พวกเราปิดร้านนั้นทำได้ง่าย แต่พวกเราจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงล่ะ พวกเขาบอกว่าทำเพื่อสุขภาพของฉัน แต่ฉันว่าฉันคงไม่ได้ตายเพราะโรคนี้หรอก แต่จะตายเพราะไม่มีอะไรจะกินมากกว่า" เรเน เปเรซ โลซาโน เจ้าของคาเฟ่แห่งหนึ่งในกรุงเม็กซิโก ซิตี้กล่าว
นอกจากร้านอาหารแล้ว แหล่งโบราณคดีทั้งหมดในเม็กซิโก รวมถึงพีระมิดของชาวมายา และแอซเต็คซึ่งเป็นโบราณสถานชื่อดังระดับโลกนั้นก็ถูกปิดไป "จนกว่าจะมีคำสั่งต่อไป" ซึ่งเรื่องนี้ย่อมจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของเม็กซิโกอย่างแน่นอน
ขณะนี้บริษัททัวร์ในอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนีต่างพากันยกเลิกการเดินทางมายังเม็กซิโกแล้ว เช่นเดียวกับบริษัทเดินเรือรายใหญ่ของสหรัฐ และแอร์ ทรานแซต สายการบินของแคนาดา ก็ระงับการเดินเรือและการบินมาเม็กซิโกเช่นกัน แม้แต่คิวบาก็สั่งระงับทุกเที่ยวบินที่เดินทางไปและมาจากเม็กซิโกไปจนถึงวันศุกร์
แน่นอนว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ลดลงจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเม็กซิโก ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ใหญ่อันดับ 2 ของประเทศรองจากรายได้จากอุตสาหกรรมน้ำมัน
ในเที่ยวบินหนึ่งของสายการบินแอโรเม็กซิโกที่ลงจอดในกรุงเม็กซิโกซิตี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้น มีผู้โดยสารนั่งมาเพียง 1 ใน 3 ของที่นั่งทั้งหมดเท่านั้น แล้วเกือบทั้งหมดก็เป็นชาวเม็กซิโกที่เดินทางกลับบ้าน
ผู้โดยสารส่วนใหญ่ รวมถึงลูกเรือต่างพากันสวมหน้ากาก แม้ว่าแทบจะไม่มีอันไหนเลยเป็นหน้ากากแบบเอ็น 95 ซึ่งสามารถกรองอนุภาคเล็กๆ ในอากาศที่เชื่อกันว่าเป็นตัวนำพาไวรัสไข้หวัดมรณะชนิดนี้มา
"ฉันกลัวนิดหน่อย แต่ฉันต้องมาถ่ายวิดีโอที่ไม่สามารถยกเลิกได้" เมสซินา เนโต ผู้กำกับวิดีโอชาวบราซิลกล่าว
ส่วนสจวร์ตผู้หนึ่ง เมื่อถูกถามเรื่องหน้ากากที่กำลังสวมอยู่ก็ตอบว่าไปซื้อมาจากร้านขายยาด้วยตัวเองเพราะกลัวว่าจะติดโรค
"ก็ดีกว่าไม่ได้ป้องกันอะไรเลย" เขากล่าว



