ข่าว

ตีนแมวยกเค้าบ้าน'น้องอร'สูญ10ล.

ตีนแมวยกเค้าบ้าน'น้องอร'สูญ10ล.

06 ต.ค. 2554

ตีนแมวสุดแสบย่องยกเค้าบ้าน “น้องอร สู้โว๊ย” กลางวันแสกๆ กวาดเรียบทรัพย์สินนับ 10 ล้าน ฟาดเคราะห์วันเกิดฮีโร่หญิงไทย

          เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 6 ต.ค. พ.ต.ท.จุลฑิตย์ กิตติรงค์ สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.เมือง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา จำนวน 5 นาย เข้าตรวจสอบบ้านพักทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เลขที่ 510 / 10 ชุมชนมหาชัย - อุดมพร ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา

          เป็นบ้านพักของ ร้อยเอกหญิงอุดมพร พลศักดิ์ อายุ 31 ปี ช่วยราชการกองยุทธการ มณฑลทหารบกที่ 21 ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อดีตนักยกน้ำหนักหญิงทีมชาติไทย ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาหญิงคนแรกที่คว้าเหรียญทอง ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก คนแรกของประเทศไทย จากกีฬายกน้ำหนัก ที่กรุงเอเธน ประเทศกรีซ เมื่อปี 2004 ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกเข้ารื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้านพักของร้อยเอกหญิงอุดมพร ยกเค้าสิ่งมีค่ามูลค่านับ 10 ล้านบาทหลบหนีไป

          จากการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า บริเวณประตูบ้านด้านหลังถูกล็อคไว้ ภายในบ้านถูกคนร้ายใช้ท่อนไม้ไผ่ดันล็อคประตูบ้านให้หลุดออก ก่อนที่จะเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินมีค่าภายในบ้าน ทั้งในบริเวณห้องนั่งเล่นที่อยู่ชั้นล่าง มีร่องรอยตู้โชว์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่เก็บถ้วยรางวัลต่างๆ ที่ได้จากการแข่งขันกีฬายกน้ำหนัก ของร้อยเอกหญิงอุดมพรถูกรื้อค้นทรัพย์สินกระจัดกระจาย แต่ไม่มีทรัพย์สินรายการใดหายไป ส่วนบนชั้น 2 ของตัวบ้านพักซึ่งเป็นห้องพักของร้อยเอกหญิงอุดมพรถูกคนร้ายงัดเข้าไปภายในห้อง และรื้อค้นทรัพย์สินของมีค่าที่ถูกเก็บรักษาไว้ภายในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง รวมถึงหิ้งพระบนหัวนอน พังเสียหายกระจัดกระจายทั่วห้อง

          ตรวจสอบเบื้องต้นร้อยเอกหญิงอุดมพร  ระบุว่า เหรียญ 2 กษัตริย์ ซึ่งเป็นเหรียญทองคำแท้น้ำหนักประมาณ 5 บาท ที่ได้รับจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ , แหวนแต่งงาน 2 วง ของตนเองและของนายชัยรัตน์ ล้อประกานต์สิทธิ์  สามี ซึ่งเป็นแหวนเพชรวงละ 1 กะรัต , สร้อยทองซึ่งเป็นสินสอดทองหมั่น 2 เส้น เส้นละ 5 บาท 1 เส้น และ เส้นละ 1 บาท 1 เส้น รวมถึงเครื่องประดับแหวนทอง ต่างหูหอง ดาวประดับยศทหารทองคำแท้ที่สั่งทำพิเศษ ถูกโจรกรรมหายไปทั้งหมด รวมแล้วน้ำหนักทองคำที่ถูกขโมยไปมากกว่า 10 บาท  นอกจากนี้ยังมีพระเครื่องเลี่ยมทอง (หลวงพ่อเงินรุ่นฟ้าผ่า) มูลค่าประเมินเกือบ 10 ล้านบาท ก็ถูกคนร้ายนำไปด้วย รวมมูลค่าทรัพย์สินที่หายไปเบื้องต้นประมาณการได้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

          ตำรวจได้ตรวจสอบภายในบ้านพักและบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด ซึ่งพบว่ามีรอยเท้าของคนร้ายอยู่บริเวณด้านหลังของบ้านและยังพบรอยนิ้วมือทั่งภายในบริเวณบ้านที่มีการรื้อค้นรวมถึงบนหลังคาด้านหลังของบ้านพัก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาทำการเก็บลายนิ้วมือแฝงและหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมดเพื่อนำไปเปรียบเทียบประวัติติดตามหาตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป
 
          ร้อยเอกหญิงอุดมพร เปิดเผยว่า อาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวกับสามีเพียง 2 คน โดยช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุตนเองได้ออกไปทำงานตั้งแต่ 08.00 น. และมีสามีอยู่บ้านเพียงลำพัง จากนั้นเวลา 10.00 น. นายชัยรัตน์ สามีต้องออกจากบ้านเพื่อไปเข้าเวรทำงานที่เทศบาลนครนครราชสีมา ที่จะต้องเข้าไปทำงานทุกวันพฤหัสบดี ของสัปดาห์ โดยสามีได้ปิดล็อคประตูบ้านทุกประตูรวมถึงประตูรั้วแต่ประตูเหล็กด้านหลังของบ้านปิดล็อคภายในเท่านั้น

          จากในเวลา 11.00 น. ตนเองได้กลับมาที่บ้านพักเพื่อมารับประทานอาหารเที่ยงกับครอบครัว "พลศักดิ์" ที่บ้านเกิดซึ่งอยู่ติดกัน และเตรียมที่จะจัดงานฉลองวันเกิดกับครอบครัวช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ เนื่องจากวันที่ 6 ต.ค.เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุครบ 31 ปีของตนเอง ซึ่งก่อนจะไปกินข้าวกับครอบครัวพ่อ-แม่ ญาติพี่น้อง ก็กลับเข้าไปในบ้านพัก แต่ก็ต้องผงะเพราะพบว่าบ้านของตนเองถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย โจรขโมยเอาทรัพย์สินของมีค่าหายไปเกือบทั้งหมด

          "รู้สึกเสียใจอย่างมากที่ทรัพย์สินทั้งหมดถูกคนร้ายขโมยไปเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะเหรียญ 2 กษัตริย์ ที่ได้รับพระราชทานจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ ที่ถือเป็นสมบัติล้ำค่าสูงยิ่งไม่สามารถประเมินค่าได้ และเป็นเกียรติประวัติของวงศ์ตระกูล รวมถึงสิ่งของสำคัญที่สุดของชีวิตรองลงมา คือแหวนแต่งงาน ที่เป็นเครื่องการันตีความรักของสามี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่สุดที่เคยเกิดขึ้น อยากฝากบอกไปยังคนร้ายอย่าหวังว่าจะรอดเงื้อมมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปได้ และหากสำนึกผิดก็ของให้นำทรัพย์สินทั้งหมดมาคืน โดยเฉพาะเหรียญพระราชทาน ซึ่งถือเป็นสิ่งสูงค่ายิ่ง ใครขโมยไม่เวรกรรมก็จะตอบสนองอย่างทันตา" ร้อยเอกหญิงอุดมพร  กล่าว

          ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา สันนิษฐานเบื้องต้นว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุคาดว่าคนร้ายจะเข้าก่อเหตุในช่วงเวลาประมาณ 10.00 - 11.00 น. โดยมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี และฉวยโอกาสช่วงที่ไม่มีคนอยู่ในบ้าน เข้ามาก่อเหตุ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นหัวขโมยมืออาชีพ เนื่องจากยังคงมีทรัพย์สินของมีค่าเหลือไว้อยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งหากเป็นหัวขโมยมืออาชีพจะต้องเก็บของมีค่าทั้งหมดกลับไปในคราวเดียว

          เบื้องต้นพุ่งเป้าไปยังกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ที่ เนื่องจากโดยรอบบ้านพักมีหอพักล้อมรอบกว่า 10 แห่ง และที่ผ่านมาพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือจากทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการเทียบประวัติติดตามตัวคนร้ายโดยจะเริ่มต้นที่กลุ่มวัยรุ่นที่มีประวัติ รวมถึงจะนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณด้านหน้าบ้านพักไปตรวจสอบ นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังร้านทองทั่วโคราช เพื่อให้จับตาบุคคลต้องสงสัยที่อาจจะนำทองที่โจรกรรมไปไปจำหน่ายอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีได้เร็วๆนี้อย่างแน่นอน