
'ชูวิทย์'แฉ4คลิปเด็ด-ปัดเลื่อยขาเก้าอี้ใคร
'ชูวิทย์'แฉ ขนข้าวกัมพูชาข้ามแดนสวมสิทธิ์ รอ'จำนำ'ซ้ำตีถังเปล่าพาแก๊สไทยไปเขมรเหตุราคาถูก แถมเปิดคลิปขนแรงงานข้ามชาติผ่านพื้นที่ทหาร ตีกันไม่ได้เลื่อยขาเก้าอี้ใครเพราะย้ายหมดแล้ว
6 ต.ค.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาเผู้แทนราษฎรเพื่อตั้งกระทู้ถามรัฐบาลโดย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ส.ส.พรรครักประเทศไทย ได้อภิปรายว่า ตนมีข่าวใหญ่และมีหลักฐานมาฝากให้รัฐบาล ที่ผ่านมารัฐบาลยึดเงินตน 3.4 ล้าน แต่ตนจะหาเงินมาคืนให้รัฐบาล 3.4 หมื่นล้านบาท วันที่ 7 ต.ค.54 รัฐจะเปิดโครงการจำนำข้าว ตันละ 1.5 หมื่นบาท แต่ความสูญเสียขณะนี้เกิดขึ้นที่ อ.อรัญประเทศ อ.โคกสูง อ.ตาพระยา โดยตนได้ส่งสายลับไปถ่ายคลิปหากพี่น้องเกษตรได้เห็นน้ำตาจะนองหน้า
หลังจากนั้น นายชูวิทย์ ได้เปิดคลิปชุดที่ 1.ซึ่งเป็นภาพการขนข้าวสารข้ามคลองแห่งหนึ่ง โดยใช้รอก และบรรจุใส่ถุงปุ๋ยสีขาวและแดง จากนั้นเมื่อนำข้ามฝั่งมาแล้วก็นำมาเปลี่ยนใส่กระสอบข้าว โดยนายชูวิทย์ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณคลองน้ำใส ชายแดนไทยเขมร ซึ่งไม่ได้ทำแบบนี้เพียงจุดเดียวแต่มีถึง 20-30 จุด และจุดที่สังเกตุคือข้าวกัมพูชาจะใส่กระสอบปุ๋ย แต่ชาวนาไทยจะใช้กระสอบป่าน
ต่อมา นายชูวิทย์ ได้เปิดคลิปที่ 2.ซึ่งเป็นการขนข้าวข้ามคลองลักษณะเดียวกัน แต่เป็นการใช้แรงงานคนขน โดยยกลงจากรถ 20 ล้อที่มีภาษากัมพูชาเขียนอยู่ จากนั้นจึงใช้คนแบกข้ามมา โดยย นายชูวิทย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดบริเวณคลองน้ำใสเช่นกัน ซึ่งข้าวที่นำมานี้เป็นข้าวไม่มียี่ห้อ ซึ่งอาจะจะม่ามาผสมในโรงสีเพื่อสวมในโรงสี เพราะข้าวฝั่งโน้นราคา ตันละ 7,000 บาท แต่บ้านเราราคา 1.5 หมื่นบาท และด้วยความสมยอมโรงสีอาจจะนำไปแจ้งเท็จ
จากนั้น นายชูวิทย์ ได้เปิดคลิปวิดีโอที่ 3. ที่มีการขนย้ายถังแก๊ส ลอยน้ำข้ามฝั่ง พร้อมทั้งบรรยายว่า เป็นการขนย้ายถังแก๊สเปล่ามาจากฝั่งกัมพูชา เข้ามาเติมที่ฝั่งไทย เพราะบ้านเราอุดหนุนราคาแก๊สและนำกลับไปประเทศกัมพูชา ทำให้เราเสียโอากาสการกระทำอย่างนี้เกิดขึ้นได้เพราะเจ้าหน้าที่ละเลย ซึ่งไม่ได้ทำโดยชาวบ้านแต่เป็นวิถีนายทุน
ทั้งนี้ นายชูวิทย์ ได้เปิดคลิปที่ 4.ซึ่งมีภาพรถกระบะขนคนเข้ามาแเป็นจำนวนมาก โดยรถกระบะซึ่งคันหนึ่งๆ บรรจุอยู่นับสิบคน พร้อมทั้งถ่ายให้เห็นป้าย กองร้อยทหารพรานที่ 1302 ทั้งนี้นายชูวิทย์ได้อธิบายได้ เป็นการขนแรงงานเถื่อนเข้าไทยและจ่ายค่าผ่านด่านเป็นยาเสพติด ที่บรรจุในกล่องแป้ง ซึ่งบริเวณที่เกิดเป็น บริเวณ ถ.ศรีเพ็ญ ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุม มีทหารตั้งด่านไม่ให้มีใครผ่านได้ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นเกิดในพื้นที่ความมั่นคง ถ.ศรีเพ็ญ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังคลองน้ำใสเข้าได้เฉพาะทหาร
"ขอยืนยันว่าการพูดครั้งนี้อย่าหาว่าผมเลื่อยขาเก้าอี้ เพราะมีการโยกย้ายกันเรียบร้อยแล้ว อยากให้ป้องกัน เพราะเท่าที่ออกมาตรการป้องกันการทุจริตนำข้าว บอกจะป้องกันข้าวปลอมจากต่างประเทศ แล้วเกิดอย่างนี้จะทราบไหมเพราะข้าวไม่มียี่ห้อ ชาวนาไทยน้ำตานอง ชาวนาเขมรยิ้มแย้่ม วันนี้หมาไทยไปเขมร ข้าวเขมรเข้าไทย แก๊สไทยไปเขมร แรงงานเขมรเข้าไทย" นายชูวิทย์กล่าว
"ชูวิทย์"แฉเจ๊ต.เต่า ใกล้ชิดคนมีสี เบื้องหลังขนข้าวเขมรสวมสิทธิ์
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ได้แถลงข่าวเพิ่มเติมหลังจากตั้งกระทู้สด เรื่องการลักลอบขนข้าวจากประเทศกัมพูชา เพื่อสวมสิทธิ์ในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยระบุว่า นอกจากนี้ยังมีการลักลอบขนแก๊สหุงต้มที่รัฐบาลอุดหนุนราคาส่งออกโดยผิดกฎหมายไปยังประเทศกัมพูชา และการขนแรงงานกัมพูชาเข้าประเทศไทยโดยใช้ค่าตอบแทนเป็นยาเสพติด ใน 4 อำเภอ คือ อ.คลองหาด อ.อรัญประเทศ อ.โคกสูง และอ.ตาพญา ของจ.สระแก้ว โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางการทหาร พลเรือน ตำรวจ หรือศุลกากร ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ จึงต้องมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ทั้งนี้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังตนทราบมาว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนเข้าเข้ามาสวมสิทธิ์ เป็นเจ้าของธุรกิจโกดัง(ไซโล)เก็บข้าว ที่มีชื่อย่อว่า เจ๊ ต.เต่า มีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูง และเชื่อมโยงกับนักเมืองระดับชาติ เรื่องนี้ตนยอมไม่ได้ เพราะรัฐบาลจะต้องสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลจากกระบวนการเหล่านี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าวดังกล่าวนายชูวิทย์ ยังนำคลิปวีโอดีที่เปิดอภิปรายในสภามาฉายให้ผู้สื่อข่าวได้ดูอีกครั้ง
ข้าวพม่าทะลักชายแดนด้านระนอง-เกาะสอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปัญหาการทะลักเข้ามาของสินค้าทางการเกษตรจากประเทศพม่าผ่านด่านพรมแดนด้าน จ.ระนอง-เกาะสองยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวเปลือกจากประเทศพม่าได้มีพ่อค้าทยอยขนเข้ามายังฝั่งไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าข้าวเปลือกที่นำเข้ามาจากพม่าส่วนหนึ่งจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล
นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า จากปัจจุบันที่มีรายงานว่าพบสินค้าทางการเกษตรจากประเทศพม่าหลายตัวทะลักเข้ามาในฝั่งไทย ส่งผลให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรชาวไทย ซึ่งตนได้สั่งกำชับ จนท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งรับผิดชอบดูแลให้เข้มงวดและกวดขันไม่ให้พ่อค้าจากฝั่งไทยอาศัยช่องจังหวะในการนำสินค้าเกษตรจากพม่าเข้ามาซื้อขายในฝั่งไทย โดยเฉพาะข้าวเปลือกซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าจะมีการนำมายัดใส้เข้าสวมสิทธิรับจำนำรอบใหม่ที่รัฐบาลกำลังจะดำเนินการ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรไทยเสียผลประโยชน์ได้
“สินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่ทะลักเข้ามายังประเทศไทยส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ประกอบการจากไทย หรือนายทุนจากไทยที่ข้ามฟากเข้าไปลงทุน หรือเช่าพื้นที่ในพม่าทำการเกษตรเมื่อได้ผลผลิตก็นำกลับเข้ามาจำหน่ายในฝั่งไทย แต่อีกส่วนเป็นเพราะผลต่างจากราคาซื้อขายที่ฝั่งไทยมีราคาสูงกว่าจึงทำให้พ่อค้าชาวไทยข้ามฟากไปรับซื้อสินค้าเกษตรในฝั่งพม่าเพื่อส่งเข้ามาในฝั่งไทย”
สมาคมโรงสีข้าวไทย700โรงทั่วประเทศพร้อมจำนำ
นายบรรจง ตั้งจิตรวัฒนกุล อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า จากกรณีที่รัฐบาลจะเริ่มเปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ประจำปี 2554/55 ในวันที่ 7 ตุลาคม 2554 นั้นทางสมาคมโรงสีข้าวไทย ได้มีโรงสีจากทั่วประเทศจำนวน 700 โรง ได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำและมีความพร้อมผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและพิจารณา ของ กขช.สามารถเปิดรับจำนำข้าวทั่วประเทศได้พร้อมกัน ซึ่งหลังจากโครงการรับจำนำของรัฐบาลเปิดขึ้นในครั้งนี้ส่งผลให้ราคาข้าวใน ประเทศยกระดับราคาขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อเกษตรกรชาวนา อีกทั้งทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกปรับตามไปด้วย
นายบรรจง นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวอีกว่า สำหรับในปีนี้ทางสมาคมโรงสีข้าวไทย สนับสนุนให้โครงการจำนำข้าวมีความโปร่งใสชัดเจนทุกๆด้านในระบบการจำนำทุก ขั้นตอน และที่สำคัญจึงขอแนะรัฐบาลเพื่อเป็นการแก้ปัญหาเกษตรกรชาวนาถูกเอาเปรียบ เครื่องชั่งน้ำหนัก และเครื่องวัดความชื้นของโรงสีต่างๆนั้นจึงขอให้รัฐบาลควรจัดใช้โปรแกรม เครื่องตราชั่งน้ำหนักและเครื่องวัดความชื้น ตามจุดรับจำนำต่างๆหรือเครื่องชั่งกลางให้เป็นโปรแกรมเดียวเหมือนกันหมดทั่ว ประเทศ เพื่อความโปร่งใสสมบูรณ์แบบสามารถเข้าตรวจสอบง่ายโดยให้ หน่วยชั่งตวงวัดของกระทรวงพาณิชย์นำโปรแกรมไปติดตั้งตามเครื่องชั่ง เครื่องวัดความชื้นตามจุดเครื่องชั่งกลางและโรงสีที่เข้าร่วมโครงการฯ เกษตรกรชาวนาจะได้พึงพอใจในความโปร่งใสเที่ยงตรงของตราชั่ง
ด้านนางมิ่งขวัญ พุกเปี่ยม ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพิจิตร ได้กล่าวว่าโรงสีข้าวในจังหวัดพิจิตรขอเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 32 โรงและได้ผ่านการตรวจคุณสมบัติตามระเบียบของ กขช. พร้อม 18 แห่งในการเปิดรับจำนำในวันที่ 7 ตุลาคม นี้แต่ปัญหาการกำหนดกรอบค่าเฉลี่ยอัตราการผลิตข้าวของชาวนาต่อไร่นั้นต่ำ เกินไปทางชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพิจิตรจึงขอให้ กขช. พิจารณากำหนดกรอบค่าเฉลี่ยสูงสุดจาก 491 กก.ต่อไร่เป็น 800 กก.ต่อ ไร่เพื่อความเป็นจริงในสภาพพื้นที่การเพราะปลูกข้าวจริง ทั้งนี้เพื่อโครงการรับจำนำข้าวในครั้งนี้ของจังหวัดพิจิตรเป็นไปตามโมเดล ต้นแบบที่สมบูรณ์ ส่วนพื้นที่นาข้าวเสียหายจากน้ำท่วมนั้นในจังหวัดพิจิตรนั้นมีผลลดลงไป ประมาณ 25-30 เปอร์เซนต์
พิษณุโลกตรวจความพร้อม18โรงสีพร้อม
ตามที่จังหวัดพิษณุโลกได้ดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล ในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 ซึ่งมีโรงสีที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการรับจำนำ จำนวน 18 ราย ทางสำนักงานการค้าภายในจังหวัดพิษณุโลก โดยคณะทำงานตรวจสอบสต็อกข้าว ตามโครงการรับจำนำข้าวจังหวัดพิษณุโลก ที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการระดับจังหวัด จึงต้องดำเนินการตรวจความพร้อมของโรงสีทั้ง 18 โรงสี ใน 5 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก คือ อำเภอเมือง พรหมพิราม วังทอง บางกระทุ่ม และบางระกำ ในวันที่ 5 - 6 ตุลาคม 2554 ให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะเริ่มเปิดรับจำนำ ในวันที่ 7 ตุลาคมนี้
โดยคณะทำงานตรวจสอบสต็อกข้าว ได้เดินทางไปตรวจที่โรงสีรุ่งโรจน์พืชผล ตำบลมะตูม อำเภอพรหมพิราม เพื่อตรวจสต็อกคงเหลือของทางโรงสีก่อนที่จะมีการรับมอบข้าวจากเกษตรกร ตามโครงการรับจำนำข้าว และตรวจสถานที่ที่จะจัดเก็บข้าว ซึ่งทางโรงสีจะต้องเก็บรักษาข้าวเปลือกที่รับจำนำไว้ในโกดังของโรงสีพร้อมทั้งดูแลรักษา รับผิดชอบคุณภาพของข้าวเปลือกเช่นเดียวกับการดูแลคุณภาพสินค้าในทางปกติของตนเองด้วย
ด้านนายประจักษ์ อ้วนวิจิตร คณะทำงานตรวจสอบสต็อกข้าว กล่าวว่า ทางคณะทำงานจะเดินทางตรวจโรงสีทั้ง 18 โรงสี เพื่อตรวจดูความพร้อมของโรงสีให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ให้เกิดความผิดพลาดในวันที่ 7 ตุลาคม 2554 ที่จะเป็นวันแรกของการเปิดรับจำนำข้าว ซึ่งขณะนี้ทางโรงสีที่เข้าร่วมโครงการได้เตรียมความพร้อมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งสถานที่ที่จะรับข้าวจากการเกษตรกร เครื่องวัดความชื้น กล้องวงจรปิด และตาชั่ง พร้อมทั้งยังกล่าวอีกว่าโครงการรับจำนำข้าวของทางรัฐบาลครั้งนี้ถือว่าเป็นโครงการที่ผลักดันและช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งหลังโครงการรับจำนำของรัฐบาลเปิดขึ้น จะส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศยกระดับราคาขึ้นอีกทั้งทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกปรับตามไปด้วย
อุตรดิตถ์เตรียมพร้อมรับจำนำข้าวเช่นกัน
นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เพื่อให้การดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวในวันที่ 7 ต.ค.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จังหวัดอุตรดิตถ์ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรับขึ้นทะเบียนและแจ้งยอดของเกษตรกรที่ได้แจ้งความประสงค์การปลูกข้าวนาปีไว้ ประสานเกษตรตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำความเข้าใจขั้นตอนการรับจำนำข้าวให้เกษตรกรเข้าใจ
ทั้งนี้ จังหวัดอุตรดิตถ์ได้รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554 พื้นที่ปลูกข้าวนาปี 572,871ไร่ เสียหายจากอุทกภัย 92,021ไร่ คงเหลือพื้นที่เก็บเกี่ยว 480,850 ไร่ คาด ผลผลิตเฉลี่ยข้าวทั้งจังหวัด 696 กิโลกรัมต่อไร่ คิดเป็นผลผลิตทั้งหมด 371,603 ตัน ผลผลิตที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวในเดือนตุลาคม ประมาณ 74,320 ตัน เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 185,801 ตัน และเดือนธันวาคม ประมาณ 111,481ตัน ทั้งนี้จังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมเริ่มตามโครงการในวันที่ 7 ตุลาคม นี้ และมีโรงสีเข้าร่วม 9 แห่ง ในพื้นอำเภอเมือง 7 แห่งและ อำเภอตรอน 2 แห่ง



