
ตากสุดอ่วมน้ำสูง-จนท.ลอยคอช่วยชาวบ้าน
นายกทต.บ้านตากเผยชาวบ้านยังระทมระดับน้ำท่วมสูงขึ้น-จุดต่ำสุดอ่วมกว่า 2 ม. ระบุตัดไฟบางพื้นที่เลี่ยงอันตราย ประเมินเสียหายเบื้องต้น 30 ล้านบาท เผยเรือท้องแบน 30 ลำไม่เพียงพอ
6 ต.ค.54 นายศักดา บึกนันตา นายกเทศมนตรีตำบลบ้านตาก อ.บ้านตาก จ.ตาก เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ขณะนี้หนักขึ้นอย่างมาก ระดับน้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นน้ำจากเขื่อนภูมิพลที่ปล่อยน้ำวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ผนวกกับน้ำจากแม่น้ำวัง จากเขื่อนกิ่วลมที่ปล่อยน้ำมาเรื่อยๆ จึงทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ตอนนี้มีการตัดกระแสไฟฟ้าในบางพื้นที่ทั้งบริเวณสะพานใจกลาง อ.บ้านตาก เชื่อมต่อ อ.แม่ระมาด และอ.แม่สอด เนื่องจากมีน้ำขึ้นสูง เกรงว่าประชาชนจะเกิดอันตราย
สำหรับจุดต่ำสุดน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร คือบริเวณหมู่บ้านสันป่าลาน ต.ตากออก รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ต้องใช้เรือท้องแบนในการอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้าน สำหรับชาวบ้านส่วนหนึ่งก็ได้อพยพออกจากพื้นที่โดยเฉพาะเด็กและคนชรา แต่ก็มีชาวบ้านบางส่วนยังอยู่ในบ้านของตัวเอง
เนื่องจาก บ้านเรือนส่วนใหญ่ก่อสร้างเป็นแบบบ้านโบราณยกพื้นสูง สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ประเมินความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท เพราะมีถนน สะพานหลายแห่งได้รับความเสียหาย การจราจรหลายพื้นที่ถูกตัดขาด ต้องใช้เรือท้องแบนใจการเดินทางเท่านั้น
"ตอนนี้ปริมาณเรือท้องแบนที่มีจำกัดขณะนี้เพียง 30 ลำ ทำให้ความช่วยเหลือในการนำอาหารและน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านทำได้ลำบากมาก เจ้าหน้าที่หลายคนต้องลอยคอนำความช่วยเหลือไปให้ชาวบ้าน เราได้มีการสั่งซื้อเรือจากหลายพื้นที่ทั้งจากนครปฐม เชียงใหม่ รวมถึงสั่งซื้อจากประเทศจีน ก็ยังไม่มีสินค้า เพราะปริมาณความต้องการใช้ค่อนข้างสูง เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ต้องการใช้อย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ชาวบ้านก็เข้าใจสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นว่าตอนนี้เกิดน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่โดยเฉพาะที่ลพบุรีและอยุธยา ความช่วยเหลืออาจล่าช้าไปบ้างแต่ก็ไม่ได้ตำหนิแต่อย่างใด ส่วนขวัญกำลังใจของชาวบ้านถือว่าดีเยี่ยม ไม่ตื่นตระหนัก ทั้งยังเห็นใจจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบหนักกว่าด้วย" นายศักดา กล่าว
อ.บ้านตากยังอ่วม 20 หมู่บ้านหนักน้ำท่วมสูง 1 ม.การจราจรถูกตัดขาดต้องใช้เรือสัญจร
นายธานินทร์ วิชิตะกูล นายอำเภอบ้านตาก จ.ตาก เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมตอนนี้ชาวบ้านใน 4 ตำบล คือ ต.ตากออก ต.ตากตก ต.เกาะตะเภา และต.สมอโพน ได้รับความเดือดร้อน 43 หมู่บ้าน ทั้งนี้มี 20 หมู่บ้านเดือดร้อนหนักน้ำท่วมสูง 1 เมตร รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ต้องใช้เรือในการขนส่งน้ำดื่มและอาหารให้กับประชาชนในหมู่บ้านต่างๆ
ขณะที่ คอสะพานก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคงอยู่อีก 2-3 วัน เนื่องจากเขื่อนภูมิพลได้ปล่อยน้ำต่อเนื่องแต่ระดับน้ำเริ่มทรงตัว ตอนนี้สถานการณ์ตอนนี้ถือว่ายังรับมือได้ แต่ถ้ามีน้ำป่าไหลหลากมาจากแม่น้ำวังอีกสถานการณ์น้ำท่วมน่าจะหนักขึ้น อาจจะไม่ต้านทานกระแสน้ำไหว เพราะกระสอบทรายก็ไม่สามารถต้านทานน้ำไว้ได้แล้ว ต้องยอมรับว่าตลอด 52 ปีหลังจากมีการสร้างเขื่อนภูมิพลไม่เคยเกิดเหตุการ์น้ำท่วมมาก่อน ถือว่าหนักมาก สำหรับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนยังอาศัยกันอยู่ภายในบ้านแม้ระดับน้ำจะขึ้นสูงก็ตาม ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้นำเรือออกมาใช้ในการสัญจรไปมา
ส่วนเรื่องอาหารและน้ำดื่มนั้นสามารถเข้าถึงพื้นที่เดือดร้อนได้อยู่ ในส่วนของน้ำประปาและไฟฟ้ายังใช้ได้ตามปกติ ขณะที่พื้นที่เศรษฐกิจบริเวณเทศบาลตำบลบ้านตากก็ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่การเกษตรทั้งนาข้าวและพื้นที่ปลูกข้าวโพดเสียหายหลายพันไร่ แม้จะมีการเก็บเกี่ยวไปแล้วส่วนหนึ่งก็ตาม คาดตากยังวิกฤตต่อเนื่องอีก 6 วัน-ชาวบ้าน 4 อำเภอยังจมน้ำ นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดตาก ว่า ต้องยอมรับว่าน้ำท่วมขณะนี้ยังหนักอยู่ เนื่องจากเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก มีการระบายน้ำวันละกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรองรับน้ำจากแม่น้ำปิงที่ยังเพิ่มปริมาณต่อเนื่อง นอกจากนี้ จังหวัดตากต้องรับน้ำจากแม่น้ำวังที่ท่วมจังหวัดลำปางเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ทยอยไหลต่อมายังบ้านแม่เชียงราย บ้านสองแคว ต.ยกกระบัตร และต.แม่สลิด อ.สามเงา ส่งผลให้น้ำได้เอ่อท่วมบ้านเรือนชาวบ้านเป็นจำนวนมาก โดยน้ำจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำวังจะมาบรรจบกันที่บ้านปากวัง อ.บ้านตาก ในอีก 3 วัน และน้ำจากอ.บ้านตากจะใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมงเดินทางมาถึงอ.เมือง และอ.วังเจ้า ก่อนจะไหลต่อไปยังจ.กำแพงเพชร
ทั้งนี้ จังหวัดตากจะอยู่ในภาวะวิกฤตอีกเป็นเวลา 6 วัน เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากระดับน้ำแม่น้ำวังเริ่มลดปริมาณลง ขณะที่น้ำเข้าเขื่อนภูมิพลก็ลดลงด้วยเช่นกัน
"ตอนนี้ระดับน้ำเข้าเขื่อนภูมิพลอยู่ที่ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเมื่อวานนี้ อยู่ที่ 240 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อเนื่องอีก 2-3 วันหากไม่มีปริมาณน้ำจากแม่น้ำปิงสมทบมาเพิ่ม และเขื่อนไม่เพิ่มปริมาณการระบายน้ำ จะเข้าสู่ภาวะปกติเร็วๆ นี้" นายสามารถ กล่าว
สำหรับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนตอนนี้มี 4 อำเภอ คือ อ.สามเงา อ.บ้านตาก อ.เมือง และอ.วังเจ้า ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำปิงจำนวน 500 หลังคาเรือน ผลกระทบจากแม่น้ำวัง 1,000 หลังคาเรือน ทั้งนี้ มีการอพยพชาวบ้านส่วนหนึ่งออกไปอยู่วัด โรงเรียน ในพื้นที่น้ำท่วมสูง แต่บางส่วนก็ยังอยู่ในบ้าน จากเหตุการณ์น้ำท่วมพบผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณอ.เมือง ถูกน้ำป่าพัด ขณะนี้พบศพแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อุปสรรคสำคัญในการช่วยเหลือชาวบ้านคือขาดแคลนเรือท้องแบน หาไม่ได้เลย ลำบากมาก
เตือน 5จว.ดินถล่มท้ายเขื่อนลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างเตรียมรับมือแผนเร่งระบายน้ำ
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 28 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี เชียงใหม่ ยโสธร ร้อยเอ็ด ลำปาง เลย และนครราชสีมา รวม 201 อำเภอ 1,486 ตำบล 11,208 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 826,377 ครัวเรือน 2,604,220 คน มีผู้เสียชีวิต 244 ราย สูญหาย 3 ราย พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 7,528,805 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ บ่อปลา 105,963 บ่อ สัตว์ได้รับผลกระทบ 8,511,689 ตัว น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้ รวม 182 สาย แยกเป็น ทางหลวง 43 สาย ใน 13 จังหวัด ทางหลวงชนบท 139 สายใน 23 จังหวัด
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากและระดับน้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะลุ่มน้ำปิง ที่อ.เมือง จ.ตาก อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,263ลบ.ม./วินาที ลุ่มน้ำวัง ที่ อ.สามเงา อ.เมือง จ.ตาก ลุ่มน้ำยม ที่ อ.โพทะเล อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.สามง่าม จ.พิจิตร ทั้งนี้ ลุ่มน้ำมูล ที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา อ.คูเมือง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ อ.ราษีไศล อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ อ.ลำปลายมาศ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ อ.เมือง อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ลุ่มน้ำชี ที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น อ.โกสุมพิสัย อ.เมือง จ.มหาสารคาม อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ส่วนลุ่มน้ำสะแกกรัง ที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 669 ลบ.ม./วินาที ลุ่มน้ำท่าจีน ที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ 4,578ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณไหลผ่าน 3,622 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 3,930 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำใน 10 จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 98เปอร์เซนต์ เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนแควน้อยมีปริมาณน้ำ 98 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 136 เปอร์เซ็นต์
อีกทั้ง ในระยะ 1-2 วันนี้ ประเทศไทยมีฝนตกกระจายถึงเกือบทั่วไปและมีฝนตกหนักบางแห่งทางด้านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ใน 5 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี (อ.ขลุง) ตราด (อ.เกาะช้าง และ อ.บ่อไร่ ) ระนอง (อ.กระบุรี และอ.กะเปอร์) พังงา (อ.กะปง อ.ท้ายเหมือง และ อ.ตะกั่วป่า) ภูเก็ต (อ.กระทู้ และอ.เมืองภูเก็ต) ต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว หมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ หากสถานการณ์วิกฤตจะได้อพยพหนีภัยได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ จากการประสานสถานการณ์น้ำในเขื่อน พบว่า ขณะนี้เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีการระบายน้ำออกมาอย่างต่อเนื่อง จึงขอเตือนให้จังหวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อนทั้งสองแห่ง เตรียมรับมือผลกระทบจากการระบายน้ำในระยะนี้ไว้ด้วย นอกจากนี้ คาดว่า มวลน้ำของทั้งสองเขื่อนใหญ่จะไหลมารวมกันในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างช่วงวันที่ 13-16 ตุลาคม 2554 ซึ่งช่วงดังกล่าวเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้การผลักดันน้ำออกสู่ทะเลเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงขอให้ประชาชนเตรียมรับมือภาวะน้ำล้นที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
"เนื่องจากปริมาณทางตอนเหนือของประเทศยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศอส.จึงขอเตือนให้จังหวัดท้ายเขื่อนและจังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากน้ำเหนือที่ไหลบ่าลงมา ดำเนินการตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำ และเสริมแนวคันกั้นน้ำให้สูงขึ้น พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมรับมือและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์วิกฤต ให้จัดเตรียมแผนและพื้นที่รองรับการอพยพของประชาชนไว้ด้วย"นายวิบูลย์กล่าว
กทม.ชี้'วิภาวดี'จมเหตุฟ้าผ่าเครื่องสูบน้ำพังสั่งจนท.เร่งแก้ไขแล้ว
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่กทม.ในวันนี้ว่า เมื่อคืนวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านพื้นที่ กทม. ทำให้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักเมื่อช่วงค่ำ มีปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ที่เขตมีนบุรี อยู่ที่ 143 มิลลิเมตร น้ำท่วมขังในบางพื้นที่ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสูบน้ำให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะบริเวณถนนวิภาวดีช่วงตั้งแต่ บริษัทหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ถึงบริษัทยาคูลท์ ระยะทางประมาณ 500 เมตร มีน้ำท่วมขังประมาณ 50-70 เซนติเมตร
เนื่องจาก มีฟ้าผ่าจนทำให้มอเตอร์เครื่องสูบน้ำของสถานีสูบน้ำที่ 12 คลองบางเขนพังไป 2 เครื่อง จนเหลือใช้งานได้แค่เครื่องเดียว ทำให้มีปัญหาเรื่องการระบายน้ำ แต่เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเครื่องเสริมไปเรียบร้อยแล้ว เพราะคาดว่าวันนี้จะยังคงมีฝนตกเช่นเดิม ขณะที่ ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาวัดที่ประตูระบายน้ำ อ.บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 4,397 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มจากเมื่อวาน 666 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระราม 6 วัดได้ 4,912 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มจากเมื่อวาน 31 ลูกบาศก์เมตร ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาวัดที่ปากคลองตลาดเมื่อวานนี้สูงสุด 1.70 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง คาดการณ์วันนี้โดยกรมอุทกศาสตร์เวลา 15.49 น. ปริมาณน้ำจะสูงสุดที่ 1.95 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ส่วนน้ำทะเลหนุนสูงวันนี้เวลา 15.49 น. ฐานน้ำ 1 เมตร โดยรวมถือว่าปกติ ยังสามารถรับมือได้ แต่จากปริมาณน้ำที่สูงขึ้น จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในทุกจุดของพื้นที่ ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า กทม.กันน้ำไม่ให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่ เป็นผลให้จังหวัดโดยรอบประสบน้ำท่วมนั้น อยากให้เข้าใจว่า กทม.ได้เตรียมการพัฒนาเรื่องน้ำมาตั้งแต่ปี 2526 โดยมีการทำโครงการและพัฒนาศึกษาวิจัยมาโดยตลอด ทั้งการสร้างสถานีสูบน้ำ แนวคันกั้นน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ พื้นที่แก้มลิง รวมทั้งศูนย์ป้องกันน้ำท่วม ซึ่งล้วนแต่ใช้เวลาในการวางแผน จึงทำให้ปัจจุบันกทม. สามารถรับมือสถานการณ์น้ำได้
ชาวบ้านบึงคำพร้อย ลำลูกกา ประท้วงปิดถนนเรียกร้อง กทม.เปิดประตูระบายน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรวมตัวปิดถนนบริเวณดังกล่าว ทำให้การจราจรบนถนนหทัยราษฎร์ เกิดการติดขัดเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม ต้องเร่งระบายการจราจรออกไปยังเส้นทางสายอื่น
นายอาทิตย์ กุดทา อายุ 39 ปี ชาวบ้าน ต.บึงคำพร้อย แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า ที่มารวมตัวกันในครั้งนี้ เพราะทนรับความเดือดร้อนจากการถูกน้ำท่วมขังมานานกว่า 2 เดือนแล้วไม่ไหว ตอนนี้ระดับน้ำในบางจุดสูงถึงระดับหน้าอกแล้ว โดยน้ำที่ท่วมขังในครั้งนี้มาจากทางด้านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ และจะไหลผ่านมาทางด้านประตูน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ แต่น้ำไม่สามารถไหลผ่านออกไปได้เพราะทาง กทม.ได้เปิดประตูระบายน้ำเพียงเล็กน้อยแค่ 20 เซนติเมตร น้ำไหลผ่านได้เพียงเล็กน้อย เดือดร้อนกันมากจึงมารวมตัวเพื่อเรียกร้องให้เปิดประตูระบายเพิ่มขึ้นอีก 20 เซนติเมตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปบ้าง
ด้านนางจริยา สันต์ศิลป์งาม อายุ 60 ปี ชาวบ้าน ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตอนนี้น้ำท่วมถึงหน้าอกแล้ว บ้านของตนเองนั้นจมน้ำมานานกว่า 2 เดือน เดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงมาเรียกร้องให้เปิดประตูเพิ่มขึ้น เพื่อให้น้ำทางปทุมธานี ได้ลดลงบ้างเพื่อที่พวกเราจะได้ออกไปทำมาหากินกันได้บ้าง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ของชลประทาน ที่ดูแลประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ได้ออกมาเจรจากับชาวบ้านที่มาชุมนุมและยินยอมที่จะเปิดประตูระบายให้มากขึ้นอีก 20 เซนติเมตร เพิ่มขึ้นเป็น 50 เซนติเมตร ชาวบ้านจึงพอใจละแยกย้ายกันเดินทางกลับไป โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด



