ข่าว

วิกฤต!เร่งอพยพคนไข้ฝ่าฝนกลางดึก

วิกฤต!เร่งอพยพคนไข้ฝ่าฝนกลางดึก

06 ต.ค. 2554

พิษน้ำท่วมเมืองกรุงเก่าถึงขั้นวิกฤตแพทย์พยาบาลร่วมกับหน่วยกู้ภัยต้องเร่งอพยพคนไข้ฝ่าสายฝนกลางดึก หลังน้ำทะลักท่วมรพ.บางปะหัน

           วันที่ 6 ต.ค.54  หน่วยกู้ชีพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รพ.บางปะหัน รพ.สมเด็จพระสังฆราช รพ.พระนครศรีอยุธยา และรพ.วังน้อย ร่วมกับมูลนิธิร่วมกตัญญูอยุธยาและปราจีนบุรี ได้นำเรือท้องแบนขนาดใหญ่เข้าไปยังรพ.บางปะหัน ม.5 ต.บางนางร้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากปากทางเข้ารพ.ถูกน้ำท่วมอย่างหนักถึงริมถนนสายเอเชีย มีความลึกกว่า 1.50 ม. ระยะทางกว่า 400 เมตร โดยกระแสน้ำเชี่ยวและไหลแรง จนท.ได้ช่วยกันลำเลียงคนไข้ที่อยู่ภายในรพ.บางปะหันทั้งหมด 16 ราย ออกมาจากโรงพยาบาลโดยใช้เรือท้องแบนขนาดใหญ่ 2 ลำ ลำเลียงออกมาท่ามกลางสายฝนที่ตกตลอดเวลา
 
          ทั้งนี้เนื่องจากระดับน้ำขึ้นสูงจนไม่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้ และมีความเสี่ยงสูงทางสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงพิจารณาให้ปิดการดำเนินการชั่วคราว โดยได้นำผู้ป่วย 17 รายแยกย้ายไปตามรพ.ต่างๆ ได้แก่ รพ.สมเด็จพระสังฆราช อ.นครหลวง 4 ราย รพ.อ่างทอง 2 ราย รพ.วังน้อย 6 ราย และรพ.อุทัย 4 ราย โดยในจำนวนนี้มีอาการหนักจำนวน 2 ราย นพ.พงศกร อมรชัยชาญ เปิดเผยว่าอาคารของรพ.ที่ให้บริการยังสามารถให้บริการได้ เนื่องจากน้ำไม่ท่วม แต่รอบๆ ถูกน้ำท่วมหมดแล้ว หากเปิดให้บริการประชาชนก็ไม่สามารถมารับบริการได้ อีกทั้งยังมีความเสียงในการดูแลผู้ป่วยหนักที่ต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจ และอุปกรณ์ทางเทคนิค จึงตัดสินใจย้ายทันที ซึ่งคนไข้ที่หนักจริงๆได้ย้ายไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนอุปกรณ์สำคัญต่างๆ ตอนนี้ก็ขนออกมาจำนวนมากแล้ว

ปทุมธานี-ชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร้องสื่อ คลื่นจากเรือยนต์ซัดบ้านจนผวา


          ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ที่อยู่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใน เขต อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ว่าทุกวันนี้นอกจากจะต้องได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมบ้านแล้ว ยังต้องมาหวาดผวากับลูกคลื่นที่เกิดจากเรือยนต์ที่วิ่งไปมาในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่แทบทุกวัน โดยเฉพาะเวลากลางคืนนั้นเรือจะวิ่งกันเร็วมาก
 
          นางจำลอง ช่างต่อ อายุ 70 ปี ชาวชุมชนศาลาแดง อยู่บ้าน 9 ม.2 ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี กล่าวว่า บ้านของตนเองนั้นปลูกอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในชุมชนศาลาแดงเหนือ และถูกน้ำท่วมมานานเกือบสองเดือนแล้ว แต่เรื่องน้ำท่วมนั้นตนเองพอทนได้ แต่เรื่องที่เดือดร้อนมากๆคือคลื่นน้ำที่เกิดจากการวิ่งไปมาของเรือยนต์หรือเรือลากจูงในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งคลื่นที่เกิดจากเรือเหล่านี้จะพุ่งเข้าประทะบ้านของตนทั้งวันที่คืน
 
          โดยในช่วงที่เรือยนต์ทำการลากจูงเรือขนส่งสินค้าขึ้นไปทางอยุธยานั้น ยังไม่มีคลื่นเท่าไร แต่พอไปส่งแล้ว เรือยนต์พวกนี้จะวิ่งกลับมาตัวเปล่า ตอนนี้แหละที่เรือเหล่านี้จะวิ่งเร็วและทำให้เกิดคลื่นน้ำซัดเข้ามาที่บ้านของตน จนข้าวของในบ้านเสียหายไปก็มาก กลางคืนนั้นตนเองแทบจะนอนไม่หลับ เพราะระแวงเรือเหล่านี้จะทำให้บ้านของตนเสียหาย จึงอยากขอร้องว่าให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยกันปรามเรือเหล่านี้ด้วย
 
          ด้านนายพยุง ผลละมุด อายุ 49 ปี ชาวบ้านชุมชนศาลาแดงเหนือ กล่าวว่า เดือดร้อนกับคลื่นที่เกิดจากเรือเป็นอย่างมาก บางทีคลื่นมาทำให้ข้าวของเปียก หรือแตกหักเสียหาย บางครั้งคลื่นมาแรงก็กระแทกเข้าใต้พื้นกระดาน จนตะปูถอนกระดานหลุดออกมาก็มี โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ที่เรือยนต์เหล่านี้วิ่งกลับมาตัวเปล่า ไม่ได้ลากจูงเรือสินค้ามา จะใช้ความเร็วมากทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่
 
          วันนี้ก็มีการประชุมกันที่อำเภอสามโคก และมีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าก็รับปากว่าจะดูแล แต่ก็คงไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง จึงอยากขอร้องว่าให้วิ่งกันช้าๆบ้าง เพราะชาวบ้านที่อยู่ริมน้ำนั้นเดือดร้อนเพราะน้ำท่วมก็จะแย่แล้ว ยังต้องมาเดือดร้อนเรื่องคลื่นจากเรือเข้ามาซ้ำเติมอีก

 

คันกั้นน้ำใต้สะพานปทุมธานี1 พัง เจ้าพระยาทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน
 

          ได้เกิดเหตุคันกั้นน้ำบริเวณถนนยูเทรินใต้สะพาน ปทุมธานี 1 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้พังลง ทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน เวลาประมาณ 10 นาที ท่วมสูงกว่า 50-80 ซม. บ้านนายเชื้อ สายสิญจน์ อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93/6 หมู่ 5 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี น้ำเข้าท่วมเก็บข้าวของไม่ทัน และบ้านเรือนของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงถูกน้ำเข้าท่วมกว่า 10 หลังคาเรือน ส่วนชาวบ้านที่อยู่ใกล้บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานยูเทริน อีกกว่า 30 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร เดิมแนวคันกั้นที่พังเป็นหินคลุกสูงประมาณ 1 เมตร แต่เนื่องด้วยเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตก และระดับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ทำให้แนวคันหินคลุกเกิดพังลง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำกระสอบทรายเสริมคันกั้นอุดรอยน้ำรั่ว กระทั่งขณะนี้สามารถปิดทางน้ำเข้าได้เรียบร้อยแล้ว
 
          และที่บริเวณถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา วัดสามโคก ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล้นแนวคันกั้นที่ทำไว้ ชาวบ้านเร่งกั้นกระสอบทรายเสริมแนวคันกั้นเดิมอีก 30 ซม.ป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมวัด และบ้านเรือนประชาชน เจ้าหน้าที่ต้องประกาศกระจายเสียงให้ชาวบ้านออกมาช่วยกันกั้นกระสอบทรายเพิ่ม

ถ.ตะพานหิน-บางมูลนาก ถูกน้ำกัดเซาะจนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพิจิตร ประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะที่ตำบลไผ่หลวง อำเภอตะพานหิน ซึ่งเป็นจุดที่พนังกั้นไม่ให้แม่น้ำน่าน ล้นตลิ่ง ได้พังลงและมีบ้านเรือนเสียหายถึง 4 หลัง

          ล่าสุด แม่น้ำน่าน ที่สูงกว่าถนนยังคงพัดเข้าสู่เขตอบต.ไผ่หลวง เหมือนกับประตูระบายน้ำบางโฉมศรีพัง โดยกระแสน้ำที่ไหลแรงและเชี่ยวกรากได้พัดเอาถนนสายหลักเชื่อมต่อระหว่างอำเภอตะพานหิน และบางมูลนาก เสียหาย จนรถอีแต๋น รวมถึงรถขนาดใหญ่ที่เคยวิ่ง รับส่งชาวบ้านไปซื้ออาหาร ไม่สามารถวิ่งได้อีกต่อไป

          นายชาติชาย เจียมศรีพง์ นายกอบจ.พิจิตร ต้องเร่งนำชาวบ้าน สร้างสะพาน ทำเป็นท่าเทียบเรือ ออกจากถนนไปกว่า 50 เมตร เพิ่อให้พ้นคันคลองชลประทาน เพื่อนำเรือรับส่งคนแทน โดยใช้เรือตะเข้ของชาวบ้าน แต่ก็เกือบเกิดเหตุการณ์เสียชีวิตหมู่ เมื่อเรือของชาวบ้านล่ม แต่ก็ยังโชคดีที่สามารถช่วยชีวิตกันขึ้นมาได้ เนื่องจากเรือมีขนาดเล็ก
         
          นายนายณรงค์ ผลอาจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่หลวง เปิดเผยว่า ในขณะนี้ มี 3 หมู่บ้านคือหมู่ ที่ 1 หมู่ 3 และหมู่ที่ 6 ที่มีประชากรเกือบ 600 คนกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากไม่สามารถนำอาหารไปส่งให้ชาวบ้านได้ รวมถึงนักเรียน และประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางออกจากหมู่บ้านได้ โดยในขณะนี้ สิ่งที่ต้องการมากที่สุด คือเรือท้องแบนซึ่งจะปลอดภัยมากกว่าเรือชาวบ้านและเสื้อชูชีพ เป็นสิ่งที่ชาวบ้านต้องการมากที่สุด

นายอำเภอบางบ่อ ระดมจนท. เร่งระบายน้ำลงทะเลช่วยพื้นที่น้ำท่วมภาคกลาง
 
          นายเฉลิมพล มั่งคั่ง นายอำเภอบางบ่อ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในลุ่มจังหวัดภาคกลาง ทำให้ทางอำเภอบางบ่อต้องเร่งรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากมีการระบายน้ำจากพื้นที่น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา จ.นครนายก ผ่านลงมาทางคลองพระยาสมุทร คลองพระยานาคราช คลองกระแชงเตย คลองเปร็ง และคลองพระองค์ไชยานุชิต ของ อ.บางบ่อจ.สมุทรปราการ ก่อนจะสูบน้ำออกลงทะเล ซึ่งจากการระบายน้ำมาเป็นจำนวนมากส่งผลให้ น้ำในคลองดังกล่าวมีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ถนนบางช่วงมีน้ำขึ้นมาสูง โดยเฉพาะ ถ.หลวงแพ่ง ช่วงแยกถนนรัตนโกสินทร์สมโภชน์ 200 ปี และน้ำบางส่วนไหลเข้าพื้นที่การเกษตร บ่อเลี้ยงปลาสลิดที่มีชื่อเสียงของ อ.บาบ่อ ได้รับความเสียหาย ทางอำเภอได้ประกาศให้ทางหน่วงงานท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านเร่งเข้าไปตรวจสอบช่วยเหลือ ถนนที่ถูกน้ำท่วมได้นำกระสอบทรายมากั้นแล้วใช้เครื่องสูบน้ำสูบออก เพื่อให้รถสามารถสันจรได้
 
          นายเฉลิมพล ยังกล่าวต่อว่า เพื่อให้น้ำที่ระบายมาจากทางพื้นที่น้ำท่วมในภาคกลางระบายได้มากขึ้น ทางอำเภอบางบ่อ ได้ไปสำรวจนำสิ่งที่ขวางคลองหรือทำให้น้ำไหลช้าลงออก โดยเฉพาะผักตบชวาที่ไหลมาพร้อมกับน้ำที่ระบายมา ติดตามตอหม้อของสะพาน จะนำเรือเข้าไปตักขึ้นหรือตัดให้เป็นชิ้นเล็กในทันที กรณีที่มีการระบายน้ำลงมามากขึ้นจนประตูน้ำทั้งหมดสูบลงทะเลไม่ทัน ทางอำเภอจะมีการระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำให้มากที่สุด เพื่อสูบออกทะเล ซึ่งการทำงานต้องทำแข่งกับเวลาเนื่องจากวันที่16-17 ต.ค.ที่จะถึงนี้น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นและจะส่งผลให้การระบายน้ำเป็นไปด้วยความลำบากมากขึ้น หากเราสามารถระบายน้ำลงทะเลได้เร็วนั่นก็หมายถึงพื้นที่ภาคกลางที่น้ำท่วมอยู่ก็จะมีระดับน้ำที่ลดลง