ข่าว

46รง.กรุงเก่าจมน้ำสูญ3หมื่นล้าน

46รง.กรุงเก่าจมน้ำสูญ3หมื่นล้าน

06 ต.ค. 2554

46 โรงงานในอยุธยาจมน้ำ คาดเสียหายไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้าน ฮอนด้าหยุดผลิตสัปดาห์นี้ ขณะที่ไร่อ้อยเสียหายไม่ต่ำ 7 หมื่นไร่

          สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ยังอ่วม ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม กระแสน้ำจากแม่น้ำน้อย แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี และกระแสน้ำหลากตามทุ่งจาก จ.ลพบุรี ได้ไหลเข้าท่วมชุมชนสองฝั่งแม่น้ำและเขตทุ่งนา ใน 16 อำเภอ ในจำนวนนี้มี 14 อำเภอ ที่ถูกน้ำท่วมหนัก หลายอำเภอถูกตัดขาด เช่น อ.บ้านแพรก อ.มหาราช อ.ท่าเรือ อ.ผักไห่ เนื่องจากถนนถูกน้ำท่วม รถไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่ อ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.นครหลวง เริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก โดยคันกั้นน้ำของนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ต.บางพระครู อ.นครหลวง ไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำได้และพังลงเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมโรงงานขนาดใหญ่และขนาดกลางในนิคมกว่า 46 แห่ง โดยเกือบทุกโรงงานไม่สามารถที่จะขนย้ายสิ่งของได้ทัน

          นายพากร วังศิราบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จ.พระนครศรีอยุธยามีนิคมอุตสาหกรรมอยู่ 5 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ใน อ.บางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อ.บางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร อ.นครหลวง และนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย สวนอุตสาหกรรมบ้านแพน อ.เสนา

          พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือ นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ในพื้นที่แห่งนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมรวม 46 แหล่ง เงินลงทุนสะสมรวม 1.7 หมื่นล้านบาท ได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง เนื่องจากน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร เบื้องต้นคาดว่า ภาวะน้ำท่วมขณะนี้สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่แห่งนี้รวมแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท เป็นความเสียหายทั้งในส่วนของเครื่องจักรที่ได้รับความเสียหาย เพราะการเคลื่อนย้ายไม่ทัน การระงับการผลิตสินค้า เพราะแรงงานไม่สามารถที่จะเดินทางเข้าไปยังโรงงานได้ รวมไปถึงการที่โรงงานอุตสาหกรรมต้องปิดตัวลงชั่วคราว

          "สถานการณ์ขณะนี้ที่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร น่าเป็นห่วงมากที่สุด ทั้งที่ได้มีการวางแผนการป้องกันเป็นอย่างดีแล้ว แต่เนื่องจากปริมาณน้ำมากเกินความคาดหมาย ทำให้แม้ว่าจะป้องกันอย่างดีที่สุดด้วยการทำแนวกั้นแต่ก็ไม่สามารถที่จะลดความเสียหาย ที่น่าเป็นห่วงตามมาก็คือการฟื้นตัว ที่อาจจะใช้ระยะเวลานานและอาจจะมีผลต่อเนื่องมาถึงการจ้างแรงงาน รวมไปถึงความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้นจากการถูกเลิกจ้างเป็นการชั่วคราว ส่วนนิคมอุตสาหกรรมที่เหลือ ขณะนี้มีการวางระบบการป้องกันที่รัดกุม มั่นใจว่าน่าจะผ่านพ้นสถานการณ์ไปได้"

          นายพากรกล่าวอีกว่า ที่เป็นห่วงมากที่สุดก็คือ หากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นกินระยะเวลายาวนานออกไป ก็ย่อมจะส่งผลกระทบมาถึงภาคอุตสาหกรรม ทั้งที่ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผู้ประกอบการต้องเร่งผลิตสินค้า เพื่อให้ทันตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ยิ่งปัญหาดังกล่าวลุกลามออกไป ก็ย่อมจะก่อปัญหาตามมาอย่างรุนแรง ความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้นอยากให้รัฐบาลวางแนวทางเพื่อช่วยเหลือแต่เนิ่น เพื่อที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ


น้ำทะลักนิคมฯสหรัตนนคร


          นายนราพจน์ ทิวถนอม รองผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครส่วนใหญ่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และรองเท้า โดยขณะนี้พบว่าเครื่องจักร วัตถุดิบและสินค้าที่อยู่ในโรงงานเสียหาย ซึ่งโรงงานต้องหยุดลง เพราะเดินเครื่องผลิตไม่ได้ และไม่สามารถขนส่งสินค้าหรือวัตถุดิบเข้าออกโรงงานได้ รวมทั้งนิคมแห่งนี้ผลิตวัตถุดิบอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ป้อนให้โรงงานในนิคมไฮเทคและนิคมบางหว้าทำให้โรงงานในนิคมทั้ง 2 แห่ง ต้องหยุดประกอบการไปด้วย

          จากการประเมินในเบื้องต้นต้องใช้เวลารอน้ำลดและฟื้นฟูโรงงาน 3 เดือน จึงจะประกอบการได้ตามปกติ ซึ่งคาดว่าจะสร้างความเสียหาย 25,000-30,000 ล้านบาท เป็นความเสียหายจากเครื่องจักร วัตถุดิบและสินค้าที่ถูกน้ำท่วมและค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ

          ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครมีเขื่อนดินรอบโรงงาน 3 ชั้น สูง 5 เมตร ซึ่งปี 2553 สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ประตูระบายน้ำบางโฉมศรีจะแตกทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น ดังนั้น กนอ.จึงต้องกลับมาทบทวนใหม่ว่าจะเพิ่มมาตรการป้องกันน้ำท่วมในอนาคตอย่างไร โดยอาจต้องสร้างเขื่อนดินให้ใหญ่และมั่นคงแข็งแรง และยังได้หารือกับผู้ประกอบการในนิคมฯ ตลอดเวลาเพื่อหาทางป้องกัน แต่เมื่อน้ำเข้าท่วมโรงงานแล้วผู้ประกอบการก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรเพราะทุกอย่างเสียหายหมด ซึ่งใน 1-2 วันนี้ คงเรียกประชุมผู้ประกอบการเพื่อประเมินสถานการณ์

          แหล่งข่าวจาก กนอ.แจ้งว่า สถานการณ์ล่าสุดน้ำยังคงเข้าท่วมภายในนิคมฯ อย่างต่อเนื่องจนสูงถึง 2 เมตรแล้ว และยังไม่มีทีท่าละลดลง และยังไม่พบผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นได้มีกลุ่มโจรขโมยตระเวนเข้าลักทรัพย์สินภายในโรงงานที่ถูกน้ำท่วม ทำให้เจ้าของโรงงานต้องทิ้งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และบ้านหว้านั้น ยังสามารถต้านทานน้ำท่วมได้


ห่วงน้ำท่วมปิดเส้นทางขนส่ง

          ด้าน นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครที่น้ำได้ทะลักเข้าท่วมภายในนิคมฯ ยังไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะฐานหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์จะอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ที่อยู่ฝั่งตะวันตะวันออกของถนนเอเชีย ส่วนพื้นที่ที่ประสบปัญหาจะอยู่ฝั่งตะวันตก ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร บางปะอิน และบ้านหว้า ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งถ้าหากน้ำท่วมจนข้ามถนนเอเชียได้ ก็จะส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างรุนแรง

          นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมยังคงน่าเป็นห่วง และอาจจะกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมของไทยโดยรวม เนื่องจากโรงงานในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำชิ้นส่วนต่างๆ ป้อนโรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์

          สำหรับความเสียหายของภาคอุตสาหกรรมนั้น ถ้าหากน้ำท่วมเพียง 1-2 วันก็กระทบไม่มาก แต่หากท่วมเป็นเดือนก็กระทบอย่างรุนแรง เพราะจะต้องใช้เวลากว่า 3 เดือนในการซ่อมแซมโรงงานให้กลับมาผลิตใหม่ได้ ซึ่งจะทำให้การส่งออกและการนำเงินตราเข้าประเทศลดลง เห็นได้จากโรงงานผลิตเส้นใหญ่ขนาดใหญ่ใน จ.ลพบุรีที่ถูกน้ำท่วมต้องปิดโรงงานซ่อมแซมกระทบต่ออุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น สิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่มเป็นจำนวนมาก
         
          อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกประการ ก็คือปัญหาน้ำท่วมถนนสายเอเชีย ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่ของ จ.ชัยนาท และสิงห์บุรี น้ำเริ่มปริ่มผิวถนนแล้ว ถ้ามีปริมาณน้ำเพิ่มเข้ามาอีกจนถนนถูกตัดขาด ก็จะเป็นการปิดเส้นทางขนส่งสินค้าจากภาคเหนือมายังภาคกลาง ไม่สามารถส่งสินค้าลงมาส่งออกที่ท่าเรือได้ กระทบอย่างรุนแรงทั้งภาคการผลิตและการค้า


ฮอนด้าหยุดผลิตสัปดาห์นี้


          นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการบริหาร บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด สำนักงานใหญ่ของฮอนด้าประจำภูมิภาคเอเชีย และโอเชียเนีย และรองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฮอนด้ามีโรงงานผลิตรถยนต์ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเป็นยี่ห้อเดียวที่อยู่ในจังหวัดนี้ ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากตั้งอยู่บนที่สูง และมีการบริหารจัดการป้องกันที่ดีพอ

          อย่างไรก็ตาม ฮอนด้าได้รับผลกระทบทางอ้อม จากการที่โรงงานชิ้นส่วนที่ผลิตป้อนให้ฮอนด้า 3 โรงงาน ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางเหนือ 35 กม. ประสบปัญหาน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ ฮอนด้าจึงต้องหยุดการผลิตรถทุกรุ่นไปจนถึงสิ้นสัปดาห์นี้ เนื่องจากการสต็อกชิ้นส่วนที่โรงงานมีไม่มากนัก ซึ่งเป็นไปตามแผนการผลิตแบบ lean production

          ส่วนในด้านการตลาด ขณะนี้บริษัทมีรถที่ผลิตเสร็จแล้วจำนวนหนึ่ง กับรถที่อยู่ในสต็อกของตัวแทนจำหน่าย ทำให้สามารถส่งมอบแก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อสถานการณ์โรงงานชิ้นส่วนกลับสู่ภาวะปกติ ก็ทำให้ดำเนินกิจกรรมการตลาดได้ต่อเนื่อง ไม่มีขาดตอน อีกทั้งโรงงานก็เตรียมแผนที่จะเพิ่มการผลิตให้มากกว่าปกติ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาค้างจองจำนวนมาก


ไร่อ้อยเสียหายไม่ต่ำ7หมื่นไร่


          ด้านรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กระทรวงอุตสาหกรรม แจ้งว่า ได้ประเมินความเสียหายพื้นที่เพาะปลูกอ้อยจากภาวะภัยน้ำท่วมปีนี้ ได้กระทบในพื้นที่เขตภาคเหนือกระจายไปใน 42 อำเภอ 152 ตำบล ใน จ.อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และนครสวรรค์ คิดเป็นพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นไร่ มีชาวไร่อ้อยได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 4,000 ราย โดยผลกระทบดังกล่าวคิดเป็นเพียง 1% ของพื้นที่ความเสียหายทั้งหมด

          อย่างไรก็ตาม สอน.ได้ประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการหาแนวทางช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ได้รับความเดือดร้อนโดยด่วน หากได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิงจะได้รับความช่วยเหลือไร่ละ 3,150 บาท รวมทั้งยังได้ประสานงานกับโรงงานน้ำตาลทรายในพื้นที่จัดทำประวัติการท่วมขังของน้ำในไร่อ้อยเพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการทำไร่อ้อยในพื้นที่ต่อไป