
'แพนเค้ก'ลุยน้ำท่วมแจกแว่นตาคนชรา
"แพนเค้ก"นำนางงามลุยน้ำท่วมแจกแว่นตาคนชราชาวปากเกร็ดนนทบุรี เตือน"ภาคกลาง-ตะวันออก-ตก-ใต้"ระวังฝนตกหนัก1-2วันนี้ ชลประทานบุรีรัมย์ เร่งเปิดประตูระบายน้ำ 2 อ่าง
5ตุลาคม2554 น.ส.เขมนิจ จามิกรณ์ หรือ แพนเค้ก ดารานักแสดงสาวชื่อดัง พร้อมด้วย น.ส.ปิยภรณ์ ดีจริง มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2011 และ น.ส.ภัสราภรณ์ คนคำแหง รองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ล 2011 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัทห้างแว่นท็อปเจริญ เดินทางมายังศาลาเอนกประสงค์ของวัดปรมัยยิกาวาส ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อร่วมงาน “โครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ” โดยมีนายติรวัฒน์ สุจริตกุล ที่ปรึกษากองงานในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คุณหญิงสมศรี กันธมาลา กรรมการอำนวยการและเลขาธิการมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย นายประดิษฐ์ สุคนธสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ร่วมงานดังกล่าว
ภายในงานได้รับความสนใจจากผู้อยู่บนเกาะเกร็ด เดินทางลุยน้ำท่วมบนเกาะมาเข้ารับการตรวจวัดสายตาเพื่อรับแว่นตาประมาณกว่า 500 คน ซึ่งแพนเค้กดารานักแสดงสาวคนดังพร้อมกับนางงามทั้งสองคน ได้เดินทักทายกับบรรดาผู้สูงอายุที่มารอรับบริจาคแว่นสายตา สร้างรอยยิ้มและความปลาบปลื้มให้กับกลุ่มผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก บางรายถึงกับขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วย โดยระดับน้ำที่ท่วมบนเกาะเกร็ดอยู่ที่ระดับ 1.80 เมตรทั้งรอบเกาะ ยกเว้นในเขตวัดปรมัยยิกาวาสกับวัดไผ่ล้อมเท่านั้น ที่มีกำแพงปูนสูงพอที่จะกั้นน้ำไม่ให้ล้นเข้าท่วมในเขตวัดได้ แต่ก็ต้องติดตั้งระบายน้ำที่ไหลซึมผ่านเข้ามาออกด้วยเช่นกัน
แพนเค้กกล่าวว่า ได้รับเชิญให้มาร่วมงานดังกล่าว ก็ตอบตกลงทันที เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีและยังได้ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ยากไร้ ขาดแคลนแว่นสายตา ทำให้ต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ดังนั้นเมื่อมีโอกาสที่จะได้ช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม ตนเองก็จะพร้อมที่จะช่วยอย่างเต็มที่ ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปร่วมกับทางชมรมแม่บ้านตำรวจจังหวัดลพบุรี นำถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภค ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดลพบุรีและชัยนาทอีกด้วย
เตือน"ภาคกลาง-ตะวันออก-ตก-ใต้"ระวังฝนตกหนัก1-2วันนี้
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย "พายุนาลแก" ฉบับที่ 8 ว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค2554 เวลา16.00 น.พายุดีเปรสชัน"นาลแก" บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 280 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออก จ.นครพนม ประเทศไทย มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 10... กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในคืนนี้ และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในระยะต่อไป
อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกกระจายถึงเกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักบางแห่ง ทางด้านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะ 1-2 วันนี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
"สสนก.- ปภ."เตรียมหารือสำรวจระบบเตือนภัยทั่วประเทศ
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า วันนี้ (4 ต.ค.) นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมเพื่อประกาศ 2 มาตรการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ประกอบด้วย มาตรการด้านการระบายน้ำ แบ่งเป็น 3 มาตรการย่อย ได้แก่ การดันน้ำออกสู่ทะเล การขุดลอกเส้นทางน้ำที่ระบายออกไม่ได้ และ ระบายน้ำออกปีกซ้ายปีกขวาของกรุงเทพมหานคร
มาตรการที่สองคือ การช่วยเหลือประชาชน แบ่งเป็น 3 มาตรการย่อย ได้แก่ การขอแรงจากประชาชนที่มีเรือเล็กช่วยกันดันน้ำ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง, การป้องกันพื้นที่สำคัญของเมืองที่มีการสร้างกำแพงดินกั้นเอาไว้ เพื่อให้มีการตรวจสอบและซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลา มาตรการสุดท้ายคือ การเตรียมอพยพในกรณีที่น้ำขึ้นสูงเกิดขึ้น เพื่อดูว่าจะแจ้งเตือนอย่างไร จะอพยพไปอยู่ที่ไหน นอกจากนี้ยังเปิดช่องทางการมีส่วนร่วมจากภาคประชาคม หน่วยงานเอกชน กลุ่มผู้เล่นเจ็ทสกี แจ้งผ่านเว็บไซต์กลาง เพื่อจับคู่ความช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการ
"ขณะนี้ไม่ใช้เวลามาบ่นเรื่องน้ำท่วม หรือหมดกำลังใจ หรือตั้งข้อสงสัยว่าใครตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ถึงเวลาที่จะต้องมีความแข็งแกร่งสามัคคี ให้ลูกหลานตัวเองปลอดภัย นั้นคือสิ่งที่รัฐบาลต้องการจะบอกประชาชน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์กล่าว
ทั้งนี้ นอกจากการแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยการใช้เรือดันน้ำเพื่อให้น้ำลดแล้ว กระทรวงวิทยาศาสตร์ยังได้ประสานไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อเปิดช่องน้ำบริเวณถนนที่ขนานทะเลทั้งฝั่งซ้ายและขวา เพื่อให้น้ำระบายออกได้เร็ว
สำหรับจังหวัดนครสวรรค์และนนทบุรีที อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงวิทยาศาสตร์นั้น ทั้ง 2 จังหวัดเป็นพื้นที่น้ำท่วม เนื่องจากอยู่ในอิทธิพลของน้ำทะเล สิ่งที่ทำได้คือต้องอดทนอยู่กับน้ำไปก่อน ส่วนนครสวรรค์ เป็นจังหวัดที่เจอน้ำท่วมค่อนข้างหนัก เนื่องจากเป็นจุดที่น้ำมาเจอกันหลายสาย สิ่งที่ทำได้ ณ ตอนนี้คือป้องกันไม่ให้เขื่อนพัง
อย่างไรก็ตามภายใน 2-3 วันนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์จะแรกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือกับคณะทำงานเพื่อสำรวจระบบเตือนภัยทั้งประเทศ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้ สสนก. และ ปภ. ทำงานร่วมกัน โดยจะมีการกำหนดแนวทางการทำงานต่อไป
ด้าน ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ สสนก.ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมอุตุนิยมวิทยา เดินหน้าปรับปรุงระบบเตือนภัย โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมสำรวจอากาศ ว่า สสนก.สามารถเดินหน้าสำรวจได้ทันทีภายหลังจากที่ได้รับมอบหมาย เนื่องจากที่ผ่านมาทีมวิจัยของสสนก. ได้ทำการศึกษาร่วมกับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย โดยมีข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมสำรวจอากาศอยู่พอสมควร จึงสามารถดำเนินการได้ทันที โดยสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบเตือนภัยได้ทั้งประเทศ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่ม
บุรีรัมย์2อ่างวิกฤติน้ำเกินความจุเร่งระบายออกหวั่นคันดินพัง
เจ้าหน้าที่โครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เร่งเปิดประตูระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำสำคัญ 2 แห่ง ในเขตอำเภอเมือง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก หลังมีปริมาณน้ำสูงถึง 25.17 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเฉลี่ย 96.7 เปอร์เซ็นต์ จากความอ่าง 26 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้ระบายน้ำออกวันละ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ที่มีปริมาณน้ำเกินกักเก็บถึง 30 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเฉลี่ย 108 เปอร์เซ็นต์ จากความจุอ่าง 27 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้ระบายน้ำออกวันละ 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตร
เนื่องจากระดับน้ำเกินกักเก็บอยู่ในจุดวิกฤต เกรงว่าหากไม่ทำการพล่องน้ำออก จะส่งผลกระทบทำให้คันดินอ่างเก็บน้ำพังทลาย และอาจจะส่งผลให้เกิดน้ำทะลักไหลท่วมบ้านเรือนราษฎร และนาข้าว ในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เป็นวงกว้างได้ ซึ่งการระบายน้ำครั้งนี้น้ำได้เอ่อท่วมขังนาข้าวของเกษตรกร และถนนในเขต ต.บ้านบัว แล้วบางส่วน
จากนั้นน้ำก็ไหลผ่านพื้นที่เสี่ยงภัย ต.กระสังอิสาณ และ ต.บ้านยาง ก่อนจะไหลไปรวมในลำตะโคง อ.บ้านด่าน ก่อนจะไหลไปรวมในลำน้ำมูลที่อำเภอแคนดง โดยทางชลประทานได้ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ชาวบ้าน และเกษตรกรที่อาศัยอยู่ติดทางน้ำไหลผ่านได้ เตรียมรับมือจากภาวะน้ำท่วม และขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง ซึ่งการปล่อยน้ำครั้งนี้ทางชลประทานได้มีการควบคุมระดับการระบายน้ำ ให้ส่งผลกระทบกับความเดือดร้อนของประชาชนให้น้อยที่สุดจนกว่าจะหมดอิทธิพลของพายุฝนที่จะพัดผ่านเข้ามาในช่วงนี้
นายยงศักดิ์ ประภาพันธ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า การระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำในครั้งนี้ ก็เป็นการรองรับน้ำจากพายุฝนที่จะมาอีกระลอกตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ไว้ในกลางเดือนนี้ อย่างไรก็ตามยอมรับการระบายน้ำออกในครั้งนี้ ค่อนข้างจะมีปัญหาในการไหลของน้ำไม่สะดวกเท่าที่ควร เนื่องจากบางจุดมีวัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซึ่งก็จะได้ดำเนินการแก้ไขเพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น
ส่วนปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ และขนาดกลางอีก 20 อ่าง จากทั้งจังหวัดมี 22 อ่าง ยังมีความจุที่สามารถรองรับน้ำได้ ยังไม่ส่งผลกระทบกับคันฝายแต่อย่างใด ส่วนทั้ง 2 อ่างจะมีการระบายน้ำต่อเนื่องจนกว่าระดับน้ำจะอยู่ในจุดที่ปลอดภัย
สุรินทร์ประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัย 6 อำเภอ
นายอำนวย จันทรัฐ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและฝายชลประทานขนาดกลางในเขตจังหวัดสุรินทร์ ทั้ง 18 แห่ง ปริมาณน้ำ วัดได้ 144.06 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือประมาณ ร้อยละ 99.3 ของความจุทั้งหมด 145.079 ล้าน ลบ.ม.
ขณะนี้ห้วยลำพอก อำเภอศีขรภูมิ มีน้ำท่วมขังในบริเวณที่ลุ่มติดห้วยลำพอก อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว อ.รัตนบุรี มีน้ำท่วมในนาข้าวบริเวณที่ลุ่มต่ำ ห้วยทับทัน อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ มีน้ำท่วมขังบริเวณนาข้าวที่ลุ่มต่ำ ในพื้นที่ตำบลสำโรงทาบและ ต.เกาะแก้ว อ.สำโรงทาบ ห้วยเกาะแก้ว อ.สำโรงทาบ มีน้ำท่วมขังบริเวณนาข้าวที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ตำบลสำโรงทาบ และ ต.เกาะแก้ว อ.สำโรงทาบ
สำหรับแม่น้ำมูล ขณะนี้ระดับน้ำล้นตลิ่งและเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรในบริเวณที่ลุ่มต่ำขยายเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ หากยังมีฝนในพื้นที่ประกอบกับการรับน้ำมาจากต้นน้ำจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และน้ำมาจากลำพลับพลา ซึ่งจะไหลมาสมทบกันที่แม่น้ำมูล คาดว่าน้ำอาจจะเอ่อท่วมเส้นทางการสัญจรและบ้านเรือนของประชาชนสร้างความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตและทรัพย์สิน
โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี ท่าตูม รัตนบุรี ส่วนลำน้ำชีน้อยระดับน้ำปัจจุบันวัดได้ 10.18 เมตร ของความจุระดับลำน้ำ 6.90 เมตร ซึ่งระดับน้ำล้นตลิ่ง 3.58 เมตร มีน้ำท่วมขังนาข้าวในบริเวณที่ลุ่มต่ำ คาดว่า หากยังมีฝนตกในพื้นที่ประกอบกับการรับน้ำมาจากที่อื่น จะทำให้มีปริมาณน้ำมาก และเอ่อท่วมพื้นที่นาข้าวขยายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลคอโค ต.ท่าสว่าง อ.เมืองสุรินทร์
หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จ.สุรินทร์ประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว จำนวน 6 อำเภอ 28 ตำบล 251 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.เมืองสุรินทร์ สำโรงทาบ ท่าตูม ชุมพลบุรี รัตนุบรี และศรีณรงค์ ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน 6,560 ครัวเรือน นาข้าวเสียหาย 30,150 ไร่ ถนนเสียหาย 21 สาย และจากการตรวจสอบพื้นที่ประสบอุทกภัย คาดว่านาข้าวจะเสียหายอีกประมาณ 10,145 ไร่
ส่วนไร่มันสำปะหลังเสียหายประมาณ 22,968 ไร่ ได้แก่ อำเภอท่าตูม พื้นที่ที่คาดว่าเสียหาย 5 ตำบล 8 หมู่บ้าน นาข้าวเสียหายประมาณ 2,888 ไร่ อำเภอสังขะ พื้นที่ที่คาดว่าเสียหาย 6 ตำบล 34 หมู่บ้าน นาข้าวเสียหายประมาณ 5,564 ไร่ และไร่มันสำปะหลัง 12 ไร่ อำเภอสำโรงทาบ พื้นที่ที่คาดว่าเสียหาย 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน นาข้าวเสียหายประมาณ 1,693 ไร่ อำเภอกาบเชิง พื้นที่ที่คาดว่าเสียหาย 6 ตำบล 78 หมู่บ้าน ไร่มันสำปะหลังเสียหายประมาณ 22,956ไร่



