
สตช.จัดเต็มดูแลตร.บู๊ยาเสพติด
สตช.จัดเต็มดูแล..ตร.บู๊ยาเสพติด : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
นโยบายสำคัญของรัฐบาลที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ว่าที่ ผบ.ตร. จะต้องเร่งรัดดำเนินการให้การปราบปรามยาเสพติดปรากฏผลเป็นรูปธรรมให้ได้โดยเร็วที่สุด และกำหนดเป็น "วาระแห่งชาติ" โดยมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ หรือ ศพส. ขึ้น มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย แผนปฏิบัติการ มาตรการและแนวทางต่างๆ ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด โดยมีตำรวจกว่า 2 แสนคนใน 1,459 สถานีตำรวจ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน
ทว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการเข้าปราบปรามจับกุมขบวนการ หรือกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่และชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ความสูญเสียย่อมอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บหรือล้มตาย จึงเป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องให้ความสนใจและลงไปดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจโดยส่วนรวม เพราะยังต้องเดินหน้าต่อสู้กับปัญหานี้ไปอีกนาน
อย่างกรณีของ ด.ต.รังสรรค์ ดีรอด อายุ 39 ปี ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว.สมุทรสงคราม ถูกแก๊งค้ายาเสพติดยกพวกกว่า 20 คน ไล่ยิงขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากปฏิบัติหน้าที่กลางดึก ถูกยิงด้วยปืน 9 มม. เข้าที่ไหปลาร้าขวา 1 นัด กระสุนทะลุปอด และโดนขาซ้าย 1 นัด อาการสาหัสล้มกลิ้งกลางถนน แต่แข็งใจชักปืนประจำกายยิงสู้จนกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวแตกกระเจิงหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 00.45 น. วันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.รังสรรค์ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.สมุทรสงคราม ออกตรวจดูแลความสงบเรียบร้อยตามย่านสถานบันเทิง และสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับการลักลอบซื้อขายยาเสพติด จนกระทั่งดึกจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน ขณะที่ ด.ต.รังสรรค์ขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้ากลับบ้านคนเดียวมาถึงที่เกิดเหตุ มีกลุ่มเด็กวัยรุ่นประมาณ 20 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาประมาณ 10 คัน ไล่ตามไปทัน จากนั้นวัยรุ่น 2 คน ในกลุ่มชักปืนพกออกมาคนละกระบอกกระหน่ำยิงใส่ ด.ต.รังสรรค์นับสิบนัด
การสืบสวนทราบว่า หัวหน้าแก๊งคนร้ายกลุ่มนี้ คือ นายสุริยา หรือ เก๋ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 19 ปี มีประวัติพัวพันเกี่ยวกับการซื้อขายยาเสพติดอยู่ในพื้นที่ และเคยถูก ด.ต.รังสรรค์จับกุมมาก่อนหน้านี้
เมื่อ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รักษาการ ผบ.ตร. ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ 10) เดินทางไปเยี่ยม ด.ต.รังสรรค์ ที่นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ ในทันที และมอบกระเช้าดอกไม้และเงินสดจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้บาดเจ็บ เพื่อเป็นกำลังใจ โดยมีนางพรพรรณิพา ภรรยา ที่เฝ้าอาการอยู่อย่างใกล้ชิด เป็นตัวแทนรับมอบ
“รู้สึกดีใจที่ผู้บังคับบัญชาในระดับสูงไม่ทอดทิ้ง และเล็งเห็นถึงความสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในระดับล่าง เมื่อได้รับบาดเจ็บก็ยังลงมาติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด นับเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีแก่ตนและครอบครัว ซึ่งมีลูกเล็กๆ 2 คน และเป็นการสร้างกำลังใจที่ดีให้แก่ข้าราชการตำรวจคนอื่นๆ ที่กำลังทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ด้วย” นางพรพรรณิภา กล่าว
ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า รักษาการ ผบ.ตร.มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามจับกุมยาเสพติด จึงมอบหมายให้เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจ สำหรับการขอบำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษให้แก่ด.ต.รังสรรค์นั้น ทางสำนักงานกำลังพลได้ประสานกับต้นสังกัดเพื่อดำเนินการให้โดยด่วนแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังจากแพทย์เอกซเรย์ร่างกาย ด.ต.รังสรรค์ โดยละเอียดพบว่า หัวกระสุนที่ฝังอยู่บริเวณปอดนั้น มีผลทำให้เลือดไหลอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องทำการผ่าตัดใหญ่ พล.ต.อ.พงศพัศจึงประสานกับ พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ รับตัว ด.ต.รังสรรค์ เข้ามารักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจเป็นการเร่งด่วน ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ห้อง 601 อาคารเฉลิมพระเกียรติ อาการอยู่ในขั้นปลอดภัย แต่แพทย์ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด
แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของเหตุการณ์เหตุร้ายเกิดขึ้นกับตำรวจผู้ปฏิบัติงาน จนนำไปสู่การรับบาดเจ็บสาหัส หรือต้องสูญเสียชีวิต กลายเป็นเรื่องสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญและต้องเข้าไปดูแลโดยทันทีอย่างนี้ ถือได้ว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้ใจผู้ใต้บังคับบัญชาก่อนจะขึ้นเป็นผู้นำเต็มตัว



