
พท.แก้พรบ.กห.ปลดล็อกอำนาจรัฐ
เพื่อไทย ลั่น ต้องแก้ พรบ.กห. อ้าง เพื่อปลดล็อกการตัดตอนอำนาจนายกฯ 'พร้อมพงศ์' ย้ำขบวนการจ้องล้มรัฐ ไม่ยอมให้อยู่ยาวแน่
นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยพยายามที่จะผลักดันให้มีการแก้ไข พรบ.การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551ว่า เห็นด้วยกับการแก้พรบ.ฉบับดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาทำให้เกิดการลักลั่นในการบริหารราชการแผ่นดิน
"พรบ.ฉบับดังกล่าว ตราขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ว่ามีจุดมุ่งหมายอะไร แต่ไปล็อคอำนาจในการจัดสรรตำแหน่งต่าง ๆ ของกระทรวงไว้ จนเป็นการผูกขาด ถือเป็นการตัดตอนอำนาจทางการบริหาร ของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องสามารถสั่งการได้ในทุกกระทรวง"
นายสุรสิทธิ์ กล่าวว่า หากมีกฎหมายดังกล่าวอยู่ในทุกกระทรวง ทบวง กรม ก็ไม่รู้ว่า จะมีนายกรัฐมนตรีไว้ทำไม เพราะทำอะไรไม่ได้เลย ส.ส.พรรคเพื่อไทย จึงได้หารือถึงการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวว่า ควรมอบให้ฝ่ายกฎหมายไปดูรายละเอียด โดยเฉพาะช่องทางในการแก้ไข
สำหรับจุดประสงค์ในการแก้ไขนั้น เพราะต้องการให้การโยกย้ายต่าง ๆ ไม่ผูกขาดอยู่ที่อำนาจของกระทรวงนั้น ๆ รวมทั้งฝ่ายบริหารหรือนายกรัฐมนตรี จะต้องมีสิทธิในการขอเหตุผลในการปรับย้าย และแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้
อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มองว่า จะเป็นการไปก้าวล่วงอำนาจของทหาร อยากให้มองภาพรวมมากกว่า
"พร้อมพงศ์" ย้ำ แผน 9 ขั้น ล้ม รบ.
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ออกมาระบุถึงขบวนการล้มรัฐบาลโดยการใช้แผน 9 ขั้นว่า หลังจากที่เขาได้เปิดเผยเรื่องดังกล่าวออกไป ปรากฎว่า มีพวกกินปูนร้อนท้องออกมาตอบโต้กันเป็นทิวแถว ทั้ง ๆ ที่ผ่านมา ไม่มีใครเชื่อว่า จะมีการยึดอำนาจเกิดขึ้นหลังจากที่พรรคไทยรักไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายถึง 377 เสียง แต่ก็ยังมีกระบวนการปลุกระดมเพื่อล้มรัฐบาล เหมือนกับเชื้อชั่วที่ไม่มีวันตาย
เขาบอกว่า วันนี้ รัฐบาลกำลังบริหารงานได้ดี และมีแนวโน้มว่าจะอยู่ยาว เพราะนโยบายเร่งด่วน 15 ข้อของรัฐบาลนั้นขณะนี้ทำไปแล้วถึง 8 ข้อภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1 เดือน ขณะที่การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ก็กำลังเดินมาถูกทาง โดยจะมีการแก้ไขในระยะยาวแบบครบวงจร ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย ดังนั้น พวกที่สูญเสียอำนาจและผลประโยชน์คงจะไม่ยอมให้รัฐบาลอยู่ยาวอย่างแน่นอน
"กระบวนการล้มรัฐบาล และปล้นประชาธิปไตย จะเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน และใช้วิธีการแนบเนียนกว่าเก่า อาจจะเห็นการชกใต้เข็มขัด เกิดขึ้นหลังจากนี้เรื่อย ๆ ซึ่งสิ่งที่จะป้องกันได้คือการทำให้ประชาชนรู้ถึงมหันตภัย ของการไม่เคารพเสียงประชาชน รวมทั้งทำให้เข้าใจว่าใครที่เป็นคนทำบาปทำกรรมไว้กับประชาชน เพราะการยึดอำนาจประชาชนนั้นมีแต่จะทำให้ประเทศเลวร้ายลงกว่าเดิม" นายพร้อมพงศ์ ระบุ
เลขานายกฯ เผย "ยิ่งลักษณ์" หงุดหงิดระบบราชการ
นายบัณฑูร สุภัควณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการการทำงานของนางสาวยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่รับตำแหน่งจนถึงขณะนี้ว่า นายกมีใจเต็มร้อยในการทำงาน แต่เรื่องของพัฒนาการท่านมีแน่อน และหลายเรื่องท่านนายกฯมีพัฒนาการที่ดีขึ้น
“แต่ท่านก็บ่นในใจหลายรื่อง อย่างเช่น ข้าราชการต้องลุกขึ้นมาทำงานมากว่านี้ เพราะหลายหน่วยมีความเชื่อมโยงกัน แต่ไม่สามารถนำมาทำงานด้วยกัน เพราะต่างคนต่างมีอำนาจ ซึ่งผมคิดว่าท่านก็เข้าใจ อย่างเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ที่ยังต่างคนต่างทำ น้ำก็เลยยังวนอยู่นี่ไม่ยอมไปไหน ท่านก็หงุดหงิดสิ และหลายหน่วยก็ไม่เป็นไปตามดั่งใจ ท่านก็สงสัยว่าทำไม่รีบช่วยกันป้องกันทั้งที่รู้ว่าน้ำจะมา ท่านก็มารู้สัจธรรมแล้ว"
เขายกตัวอย่างว่า อย่างกรณีของกระทรวงการคลังเรื่องเงินทดลองราชการ ก็เห็นคาตาว่า น้ำมาตรงนี้แล้ว แต่เราทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีเงินทำ เพราะเงินทดลองราชการไม่สามารถนำมาใช้ได้
แจง “ปู” เป็นคนบ้านนอกพูดผิดขออย่าถือ
นายบัณฑูร ยังกล่าวถึงเสียงวิจารณ์ด้านลบ ในเรื่องการพูดผิด ๆ ถูก ๆ ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ว่า บางทีมีคนรุมถามท่านเยอะและหลายเรื่อง แต่โดยภาพรวมในหลักการไม่ได้ผิดอะไร อีกทั้งท่านนายกฯเป็นคนเร็วตอบสนองจึงเร็ว เกิดการผิดพลาดไปบ้าง
“บางครั้ง คำพูดคนบ้านอย่างเราก็เป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปถือท่าน แต่ผมคิดว่าท่านก็คงปรับตัวของท่านเอง และผมคงไม่ให้คำแนะนำอะไร เพราะไม่สมควร”นายบัณฑูร กล่าว
เมื่อถามว่า เห็นฝ่ายค้านนำการพูดผิดของนายกฯไปพูดจาเหน็บแนม นายบัณฑูร กล่าวว่า ฝ่ายค้านหลายคนสู้ท่านนายกฯไม่ได้ เพราะท่านเป็นคนทำงานเก่งที่ไม่เหมือนกับพูดเก่งที่คนละอย่างกัน
“คุณยิ่งลักษณ์เป็นคนทำงาน เราเป็นคนทำงาน และไม่ใช่คนที่ค่อนแคะคน และการประชาสัมพันธ์ของเราก็อ่อนเพราะเราพูดไม่เก่ง”
แจงขั้นตอน ช่างสิบหมู่ “ลงชาด” บูรณะพระพรหม ยัน ไม่ใช่ปรับฮวงจุ้ย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากกรณีที่มีภาพปรากฏให้เห็นว่าองค์ท้าวมหาพรหมณ์บนดาดของฟ้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มีการบูรณะใหม่และมีการนำสีแดงไปทารอบองค์นั้นจนมีเสียงวิจารณ์ในทางลบมากมายจากข้าราชการและผู้ที่พบเห็นนั้น
แหล่งข่าวในทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า หลังจากที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ ทางสำนักเลขาธิการนายกฯ ได้เชิญพราหมณ์และช่างสิบหมู่ จากกรมศิลปากร เข้ามาทำพิธีสักการะขออนุญาตองค์ท้าวมหาพรหม์ในที่การบูรณะ จนะกระทั่งเมื่อวันที่4ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ทำการ “ลงชาด” องค์ท้าวมหาพรหมจนมองเป็นสีแดงซึ่งไม่ใช่การทาสี
ทั้งนี้ ขั้นตอนลงชาดนั้นเป็นขั้นตอนของการบูรณะองค์ท้าวมหาพรหม และขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการ “ลงรัก” ต่อด้วยการปิดทองคำเปลวและจบด้วยพิธีเบิกเนตร
นายบัณฑูร กล่าวว่า ในฐานะแม่บ้านของรัฐบาลได้สั่งการให้สำนักเลขาธิการนายกฯเข้ามาดูแล จะเห็นว่า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรมาดูแล้วในเรื่องของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในทำเนียบเพื่อให้มีสวยงามดูดี ซึ่งการดำเนินการในรายละเอียดนั้น เขาไม่ทราบ แล้วแต่ช่างสิบหมู่
ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์ว่า เป็นการแก้เคล็ดอะไรหรือไม่ นายบัณฑูร กล่าวว่า เขาไม่มายด์เรื่องนี้เพราะไม่ค่อยถนัด แต่ไม่มีเรื่องปรับฮวงจุ้ยหมื่นเปอร์เซ็นต์
"ไม่มีอะไรทั้งนั้น ผมเป็นคนอีสาน ผมก็มีความเชื่อถือบ้าง แต่ไม่ลบหลู่ท่าน เพราะที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของรัฐบาล”
เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกฯไปดูแล เรื่องสถานที่ในทำเนียบ ที่มีการกองโต๊ะที่ขาหักเก็บไว้ตากแดดตากฝน และยังมีการจอดรถที่ไม่ได้ใช้เกะเกะ รวมทั้งที่บ้านพิษณุโลกด้วยที่มีการเก็บสิ่งของที่ไม่มีประโยชน์ไว้จำนวนมาก
และนอกจากนี้ ยังมีบ้านมนังคศิลา ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักเลขาธิการนายกฯ ที่มีปัญหาเรื่องรั้วบ้านของประชาชน ที่สร้างมาชิดรั้วบ้านมนังก็ต้องแก้ไข อีกทั้งสภาสตรีแห่งชาติฯ ที่เข้าไปใช้สถานที่ของบ้านมนัง ก้ต้องช่วยดูแลความเรียบร้อยด้วย



