
'ประยุทธ์'ห่วงน้ำท่วมใต้สั่งมทภ.4รับมือ
ผบ.ทบ.ห่วงน้ำท่วมภาคใต้สั่งแม่ทัพภาค 4 เตรียมรับมือด่วน เผยปิดรอยรั่วบางโฉมศรีคีบหน้า 20 เมตร คาดแล้วเสร็จวันที่ 9 ต.ค.นี้ ชาวนนทบุรีฮือจะพังแนวคันป้องกันน้ำหลังไม่พอใจเทศบาลบางบัวทอง
ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก(ขส.ทบ.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 ต.ค.2554 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า รู้สึกหนักใจเพราะพื้นที่น้ำท่วมบริเวณกว้างมาก แนวโน้มปริมาณของน้ำที่มีมากก็ยังคงอยู่ ก็อยากให้ประชาชนอดทน เพราะเดือดร้อนด้วยกันทั้งหมด ทั้งนี้ส่วนราชการต่างๆก็พยายามเข้าไปดูแล กองทัพบกก็เข้าไปช่วยเหลือตามนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ตนได้สั่งกำชับกับทหารให้ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงและตรงกับความต้องการ และให้ลาดตระเวนมากขึ้นเพื่อให้ทั่วถึง
สำหรับการอพยพประชาชนประมาณกว่า 2 หมื่น ที่จ.ลพบุรี โดยกองทัพบกรับผิดชอบนั้นได้สั่งการให้หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษเข้าไปดำเนินการ ร่วมกับมณฑลทหารบกที่13 จ.สระบุรี ในส่วนของการซ่อมแซมประตูระบายน้ำบางโฉมศรีนั้น จะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันอาทิตย์นี้ และจะเร่งอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 20 เมตรจากความยาว 75 เมตร แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำ และฝนตกหรือไม่
"โดยเฉพาะในพื้นที่กทม.ตนได้สั่งให้หน่วยทหาร กองทัพภาคที่ 1 ไปวางกำลังพื้นที่ในทุกเขตที่น้ำจะท่วมถึงอยู่นอกคันกั้นน้ำของกทม. ซึ่งมีอยู่ 13 เขต 27 ชุมชนโดยให้กองทัพภาคที่ 1 เข้าไปประสานกับทางเขตหากต้องการความช่วยเหลือมีปัญหาเราจะส่งกำลังพลไปช่วย เหลือ ซึ่งทั้งหมดเป็นการวางแผนล่วงหน้า "
ส่วนกรณีที่มีมรสุมเข้ามายังพื้นที่ภาคใต้นั้นตนได้เตือนทางกองทัพภาคที่ 4 ไปแล้วว่าจะต้องเตรียมงานเพราะน้ำทั้งหมดที่ท่วมภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ก็จะไหลลงภาคใต้ไปในที่สุด ขณะนี้เตรียมการไว้แล้วแต่ปัญหาคือกำลังพลและยุทโธปกรณ์อยู่ในพื้นที่กองทัพ ภาคที่ 1 2 และ 3 ซึ่งกองทัพภาคที่ 4 คงต้องใช้เครื่องมือที่มีอยู่ดำเนินการไปก่อน ทั้งนี้ผู้ช่วยทูตทหาร ประเทศมาเลเซียมีความเป็นห่วงเพราะน้ำก้อนนี้จะลงไปประเทศมาเลเซียเช่นกัน
ชาวนนทบุรีฮือจะพังแนวคันป้องกันน้ำหลังไม่พอใจเทศบาลบางบัวทอง
ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบางบัวทอง ใกล้กับสำนักงานประปานครหลวง สาขาบางบัวทอง จ.นนทบุร ได้รวมตัวกันจะพังแนวคันดินป้องกันน้ำที่ทางเทศบาลเมืองบางบัวทอง สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและสวนผักของชาวบ้านที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ หลังจากแนวคันป้องกันน้ำเดิมที่อยู่ริมคลองไม่สามารถต้านทานน้ำได้ ก่อนที่จะพังทลายลงมาเมื่อช่วง 03.00 น.ของคืนที่ผ่านมา ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านและร้านค้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวอย่างฉับพลัน ซึ่งชาวบ้านไม่สามารถขนย้ายข้าวของหนีน้ำออกมาได้ ทำให้ได้รับความเสียหาย สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน
จึงได้เรียกร้องไปทางผู้บริหารเทศบาลเมืองบางบัวทอง ให้รีบแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยชาวบ้านต้องการให้ทางเทศบาลฯสร้างคันป้องกันน้ำตรงจุดที่พังขึ้นมาใหม่ หลังจากนั้นก็ให้สูบน้ำออกจากพื้นที่ โดยชาวบ้านร้องเรียนว่า พวกตนมารอกันตั้งแต่เช้า ยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ของเทศบาลฯมาประสานเพื่อให้ความช่วยเหลือ โดยกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนยื่นข้อเสนอต่อทางเทศบาลฯว่า ให้ทางเทศบาลฯเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว หากไม่ทำพวกตนก็จะพังคันแนวป้องกันน้ำที่สร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อให้น้ำทะลักเข้าท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อที่จะได้เดือดร้อนเหมือนกับพวกตนบ้าง
น้ำท่วมอุทัยธานีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องชาวบ้านเมินหนีภัย
เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารราบที่ 4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อบต.เกาะเทโพ อ.เมือง จ.อุทัยธานี ได้เจรจาให้ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมสูง ไปพักยังที่พักชั่วคราว ที่ทาง อบต.เกาะเทโพ จัดไว้ให้เพื่อความปลอดภัย แต่ก็ไม่สำเร็จ เนื่องเจ้าของบ้านยังเป็นห่วงทรัพย์สินในบ้าน และขอดูสถานการณ์ต่ออีกระยะ
รายงานข่าวจาก ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า น้ำท่วมในพื้นที่ได้เพิ่มสูงผลพวงจากน้ำที่หลากมาจากนครสวรรค์ ส่งผลต่อสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ประชาชนในพื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำสะแกกรัง ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง จนถึงขณะนี้ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 5 อำเภอ 37 ตำบล 291 หมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อน แล้วกว่า 17,657 ครัวเรือน 53,600 คน
ส่วนพื้นที่วิกฤตอยู่ที่บริเวณอำเภอเมือง 5 ตำบล ได้แก่ ต.ท่าซุง ต.เกาะเทโพ ต.หาดทะนง ต.น้ำซึม ต.สะแกกรัง และเทศบาลเมืองอุทัยธานี ถูกน้ำท่วมสูง กว่า 2 เมตร ทั้งนี้ พบว่าผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ไม่ยอมอพยพออกจากบ้านเรือน เนื่องจากเป็นห่วงทรัพย์สิน
ปราจีนบุรีหนีน้ำท่วมกลางดึกเรือล่มคร่าชีวิต3ศพ
ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ จันตะนะ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งเหตุว่าคืนวันอังคารที่ 4 ต.ค. เกิดเหตุเรือล่มผู้สูญหาย 3 ราย เหตุเกิดที่บริเวณทุ่งนา หมู่ที่ 5 ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทุ่งนามีน้ำท่วมสูง 2 เมตร จึงประสานหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถานปราจีนบุรี ช่วยกันค้นหาร่างผู้สูญหาย ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงพบศพนายเฉลียว อินคง อายุ 44 ปี , นางสายเพ็ญ ตระการจันทร์ อายุ 40 ปี ,นายสมปอง ตระการจันทร์ อายุ 41 ปี เป็นสามีนางสายเพ็ญ ส่วนเด็กชายภาสกร เกษพิรา อายุ 2 ขวบ 9 เดือน และ เด็กชายธีระวัฒน์ ตระการจันทร์ อายุ 14 ปี มีผู้ช่วยไว้ได้
จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า นายเฉลียว นางสายเพ็ญ นายสมปอง เด็กชายภาสกร เกษพิรา เด็กชายธีระวัฒน์ ได้ลงเรือลำเดียวกันออกจากบ้าน เพื่อย้ายบ้านไปอยู่ที่ตัวอำเภอ เนื่องจากบ้านถูกน้ำท่วม เมื่อออกเรือมาได้ไม่นาน ก็เกิดอุบัติเหตุเรือล่ม นางสายเพ็ญและนายสมปองพยายามช่วยชีวิตเด็กชายภาสกรไว้แต่ตนเองว่ายน้ำไม่เป็น จึงจมน้ำเสียชีวิต ส่วยนายเฉลียวอาจถูกนายสมปองและนางสายเพ็ญพยายามเกาะหาที่ปลอดภัยจนจมน้ำเสียชีวิตรวมทั้งหมด 3 ราย



