ข่าว

ผบ.ทบ.ชี้ไม่มีนายทุนรุกป่าบาลาเพิ่ม

ผบ.ทบ.ชี้ไม่มีนายทุนรุกป่าบาลาเพิ่ม

05 ต.ค. 2554

ผบ.ทบ.เผยไร้นายทุนรุก “ป่าฮาลาบาลา” เพิ่มเติม สั่งเข้มงวดลาดตระเวน ตชด.ที่ 44 นำกำลังชุดเดินเท้าตรวจยึดพื้นที่บุกรุกใหม่ 3 จุด เล็งตรวจยึดเพิ่มอีก 2 จุด นักอนุรักษ์ชี้แหล่งนกเงือก 11 สายพันธุ์ จาก 13 สายพันธุ์ในประเทศ

         5ต.ค.2554 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการรุกป่าฮาลาบาลา ว่า ผู้ว่าฯนราธิวาสได้สั่งการและจัดการเรียบร้อยแล้ว และรับรองว่าไม่มีการบุกในพื้นที่ตอนในแต่ก็ใช้มาตรการลาดตระเวนเข้มงวดมากขึ้น ส่วนพื้นที่รอบนอกเป็นนิคมประชาชนบุกรุกตามปกติพื้นที่ 80 เปอร์เซ็นต์และได้ดำเนินคดีไปแล้ว และยังไม่มีนายทุนเข้ามาบุกรุกเพิ่มเติม
 


ตชด.ที่ 44 นำกำลังชุดเดินเท้าตรวจยึดพื้นที่บุกรุกใหม่3จุด

 
          ขณะที่ภารกิจการพิทักษ์ผืนป่าโครงการอนุรักษ์สภาพป่าไม้ และสัตว์ป่าสวนป่าพระนามาภิไธยภาคใต้ (พื้นที่ส่วนที่ 2) หรือ "สวนป่าสิริกิติ์" ในเขตรอยต่อ จ.นราธิวาส-ยะลา มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง


ตชด.44 ตรวจยึดพื้นที่บุกรุกใหม่ 3 จุด


          ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ด.ต.อรุณ กุลกัลยา ชุดปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44(ตชด.44) นำกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดูแลรักษาผืนป่าสิริกิติ์ ประกอบด้วย ตชด.ที่ 44 กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.บันนังสตา ปลัดอำเภอบันนังสตา เจ้าหน้าที่นิคมกือลอง และอส.บันนังสตา เดินเท้าเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับแจ้งว่ามีการบุกรุกในเขตรอยต่อ อ.รือเสาะ อ.ธารโต และอ.บันนังสตา จ.ยะลา

          "พื้นที่ที่เดินเท้าเข้าสำรวจเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม เป็นพื้นที่ที่เคยได้รับการแจ้งเบาะแส และมีการขึ้นบินสำรวจมาก่อน โดยได้มีตรวจยึด และแจ้งความดำเนินคดี จำนวน 3 จุด และจะเข้าตรวจยึด และแจ้งความดำเนินคดีอีก 2 จุดในวันที่ 5 ตุลาคมนี้" ด.ต.อรุณกล่าว

          ด.ต.อรุณกล่าวอีกว่า ขณะนี้เป็นช่วงของการดำเนินการสำรวจ และตรวจยึดพื้นที่ที่มีการบุกรุกใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป็นป่าสงวนต้นน้ำ และมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเกิน 700 เมตร ซึ่งการเข้าถึงพื้นที่เป็นไปอย่างยากลำบาก จึงทำให้ได้พื้นที่ที่สำรวจไม่มากเท่าที่ควร ทั้งนี้ พื้นที่ที่มีการบุกรุกเพิ่มเติมใหม่ในปี 2554 มีจำนวน 9 จุด ไม่รวมพื้นที่ที่มีการบุกรุกเดิมอีก 24 จุด


กอ.รมน.ภ.4 เร่งปลุกจิตสำนึกชาวบ้าน


          พ.อ.วีรพงษ์ สรวงศิริ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการข่าวสารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ.4 สน.) กล่าวถึงแนวทางในการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกผืนป่าสิริกิติ์ว่า ขณะนี้ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภ.4 สน. ให้การสนับสนุนกำลังพล และอากาศยานเต็มที่ หากมีการร้องขอการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรักษาผืนป่าพระนามาภิไธยตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

          พ.อ.วีรพงษ์กล่าวอีกว่า จากการสนธิกำลังเข้าตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสิริกิติ์ จำนวน 10 ชุดปฏิบัติการ รวมกำลังพลทั้งสิ้นกว่า 120 นาย พบพื้นที่การบุกรุกที่บ้านนากอ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ประมาณ 300-400 ไร่ ซึ่งเป็นการบุกรุกพื้นที่นิคมสร้างตนเองเดิม ไม่ใช่การบุกรุกพื้นที่ใหม่ โดยเป็นลักษณะของการบุกรุกเพื่อขยายที่ทำกิน และหลังจากการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน หรือเอ็มโอยู ระหว่าง จ.ยะลากับกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เมื่อวันที่ 27 กันยายน ก็จะมีมาตรการในการปลูกป่าทดแทนและปลุกจิตสำนึกประชาชน

          "แม้จะมีการสนธิกำลังจากทุกหน่วยงาน แต่เนื่องจากพื้นที่กว้างใหญ่มาก ลำพังเจ้าหน้าที่คงไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง ดังนั้น จึงมีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่มีจิตสำนึกในการดูแลรักษาป่า เพราะหากไม่มีป่าไม้ คนเราก็ไม่สามารถอยู่ได้ โดยที่ผ่านมาชาวบ้านอาจเข้าใจว่าการตัดไม้เพื่อปลูกยางพาราก็ทำให้ป่าเขียวเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมันไม่เหมือนกัน เพราะยางพาราไม่มีรากแก้วเหมือนไม้ในป่า หากมีน้ำป่าไหลลงมาก็ไม่สามารถเก็บกักได้ และจะเกิดเหตุน้ำป่า-ดินถล่มเหมือนเช่นที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช" พ.อ.วีรพงษ์กล่าว

 

นักอนุรักษ์ชี้แหล่ง "นกเงือก" 11 สายพันธุ์

 

          นายสุนทร โต๊ะดำ หัวหน้าโครงการรวบรวมพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับป่าภาคใต้ ซึ่งคุ้นเคยกับป่าบาลา-ฮาลา กล่าวถึงความสำคัญของป่าดังกล่าวว่า ป่าบาลา-ฮาลา ประกอบด้วย 2 ป่าที่มีพื้นที่ติดต่อกัน คือ ป่าฮาลาในพื้นที่ จ.นราธิวาส และป่าบาลา ในพื้นที่ จ.ยะลา โดยเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญ 3 สายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ แม่น้ำปัตตานี แม่น้ำโกลก และแม่น้ำสายบุรี ทั้งนี้ ป่าบาลา-ฮาลา เป็นป่าโซนเส้นศูนย์สูตรอินโด-มาลายัน ทำให้มีพันธุ์ไม้ และสัตว์ป่าหลายชนิดที่มีความพิเศษ ไม่เหมือนกับป่าแห่งอื่นในประเทศไทย

          "ไม้บางชนิดสามารถหาได้ที่ป่าแห่งนี้เพียงแห่งเดียว เช่น ไม้สยา ที่มีทั้งสยาเหลือง สยาแดง สยาขาว ซึ่งแม้แต่ป่าในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ป่าในเทือกเขาบรรทัด ก็ไม่มีไม้ตระกูลนี้ ส่วนสัตว์ป่าหายากที่พบในป่าฮาลา เช่น กระทิง และคาดว่าจะมีกระซู่ด้วย ที่สำคัญ ป่าบาลา-ฮาลา ยังมีนกเงือกมากถึง 11 สายพันธุ์ จากทั้งหมด 13 สายพันธุ์ในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การบุกรุกทำลายป่าจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศวิทยา และแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์เหล่านี้" นายสุนทรกล่าว

 

เสนอฟันคดีอาญา2ตร.น้ำยืนรับส่วยไม้พะยูง


          เมื่อเวลา 16.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชาญพนา  ผบก.ภ.อุบลราชธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำยืนจำนวน 8 นายที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกับการตัดไม้พะยูงที่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย  โดยผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ให้การซัดทอดว่ามีส่วนในการรับส่วยจากการขนไม้พะยูงและถูกย้ายออกนอกพื้นที่ เพื่อดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวนทั้งวินัยและอาญานั้น   

          พล.ต.ต.วิวัฒน์ เปิดเผยถึงข้อสรุปของคณะกรรมการว่า ผลการสอบสวนทางคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นายนั้นคณะกรรมการสอบสรุปผลว่าจากการสอบสวนทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคลมีหลักฐานที่จะเสนอดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ได้แก่ พ.ต.ต.วีระยุทธ แสนสมบัติ  สวป.สภ.น้ำยืน และ ร.ต.อ.พงศ์พิพัฒน์ ศรีชุม รอง สวป.สภ.น้ำยืน ตามมาตรา 157 ป.อาญา ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

          โดยทางคณะกรรมการได้สรุปผลการสอบสวนเพื่อเสนอต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กระทรวงยุติธรรม (ปปท.) เพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายมีความผิดตามข้อกล่าวหาของคณะกรรมการสอบสวนหรือไม่เพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป   
   
          พล.ต.ต.วิวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับผลการสอบสวนทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นาย คณะกรรมการยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จเพราะข้อมูลยังไม่สมบูรณ์มีเพียงแต่คำให้การของผู้ต้องหาฝ่ายเดียวจึงต้องสอบสวนเพิ่มเติม

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นายที่ถูกย้ายไปช่วยราชการประกอบด้วย1. พ.ต.ท.คมสัน สายโคกกลาง รอง ผกก.ป.สภ.น้ำยืน อุบลราชธานี ไปปฏิบัติราชการที่ ศฝร.ภ.3 ,2. พ.ต.ต.วิภาส ธงอาจ สว.สส.สภ.น้ำยืน ฯ ไปปฏิบัติราชการที่ ฝอ.ภ.จ.นครราชสีมา 3.พ.ต.ต.วีระยุทธ แสนสมบัติ สวป.สภ.น้ำยืน ฯ ไปปฏิบัติราชการที่ ฝอ.ภ.จ.ชัยภูมิ 4. ร.ต.อ.พงศ์พิพัฒน์ ศรีชุม รอง สวป.สภ.น้ำยืน ฯ ไปปฏิบัติราชการที่ ฝอ.ภ.จ.บุรีรัมย์  5.ด.ต.ธีระวัชต์ บุญเจริญ และ 6. จ.ส.ต.สุดใจ ศรีดาเรียน ผบ.หมู่ ( ป.) สภ.น้ำยืน ฯ ไปปฏิบัติราชการที่ บก.อก.ภ.3 คำสั่งนี้มีกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. เป็นต้นไป ส่วนคำสั่งของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลฯ สั่ง ให้ พ.ต.อ.หัสพงศ์ เติมศิริตังคโณบล  ผกก.สภ.น้ำยืน และ พ.ต.ท.จำนง มีแก้วรอง ผกก.สส. มาช่วยราชการที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลฯ

           ด้านนายไพบูลย์ รัตนะเจริญธรรม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) เปิดเผยถึงผลการกวาดล้างจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงในเขตพื้นที่ 6 จังหวัดที่รับผิดชอบซึ่งได้แก่จังหวัดอุบลฯ,อำนาจเจริญ,มุกดาหาร,ศรีสะเกษ,ยโสธรและสุรินทร์ โดยผลการกวาดล้างจับกุมตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม 2554 มีผลการจับกุมได้ผู้ต้องหา 35 คน 61 คดียึดไม้พยุงได้ทั้งหมด  377 ท่อน มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท พร้อมของกลางในการกระทำผิดรถยนต์ 2 คัน เลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง ปืน 5 กระบอกและรถเข็น 6 คัน    

          นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ที่ตัดไว้เดิมในช่วง 2-5 เดือนที่ผ่านการปราบปรามขบวนการไม้พะยูงเริ่มเข้มข้นขึ้นมีการประสานงานทุกหน่วยงานจัดชุดเฉพาะกิจปราบปรามขบวนการไม้พะยูงอย่างจริงจังมีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอย่างต่อเนื่องมีการจัดทำแผนปฏิบัติการเฝ้าระวังและลาดตระเวนปราบปรามขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง ในช่วงวิกฤต 16-30 กันยายน 2554 โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้สนับสนุนงบประมาณและได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง ในพื้นที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9เพื่อประสานการปฏิบัติและรับแจ้งข่าวสารการรายงานข่าว ตลอด 24 ชั่วโมง