ข่าว

'หนุ่มเยอรมัน'ทิ้งงานออกมาเป็นชาวสวน

'หนุ่มเยอรมัน'ทิ้งงานออกมาเป็นชาวสวน

06 ต.ค. 2554

'หนุ่มเยอรมัน'ทิ้งงานออกมา มาเป็นชาวสวน เพื่อสาวขอนแก่น โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // กวินทรา ใจซื่อ

      เมื่อสองปีที่แล้ว ภาพของชายชาวต่างชาติกับสาวอีสาน สองสามีภรรยาที่ช่วยกันขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปในตลาดบางลำพู ใจกลางเมืองขอนแก่น อาจสร้างความประหลาดใจระคนขำขันกับท่าทีเงอะงะของฝรั่งที่พูดไทยไม่ได้ มาช่วยขายของหน้าร้านก็พูดสื่อสารไม่เข้าใจ ทำให้การขายทุกครั้งต้องจบลงที่ "ทองแดง อูห์ลิก" หรือน้อย ภรรยาวัย 42 ปี ต้องลงมือเอง

      แต่วันนี้ "ไมค์เคิล อูห์ลิก" อดีตนักตกแต่งภายใน วัย 51 ปี กลับคล่องแคล่วในอาชีพใหม่ "พ่อค้าขายเสื้อผ้า" เก่งถึงขั้นนับเงินทอนเงินเองได้แล้ว รายล้อมด้วยผู้คนที่มาอุดหนุนจนแน่นร้านทุกวัน หลังจากเสร็จงานเขาจะเดินทักทายพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นจนเป็นที่รู้จักมักคุ้น

      ย้อนกลับไปกว่า 18 ปี "น้อย" สาวขอนแก่น แม่ค้าขายเสื้อผ้าที่อีกสถานะหนึ่งเป็นแม่ม่ายเลี้ยงลูกสาวเพียงลำพัง ได้มีโอกาสรู้จักกับ "ไมค์เคิล" ผ่านเพื่อนที่พามาเที่ยวขอนแก่น พอได้พบหน้าและพูดคุยกันผ่านล่าม ทั้งสองคนต่างรู้สึกถูกชะตา แม้จะคุยกันไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจแต่ก็ตัดสินใจคบหาดูใจกัน ปัญหาหนักด่านแรกที่ทั้งคู่ต้องเจอคือการพูดคุย การใช้ภาษาในการสื่อสาร

      "เขาใช้ภาษาเยอรมันไม่พูดอังกฤษเลย เราก็ฟังไม่รู้เรื่อง ช่วงแรกเพื่อนเป็นล่ามให้ พอกลับไปเราตายเลย ตัดสินใจใช้ดิกชันนารีภาษาไทย-เยอรมัน เป็นตัวแทนการสื่อสาร ต้องพกติดตัวตลอด ช่วงแรกเมื่อยมือแทบแย่ต่อมาถึงค่อยชินไปเอง"

       กว่า 10 ปีที่คบกัน ฝ่ายชายจะหาโอกาสเดินทางมาหาน้อยที่ขอนแก่นปีละครั้ง ครั้งละ 2 อาทิตย์ ทุกครั้งที่มาก็มาช่วยขายเสื้อผ้า และชักชวนน้อยให้ไปเที่ยวเยอรมนี ครั้งแรกน้อยต้องให้เพื่อนที่อยู่เยอรมนีมารับ เพราะกลัวถูกหลอก ไมค์เคิลดีใจมากพาน้อยไปแนะนำทำความรู้จักกับพ่อแม่และญาติๆ

       "ที่สำคัญไมค์เคิลรักลูกสาวเรามาก ถึงจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่เขาก็ดูแลลูกเราเป็นอย่างดี บางครั้งดีกว่าเราอีก" เป็นความประทับใจอย่างมากของน้อยที่หวังฝากชีวิตบั้นปลายของตัวเองกับลูกสาวไว้กับคนที่คิดว่าจะสามารถพาไปได้อย่างตลอดรอดฝั่ง

เมื่อเขาขอแต่งงานในปี 2546 น้อยตอบตกลงทันที..

       หลังแต่งงาน ไมค์เคิลพาภรรยาและลูกสาวย้ายไปอยู่ด้วยกันที่ประเทศเยอรมนี ช่วงเดือนแรกทั้งน้อยและลูกสาวต้องปรับตัวในการอยู่ต่างที่ต่างถิ่น ใช้ชีวิตประจำวันเป็นแม่บ้านคอยดูแลความเรียบร้อยให้ลูกและสามี ส่วนเวลาว่างเรียนภาษาเยอรมันเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน

       "เขาดูแลเราทั้งสองคนอย่างดี สิ้นเดือนจะวางซองเงินเดือนไว้ให้ อาหารการกินเต็มตู้เย็นไม่เคยพร่อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเทอมลูกไม่ได้วุ่นวาย สามีจะดูแลทั้งหมด เราก็ทำหน้าที่ดูแลบ้าน สามี และลูก ช่วงแรกที่ใช้ชีวิตคู่ไม่ได้ปรับตัวมาก ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้ง อยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ส่วนใหญ่เขาไปทำงานต่างเมืองกว่าจะได้เจอหน้ากันก็เป็นอาทิตย์ ส่วนลูกไปโรงเรียน ใจจริงอยากทำงานแต่สามีไม่ยอม เพราะกลัวว่าเราจะไม่เข้าใจภาษา กลัวว่าจะมีปัญหาในที่ทำงานตามมา"

        6 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนประทับใจสามีที่ดูแลอย่างดี เมื่อรู้ว่าภรรยาเบื่อและเหงา ทุกครั้งที่พบคนเอเชียก็จะมาเล่าให้ฟัง แล้วชวนกันขับรถออกไปตระเวนหาบ้านของคนเอเชียเพื่อทำความรู้จัก หวังให้ภรรยามีเพื่อนคุยคลายเหงาได้ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ แต่สามีก็ไม่ละเลยที่จะเอาใจใส่เป็นอย่างดี

        "พอลูกสาวโตจนเรียนจบชั้นมัธยมปลาย แน่ใจว่าดูแลตัวเองได้ จึงขออนุญาตสามีกลับมาเมืองไทยอยู่นาน 3 เดือน กลับมาขายเสื้อผ้า มีความสุขมากที่ได้กลับมาอยู่บ้าน ได้ทำงานค้าขาย มีเงินเป็นของเราเอง รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าไม่นั่งๆ นอนๆ ในที่สุด เมื่อลูกสาวโตจนเรียนจบมหาวิทยาลัยเป็นฝั่งเป็นฝา เขาก็ตามมาอยู่ด้วยที่ขอนแก่น ได้ 2 ปีแล้ว"

         "ไมค์เคิล" บอกว่า ไม่ต้องการแยกกันอยู่คนละประเทศ ส่วนเงินทองนั้นหาที่ไหนก็ได้ขอให้ขยันทำมาหากิน สิ่งสำคัญคือการอยู่เป็นครอบครัว ทำให้ตัดสินใจลาออกจากงานมาช่วยภรรยาทำมาหากินที่ขอนแก่น ไม่รู้สึกอายที่ขายเสื้อผ้า มีความสุขมาก ทุกวันก็ช่วยขนเสื้อผ้ามาส่งให้ที่ตลาดบางลำพูก่อนที่สองสามีภรรยาจะไปที่แปลงผักในหมู่บ้าน

        "เมืองไทยแสงแดดดี ดินดี เหมาะสำหรับทำเกษตร" ไมค์เคิลบอก หลังจากช่วยงานดูแลร้านจนเรียบร้อยแล้ว จะใช้เวลาที่เหลือขลุกอยู่ที่สวนที่ซื้อไว้ในพื้นที่ 5 ไร่ เน้นปลูกพืชผักพื้นบ้านอีสาน ปลูกดอกไม้อีกหลายชนิด เพราะเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ พอมาถึงเมืองไทยซื้อที่ดินของตัวเองก็ลงมือปลูกผัก ปลูกดอกไม้ ทุกขั้นตอนจะทำเองทั้งหมด รู้สึกสนุกและดีใจที่เห็นผักที่เราปลูกเติบโต ได้เก็บสดๆ ทำเป็นอาหารกินกันแบบปลอดสารพิษ ปลูกเองกินเองภูมิใจมาก"

         ปัจจุบันนักออกแบบตกแต่งชาวเยอรมัน ทิ้งชีวิตสุขสบายในต่างแดนไว้ข้างหลัง ผันตัวเองมาเป็นชาวสวนขอนแก่น วันๆ ขลุกอยู่ในสวน ตากแดดตากลม ดูแลพืชผัก รดน้ำต้นไม้ ใส่ปุ๋ย เขาบอกว่า ชีวิตแบบนี้หาไม่ได้ในต่างแดน เป็นสิ่งที่เขาค้นหามานาน ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตที่มีภรรยาแบบ "น้อย" และมี "ขอนแก่น" ให้เป็นที่อยู่อาศัยอย่างสุขสบาย...ขอบคุณ "ประเทศไทย"