ข่าว

นาลแกพ่นพิษทุก'เขื่อน'วิกฤติแล้ว

นาลแกพ่นพิษทุก'เขื่อน'วิกฤติแล้ว

05 ต.ค. 2554

ทุกเขื่อนวิกฤติปริมาณในอ่างมากถึงร้อยละ 92 เปอร์เซ็นต์ ประตูระบายน้ำบางโฉมศรีคืบกว่า 40% มท.ถกน้ำท่วม“พระนาย” ชี้ปล่อยน้ำเขื่อนภูมิพลกระทบนครสวรรค์แน่ เขื่อนสิรินธรอั้นน้ำไม่ไหวระบายน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ทีมวิศวกรโยธากรมศิลป์เร่งกู้วัดไชยวัฒนาราม

          5ต.ค.2554 นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในอ่างทั่วประเทศในขณะนี้ว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในทุกเขื่อนทั่วประเทศ มีร้อยละ 92 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ 18,200ลบ.ม. ซึ่งสามารถรับน้ำได้อีก 6,200 ลบ.ม.”

          ส่วนความคืบหน้าการซ่อมแซมประตูระบายน้ำและคันกั้นน้ำที่ชำรุดเสียหายอยู่ในขณะนี้โดยเริ่มจากประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรีที่ขณะนี้มีความคืบหน้าในการใช้กล่องลวดบรรจุหิน หรือ "เกเบี้ยน"เพื่ออุดช่องคันที่ขาดแล้วจำนวน 2,863 กล่อง คิดเป็น 39 %จากจำนวนทั้งสิ้น 7,300 กล่อง รวมทั้งขณะนี้ได้ทิ้งหินขนาดใหญ่จำนวน 200 ลูกบาศก์เมตรเข้าไปเสริมด้วยแล้ว ซึ่งการขนย้ายกล่องหินเกเบี้ยนเข้าในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีประสานขอความร่วมมือกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเต็นท์บริเวณตลอดทางเดิน 5 กิโลเมตรก่อนจะถึงประตูระบายน้ำ เพื่อเปิดทางสัญจรให้มีการลำเลียงก้อนหินด้วยรถบรรทุกเป็นไปด้วยความสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการเพิ่มจำนวนเรือสำหรับบรรทุกกล่องเกเบี้ยนเพื่อโยนลงไปอุดช่องที่พังเสียหายเฉลี่ยวันละ 1,000 กล่องรวมถึงการประสานงานกับกองทัพเรือเพื่อใช้เรือเป็นตัวช่วยชะลอความรุนแรงของน้ำเพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

          คาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายใน 10 วันอย่างแน่นอนเพื่อช่วยไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ในส่วนของ จ.ลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง

          ส่วนที่ประตูระบายน้ำพระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ที่คันกั้นน้ำขาดจนส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมหลายพื้นที่ของ จ.อ่างทองลงมาถึงระดับน้ำในแม่น้ำน้อยที่สูงขึ้นและส่งผลต่อเนื่องถึงหลายจังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยานั้นขณะนี้ความคืบหน้าการดำเนินการได้แล้วเสร็จประมาณ 90 % ส่วนที่เหลืออีกเพียง 10% นั้นคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 - 3 วันนี้อีกจุดที่สำคัญและส่งผลทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านถึง 360ลูกบาศก์เมตร/วินาที เช่นเดียวกับประตูระบายน้ำบางโฉมศรี คือคันกั้นน้ำชัยนาท-มโนรมย์ บริเวณเขากระดี่ที่ ต.ธรรมามูล จ.ชัยนาท ที่คันกั้นน้ำขาดกว้างประมาณ 70 - 80 เมตรนั้นซึ่งหลังจากกรมชลประทานได้ตัดทางขึ้นเขาเป็นเส้นทางใหม่ได้เสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร เพื่อลำเลียงครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆโดยแนวทางดำเนินการจะใช้วิธีทำแบบคู่ขนาน
         
          โดยทางฝั่งติดกับเขากระดี่จะใช้วิธีตอกเข็มผืด (Sheet Pile) และฝั่งด้านถนนพหลโยธินจะใช้วิธีวางกล่องแกเบี้ยน 5,000 กล่องโดยขนมาทางเรือหากในการดำนเนินการเขากระดี่สามารถตอกเข็มผืดได้โดยไม่มีอุปสรรคก็จะสามารถทำงานได้เร็วขึ้นและสามารถลดปริมาณกล่องแกเบี้ยนลงได้ นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯยังกำชับกรมชลประทานติดตามสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากขณะนี้พายุโซนร้อน "นาลแก" บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้วและคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในระยะต่อไป ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยซึ่งจะทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกชุกและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนล่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

          ดังนั้นจึงได้สั่งการหน่อยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงในพื้นที่ดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้นในระยะ 1-2 วันนี้อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล่าสุด (5 ต.ค.54)ที่จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 4,542 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเพิ่มขึ้นจากวานนี้ 18 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 3,616 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเพิ่มขึ้นจากวานนี้ 38 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีปริมาณน้ำไหลผ่านที่อ.บางไทร เฉลี่ยประมาณ 3,552 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้111 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้น

          เนื่องจากมีการระบายน้ำที่เขื่อนภูมิพลฯ เพิ่มขึ้นจาก 54 ล้านลูกบาศก์เมตรเป็น 100 ล้านลูกบาศก์เมตรและการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาจะมีฝนตกในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลำปางตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ จากอิทธิพลของพายุ "นาลแก" ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำที่ จ.นครสรรค์จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดสัปดาห์จนถึงสัปดาห์หน้า โดยปริมาณจะมากกว่า 5,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งขณะนี้ทางกรมชลประทานได้ประสานกับทางจังหวัดนครสวรรค์เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ดังกล่าวแล้วและรวมถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วย


มท.ถกน้ำท่วม“พระนาย”ชี้ปล่อยน้ำเขื่อนภูมิพลกระทบนครสวรรค์แน่


          นายพระนาย สุวรรณรัฐ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) เป็นประธานในการประชุม ศอส. โดยมีตัวแทนของกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงวิทยาศาสตร์  กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานสถานการณ์และรับทราบความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ซึ่งจากรายงานทราบว่า ขณะนี้ทางเขื่อนภูมิพลจังหวัดตาก ได้ทยอยปล่อยน้ำมากขึ้น ถึงวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ( ลบ.ม.)  คิดเป็นความเร็วน้ำประมาณ 1,200 ลบ.ม./ วินาที โดยนายพระนาย กล่าวว่า  ปัญหาปริมาณน้ำที่ถูกปล่อยจากเขื่อนภูมิพล และปริมาณน้ำจะไหลบ่าเข้าพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ในช่วง 1-2 วันนี้ ได้มีการกำชับให้เฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงตรวจสอบคันกั้นน้ำ เนื่องจากจะทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ไม่ต่ำกว่า 30 เซนติเมตร

          นอกจากนี้จะมีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในทุกพื้นที่ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้เร่งผลักดันน้ำออกสู่ทะเลโดยเร็ว ทั้งนี้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานและบริหารงานเขตน้ำท่วมขัง ขึ้นมาดูแลในเรื่องนี้ 5 ชุด มีผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยเป็นรองประธาน  โดยแบ่งการดูแลเป็นเขตต่างๆ ได้แก่ เขตที่ 1 อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เขตที่ 2 กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี นครสวรรค์ เขตที่ 3 ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุพรรณบุริ นครปฐม เขตที่ 4 ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี เขตที่ 5 พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กทม. สมุทรปราการ นครนายก และฉะเชิงเทรา ซึ่งคณะกรรมการมีหน้าที่ประเมินพื้นที่น้ำท่วมขัง และร่วมตัวสินใจในการระบายน้ำไปยังพื้นที่อื่น โดยประสานกับเขตที่ต้องได้รับผลกระทบ  และคัดเลือกผู้แทนภาคประชาชนร่วมเป็นกรรมการด้วย

          "รายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจเป็นไปได้ว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ สภาพอากาศจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ลมหนาวจะเข้ามาเร็วขึ้น ในวันที่ 8 - 9 ต.ค.อาจได้เห็นฟ้าใส ทำให้ปริมาณฝนที่จะตกลงมาคงจะหมดไปเร็วด้วย ดังนั้นจะมุ่งเน้นไปในเรื่องของการเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ขณะเดียวกันยอมรับว่า มีปัญหาเรื่องการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อาจไม่ทันต่อสถานการณ์โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถูกตัดขาดหรือถูกน้ำล้อมรอบ ทั้งนี้ ได้ประสานไปยังกองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับการสนับสนุนทั้งในเรื่องของเฮลิคอปเตอร์และเรือท้องแบนที่จะลำเลียงสิ่งของและเวชภัณฑ์ลงไปช่วยเหลือประชาชน”  นายพระนาย กล่าวและว่า  ในส่วนของสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคใต้ แม้จะไม่ได้มีการประชุมหารือในวันนี้ แต่ได้มีการเตรียมการไว้เบื้องต้น โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  ( ปภ.) ประสานงานโดยตรงกับทาง ผวจ. เพื่อติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจัดทีมลงไปช่วยเหลือประชาชนทันที หากเกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันระบบเตือนภัยเป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะมีความพร้อมในทุกพื้นที่ ที่ผ่านมามักจะมีปัญหาทั้งในเรื่องของการติดตั้งระบบเตือนภัยที่จะต้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่ป่า และปัญหาเรื่องงบประมาณที่จะใช้สนับสนุน

          ด้านนายวิรัตน์ ทำทอง เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร  กล่าวว่า ระดับน้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านเข้ามาในพื้นที่ กทม.อยู่ในช่วงประมาณ 3,500 - 3,700 ลบ.ม./ วินาที ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติเหมือนทุกปี  ซึ่งอาจจะมีปัญหาน้ำท่วมขังบ้างในบางพื้นที่ เนื่องจากอยู่นอกคันกั้นน้ำ หรือ มีน้ำรั่วซึมตามแนวคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะที่เขตลาดกระบัง หนองจอก และมีนบุรี ซึ่งก็ได้เร่งสูบน้ำออกนอกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และจากข้อมูลปริมาณน้ำจนถึงขณะนี้ ยังมั่นใจว่าพื้นที่ กทม. จะไม่มีปัญหา

          ต่อมานายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า จากรายงานที่ได้รับยังมีจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมหนักอยู่ โดยเฉพาะที่จังหวัดลพบุรี อยุธยา พิษณุโลก และนครสวรรค์ ทั้งนี้ จะมีคำสั่งให้รอง  ผวจ.จังหวัดที่ไม่ประสบปัญหาอุทกภัยเข้ามาช่วยงานจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก เพื่อให้การช่วยเหลือและการแก้ปัญหาเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยให้มาช่วยทันทีในวันนี้ และให้มาช่วยเป็นการชั่วคราว  ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าการช่วยเหลือประชาชนมีความล่าช้านั้น ทาง น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงเรื่องนี้มากได้สั่งให้ใช้เงินกองที่ประชาชนร่วมกันบริจาคนำมาซื้อ อาหารที่พร้อมรับประทานนำไปแจก  โดยได้กำชับให้ดูแลประชาชนที่ประสบภัย อย่าให้ขาดตกบกพร่อง ซึ่งในช่วงนี้อย่าไปคิดอะไร ใครจะผิดจะถูกแล้วแต่พี่น้องประชาชน เท่าที่ตนประเมินสถานการณ์ ยังพอรับได้อยู่

 

เขื่อนสิรินธรอั้นน้ำไม่ไหวระบายน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำกักเก็บที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี ล่าสุดมีปริมาณกักเก็บน้ำ กว่า 1,400 ล้านลบ.ม. จากปริมาณความจุที่กักเก็บไว้ได้ 1,900 ล้านลบ.ม.   คิดเป็นร้อยละ 94.6  ยังสามารถรองรับน้ำได้เพิ่มเติมอีกประมาณ 400 ล้านลบ.ม.  จึงจะเต็มความจุของอ่างฯ  ขณะที่จากการตรวจสอบในพื้นที่ พบว่าระดับน้ำในอ่างของเขื่อนสิรนธร ยังต่ำกว่าระดับบนสุดของระดับสะปริงเวย์ ประมาณ 40 - 50 เซนติเมตร และทางเขื่อนสิรินธร ยังไม่มีการเปิดประตูระบายน้ำออกจากเขื่อนฯแต่อย่างใด

          นายชาญณรงค์  จันทมงคล วิศวกรระดับ 10 ทำการแทนหัวหน้ากองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร เปิดเผยว่า จากการที่จะมีพายุ นาลแก จะขึ้นฝั่งประเทศไทยบริเวณพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันที่ 6 - 7 ตุลาคมนี้ นั้น คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บน้ำ  ซึ่งตามปกติ มีการคาดการณ์ว่า พายุหนึ่งลูก   จะเพิ่มปริมาณน้ำประมาณ 300- 400 ล้านลูกบาศ์กเมตร แต่พายุ “นาลแก” อาจไม่เข้าโดยตรงในพื้นที่จ.อุบลราชธานี คาดว่าจะมีฝนตกและมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯประมาณ 100 ล้านลูกบาศ์กเมตร ดังนั้นเพื่อการบริหารจัดการน้ำ ทางเขื่อนๆ ได้พร่องน้ำออกจากเขื่อนฯ โดยผ่านระบบการผลิตกระแสไฟฟ้า  เฉลี่ยวันละ 10 ล้านลูกบาศ์กเมตร 

          ทั้งนี้ หากระดับน้ำเต็มความจุของเขื่อนฯ จะล้นผ่านระบบสปริงเวย์ ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนน้ำท่วมของจ.อุบลราชธานี เนื่องจาก เขื่อนสิรินธร ตั้งอยู่ทางตอนล่างของจังหวัด ปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อนสิรินธร   จะลงสู่เขื่อนปากมูลและไหลลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งทางเขื่อนฯได้ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนได้รับทราบและให้ระมัดระวังน้ำในช่วงนี้แล้ว ส่วนสถานการณ์ระดับน้ำในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ทั้งระดับน้ำแม่น้ำมูล ชี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น   และระดับน้ำมูล สูงกว่าตลิ่ง 2 เมตร ทำให้ท่วมชุมชนในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานีและเทศบาลเมืองวารินชำราบ โดยล่าสุดมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมเพิ่มขึ้นกว่า 4,100 ครัวเรือน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนแล้วกว่า 2,100 ครัวเรือน  ส่วนระดับน้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม  ระดับน้ำ เพิ่มสูงขึ้น 33 เซนติเมตร แต่ระดับตลิ่งยังต่ำกว่าแม่น้ำมูล กว่า 1 เมตร 33 เซนติเมตร  ทำให้การผลักดันและระบายน้ำแม่น้ำมูล ลงสู่แม่น้ำโขง เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว ขณะที่อุณหภูมิในพื้นที่ เย็นลง ส่งผลกระทบต่อสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรผู้อพยพตามจุดรองรับต่างๆ เนื่องจากขาดแคลนเสื้อผ้าห่มกันหนาว

 

สุโขทัยคันตลิ่งเลียบแม่น้ำยมถูกน้ำเซาะ


           ชาวบ้านในบ้านวังหิน หมู่ที่ 1 ต.ปากแคว อ.เมือง กว่า 50 คน ต้องร่วมมือกันเร่งนำกระสอบทรายและเสาเข็มไม้ยูคา ฯ มาตอกปักบริเวณจุดคันตลิ่งและถนนเลียบแม่น้ำยมที่ถูกตัดขาดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำในแม่น้ำยมจนเกิดการพังทลาย เพื่อเป็นการป้องกันการพังทลายเป็นแนวกว้างมากกว่านี้และเพื่อเบี่ยงเบนกระแสน้ำไม่ให้ไหลบ่าเข้าเขตบ้านเรือนราษฏรที่หนาแน่น โดยกระแสน้ำจากแม่น้ำยมได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่เป็นวงกว้าง มีบ้านเรือนราษฏรบางส่วนและโรงเรือนเก็บใบยาสูบได้รับผลกระทบ จนชาวบ้านหวั่นเกิดการพังทลายลงทั้งหลัง ต้องออกมาร่วมมือกันช่วยเหลือป้องกันจุดตัดขาดดังกล่าว ทั้งนี้มีชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบกว่า 300 ครัวเรือน โดยหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของอำเภอเมืองสุโขทัยและองค์การบริหารส่วนตำบลปากแควต่างเร่งมือเข้าพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านในเบื้องต้นแล้ว

           ทั้งนี้ นายบุญเสริม เชยวัดเกาะ นายก อบต.ปากแคว เปิดเผยว่า การพังทลายของถนนเลียบแม่น้ำยมและคันตลิ่งเกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ( 5 ต.ค 54 ) ที่ผ่านมา กระแสน้ำได้ไหลทะลักอย่างรวดเร็วและรุนแรงเข้าท่วมพื้นที่ โดยในเบื้องต้นได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เร่งมือช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่แล้วโดยร่วมมือกับทางอำเภอเมืองสุโขทัยนับตั้งแต่เกิดเหตุจนไม่ได้หลับได้นอนกันและต้องเฝ้าสถานะการณ์กันตลอด 24 ชั่วโมงหวั่นจะขยายวงกว้างจนเกิดการเสียหายมากกว่านี้

 

"ประภัทร"พาสื่อฯพิสูจน์น้ำท่วมสุพรรณฯ

 

          นายประภัทร โพธสุธน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยส.ส.พรรค ได้แก่ น.ส.พัชรี โพธสุธน และนายสรชัด สุจิตต์ นำคณะสื่อมวลชนล่องเรือ และขึ้นรถกะบะพิสูจน์น้ำท่วมจริงในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี

          โดยนายประภัทร ได้บรรยายายสถานการณ์น้ำและสภาพปัญหาน้ำท่วมก่อนลงเรือว่า ปัจจุบันพื้นที่ใน อ.ศรีประจันต์, สามชุก, สองพี่น้อง, โพธิ์พญา จ.สุพรรณบุรี  ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งที่ผ่านมายืนยันว่าน้ำที่ไหลจากภาคเหนือลงมาได้ไหลผ่านคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง และผ่านประตูพลเทพเข้ามาในแม่น้ำท่าจีนวันละกว่า 35 ล้านลบ.ม. ต่อวันโดยไหลผ่านประตูพลเทพ 360 ลบ.ม.ต่อวินาทีส่วนในแม่น้ำท่าจีนรับน้ำที่ไหลผ่านได้เพียง 200 ลบ.ม.ต่อวินาที รับน้ำเข้ามาในพื้นที่เกือบ 400 ล้าน ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งเกินกว่าความสามารถที่แม่น้ำท่าจีนและคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง จะรับไหว คือ 280 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ในพื้นที่ริมแม่น้ำท่าจีนถูกน้ำท่วมมานานกว่า 1 เดือนแล้ว แต่ที่ไม่ปรากฏเป็นข่าวเพราะไม่ได้ประชาสัมพันธ์หรือโวยวายกับสังคม ดังนั้นกมขอความเป็นธรรมกับสังคมด้วย

          นายประภัทร กล่าวอีกว่าสำหรับการป้องกันน้ำท่วมต้องชมนายกเทศมนตรีและหน่วยราชการที่ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจ ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรนั้น ต้องยอมรับว่าเคยมีการกันน้ำไม่ให้ไหลเข้าสู่พื้นที่การเกษตร เป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. เพื่อให้ประชาชนได้เก็บเกี่ยวผลผลิต แต่เมื่อเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ได้ระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่ทุ่งนา อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมีพื้นที่เกษตร กว่า 2แสนไร่ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวแต่ถูกน้ำท่วม

          ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอแนะแนวทางลดผลกระทบจากน้ำหลังจากที่มีการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล 100 ล้านลบ.มต่อวันและเขื่อนสิริกิติ์ 60 ล้านลบ.ม.  นายประภัทร กล่าวว่า กรณีนี้คาดว่าจะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น 20-30 ซม. เชื่อว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบมากกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทุ่มเททำงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีหน้าที่ระบายน้ำ ต้องทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ และนายอำเภอ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดต้องลงพื้นที่ อย่าทำงานบนโต๊ะ ส่วนส.ส. นั้นต้องลงพื้นที่เพื่อสร้างกำลังใจที่ดีให้กับประชาชนที่ประสบภัย

          " สภาพน้ำท่วมในจังหวัดสุพรรณขณะนี้เรียกได้ว่าเริ่มวิกฤต หลังจากนี้เชื่อว่าพื้นที่จังหวัดนครปฐมจะได้รับผลกระทบหลังจากน้ำท่วมอย่างแน่นอน ดังนั้นหน่วยงานทุกภาคส่วนต้องเร่งบูรณาการการทำงาน อย่าพูดคนละที ต้องพูดพร้อมๆ กัน ฐานะที่ผมเคยเป็นผู้บริหาร พบความจริงคือ คนมีความรู้ไม่ได้เป็นใหญ่ จึงพูดไม่ได้ หากออกมาพูดก็จะถูกมองว่าเสือก" นายประภัทร กล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการลงพื้นที่ดังกล่าว คณะของนายประภัทร ได้พาล่องเรือในลำน้ำท่าจีน พบว่าบ้านเรือนริมแม่น้ำที่เป็นบ้าน 1 ชั้นไม่ยกสูง ถูกน้ำท่วม ประมาณ 1 เมตร เป็นระยะทางยาว 200 เมตรจากริมตลิ่งแม่น้ำ และได้พาขึ้นรถกระบะตรวจน้ำท่วมภายในตำบลท่าระหัด อำเภอเมือง ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน เท่าที่ตรวจสอบพบว่าระดับน้ำมีความสูงประมาณ 0.50 - 1 เมตร โดยประชาชนที่บ้านถูกน้ำท่วมได้พายเรือมารอรับของบริจาค ซึ่งบางส่วนบอกว่าน้ำท่วมมานานกว่า 1เดือนแล้วและยังได้รับความช่วยเหลือไม่ทั่วถึง

 

ทีมวิศวกรโยธากรมศิลป์เร่งกู้วัดไชยฯ


          นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยภายหลังหลังพื้นที่วัดไชยวัฒนาราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่มีน้ำทะลักเข้าท่วม ว่า ได้นำทีมวิศวกรโยธา ของสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เข้าหารือกับ สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ. พระนครศรีอยุธยา เพื่อที่จะนำแผ่นเหล็กชีสพายสำหรับกันดินสไลด์ในงานก่อสร้าง นำมาใช้ในการปิดช่องที่กำแพงวัดไชยวัฒนารามทางด้านทิศใต้ ซึ่งน้ำตัดขาดไปจำนวน 30 เมตร จาก ความยาวทั้งหมด 190 เมตรเป็นการชั่วคราวก่อน เพื่อไม่ให้น้ำจากด้านนอกไหลเข้าไปสมทบอีก และเป็นการป้องกันไม่ให้วัดไชยวัฒนารามเสียหายไปมากกว่านี้ ทั้งนี้สาเหตุที่น้ำทะลักเข้ามาเนื่องจากโครงสร้างกำแพงนี้เป็นเพียงแค่การเสริมเหล็กคอนกรีตเท่านั้น มีอายุการใช้งานมาแล้ว 16 ปี กำแพงจึงไม่สามารถต้านทานแรงน้ำได้ ส่วนที่หมู่บ้านโปรตุเกสน้ำเข้าท่วมหลุมฝังโครงกระดูกทั้งหมดแล้ว จึงได้สั่งการให้นางชัยนันท์ บุษยรัตน์ ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นำโครงกระดูกในหลุมขุดค้นทั้งหมด มาไว้ที่สำนักอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาแล้ว

          อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า ทางสำนักศิลปากรแต่ละพื้นที่เขตภูมิภาคได้รายงานสำรวจน้ำท่วมโบราณสถานมาให้กรมศิลปากรโดยสรุปภาพรวมเบื้องต้นทั้งที่เสียหายมากและเล็กน้อยถึงวันที่ 3 ตุลาคม จำนวนกว่า 60 แห่ง โดยเฉพาะที่ จ. อยุธยา มีจำนวนร่วม 20 แห่ง ภายในเกาะเมือง ได้แก่ ที่วัดใหม่ไชยวิชิต ภายในพระราชวังโบราณด้านทิศใต้ น้ำท่วมขังสูง 1.50 เมตร เจ้าหน้าที่ได้ตั้งกระสอบทรายป้องกันแล้ว วัดเชิงท่า วัดหน้าพระเมรุ เพนียดคล้องช้างและตำหนักเพนียด ป้อมเพชร ส่วนด้านทิศใต้ของเกาะเมือง ได้แก่ วัดไชยวัฒนาราม วัดพุทไธศวรรย์ วัดขุนพรหม หมู่บ้านโปรตุเกส หมู่บ้านฮอลันดา โบราณสถานด้านทิศตะวันออก ฝั่งอโยธยา ยังไม่มีน้ำท่วมโบราณสถาน และโบราณสถานเจดีย์อีกหลายแห่งในแต่ละจังหวัดยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอยู่จำนวนมาก

          “เบื้องต้นประมาณการความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแหล่งโบราณสถานทั้งหมดกว่า 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในวันที่ 7 ต.ค. ตนพร้อมด้วย นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม จะนำเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรไปตรวจสอบความเสียหายของพระธาตุหมื่นครื้น และพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด้วย” อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว