
'อธิบดีกรมราชทัณฑ์'ฟิตจัดสั่งบิ๊กคลีนนิ่งเดย์
'อธิบดีกรมคุก' ฟิตจัดสั่งบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ยึดสิ่งของต้องห้ามได้เพียบ โทรศัพท์มือถือ ยาบ้า ยาไอซ์ เฮโรอีน อุปกรณ์เล่นพนันเกลื่อนคุก สั่งคาดโทษผบ.เรือนจำ
5 ต.ค.54 พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการสนธิกำลังตำรวจกองปราบปรามเข้าจู่โจมตรวจค้นเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศจำนวน 143 แห่งว่า จากนโยบายที่ตนได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศ ให้ดำเนินโครงการบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ เรือนจำของตนเองภายในสัปดาห์นี้
เพื่อเป็นการแสดงตัวว่า เรือนจำไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและไม่ต้องการให้มียาเสพติดหรือสิ่งของต้องห้าม โดยเฉพาะโทรศัพท์เคลื่อนที่เล็ดลอดเข้าไปในเรือนจำได้ และหลังจากให้เวลาทุกเรือนจำจัดการภายในเองแล้ว ต่อไป ตนจะดำเนินนโยบายอย่างเข้มงวด หากตรวจพบว่าเรือนจำใด ยังมีนักโทษสั่งซื้อโทรศัพท์หรือยาเสพติดได้อีก ผู้บัญชาการแดน และผู้บัญชาการเรือนจำนั้นต้องรับผิดชอบตามลำดับชั้น
พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรมราชทัณฑ์ จะจัดชุดปฏิบัติการพิเศษจู่โจมตรวจค้น เรือนจำต้องสงสัย โดยเฉพาะเรือนจำใดที่ตรวจค้นสิ่งของต้องห้ามได้จำนวนน้อยจนผิดสังเกต ในช่วงที่ให้ตรวจสอบภายในเอง หากส่วนกลางเข้าจู่โจมค้นซ้ำแล้วพบของต้องห้ามอีก ผู้บัญชาการเรือนจำต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ ในวันที่ 6 ต.ค. นี้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะเป็นประธานประชุมกับผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศ
ซึ่งตนจะได้กำชับให้เข้มงวด กวดขันสิ่งของต้องห้าม โดยเฉพาะยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือ หากเรือนจำใดยังละเลยปล่อยให้นักโทษใช้โทรศัพท์สั่งซื้อขายยาเสพติดอีก ก็จะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดในการลงโทษมากกว่าการโยกย้าย
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยด้วยว่า สำหรับผลการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำ 32 แห่ง ยึดโทรศัพท์ 78 เครื่อง ซิมการ์ด 54 ชิ้น แบตเตอรี่ 34 ชิ้น ยาบ้า 756 เม็ด ยาไอซ์ 52 หลอด เฮโรอีน 24 หลอด อาวุธดัดแปลงและอุปกรณ์เล่นพนัน 800 ชิ้น โดยเรือนจำที่ยึดโทรศัพท์มือถือได้มากที่สุดคือเรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยาจำนวน 26 เครื่อง
รองลงมาคือเรือนจำกลางระยอง ยึดโทรศัพท์มือถือได้ 10 เครื่อง อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์จะประสานให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์นำสิ่งของต้องห้ามทั้งหมดที่ยึดได้นำไปตรวจหาดีเอ็นเอ เพื่อขยายผลการสอบสวนต่อไป



