ข่าว

พระเกษมเตรียมหนีเข้าถ้ำ

พระเกษมเตรียมหนีเข้าถ้ำ

05 ต.ค. 2554

สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ เตรียมลงดาบพระเกษม ข้อหาแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ หากครบกำหนดในวันที่ 6 ต.ค.54 แล้วยังดื้อดึงไม่ยอมสึก

            5 ต.ค.54 หลังคณะสงฆ์จังหวัดอุดรธานี มีมติให้ พระเกษม  อาจิณณฺสีโล เจ้าสำนักสงฆ์สามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ต้องทำการลาสิขาบท ภายใน 3 วัน เพราะประพฤฒิผิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ รวมถึงขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชา โดยคำสั่งการลงวันที่ 30 ก.ย.54 และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้นำหนังสือคำสั่งดังกล่าวมามอบให้กับทางพระเกษม รับทราบในวันที่ 3 ต.ค.54 โดยจะมีผลบังคับในวันที่ 6 ต.ค.54 แต่ในวันนี้ พระเกษม เองก็ไม่ต่างอะไรกับพระเร่ร่อน ไม่มีสังกัดจะอยู่แล้วนั้น 

            นายวิโรจน์  ไผ่ย้อย รักษาการ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.54 ซึ่งเป็นวันที่ ปิดประกาศของคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นกฎของสงฆ์ อำนาจวินิจฉัยดังกล่าวถือว่า พระเกษม จะสิ้นสุดการเป็นพระสงฆ์ ในวันที่ 6 ต.ค.54 โดยปริยาย และหลังจากในวันที่ 6 ต.ค.ก็จะถือว่า นายเกษม พ้นจากการเป็นพระสงฆ์โดยชอบธรรมตามกฎของสงฆ์

            ดังนั้น ทางสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้จะต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ ให้ดำเนินคดีทางกฎหมายบ้านเมือง ในข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ ซึ่งถือเป็นคดีอาญา ส่วนทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะแต่งตั้งให้ผู้ใดดำเนินการแจ้งความนั้น ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ คงต้องรอคำสั่งจากทางผู้บังคับบัญชา อีกครั้ง

            ด้านพระเกษม  อาจิณณฺสีโล ได้ออกมาบอกให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายผ่านทางเวปไซต์ยูทูบว่า ไม่ต้องเป็นห่วง อย่าทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูม เพราะการที่เจ้าหน้าที่บ้านเมือง จะมาทำการจับตนเองสึกจากการเป็นพระนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพื้นที่วัด กว่า 3,400 ไร่ มีถ้ำอยู่กว่า 30 แห่ง อีกอย่างคนที่จะทำการสึกตนเองให้พ้นจากการเป็นพระมีเพียงผู้เดียว คือ พระสัมมาสัมมาพุทธเจ้า เท่านั้น และได้ย้อนถามลูกศิษย์ว่า มีความหนักใจในเรื่องนี้ไหม หากหนักใจให้ออกจากวัดไปเลยจะเอาคนที่มีน้ำใจและซาบซึ้งในพระไตรปิฎกไว้และทุกคนต้องทำหน้าที่ที่ได้มอบหมาย

            อย่างไรก็ตาม สำนักพุทธไม่สามารถมาจับตัวเราสึกได้อย่างแน่นอนเพราะว่า ทางพระผู้ใหญ่ยังไม่ได้มาสอบสวนความผิดของตน ดังนั้นจะไม่ขอสึกอย่างเด็ดขาด 

            พ.ต.อ. ปริญญา วิศิษฐฏากุล รอง ผบก. ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับ พระเกษม นั้นดูแล้วคงจะจบลงได้ไม่ง่ายนัก เพราะเหล่าบรรดาลูกศิษย์ของพระเกษมมีเป็นจำนวนมาก ทั้งชายและหญิง ซึ่งแต่ละคนจากที่เท่าสังเกตนั้นมีการพูดและบอกว่า ต่างจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่สำนักพุทธจับตัวพระเกษมมาสึกและพวกเขาเหล่านั้น จะเป็นกันชนให้พระเกษมเพราะว่า มีการเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดี ดังนั้นตำรวจไม่มีอำนาจหรือเข้าไปจับกุมพระเกษมมาสึกได้แต่จะนำกำลังเข้าไปอารักขาเจ้าหน้าที่สำนักพุทธเพื่อให้ได้รับความปลอดภัยเท่านั้น แต่หากว่าพระเกษมหรือลูกศิญ์รายใดมีการขัดขวางหรือต่อต้าน สร้างความวุ่นวายในวันนั้นก็จะใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไประงับเหตุทันที

            "ในส่วนหนึ่งคงจะต้องส่งสายออกหาข่าวอีกทางหนึ่งว่า กรณีที่ลูกศิษย์ของพระเกษมมีทีท่าการเคลื่อนไหวไปในทางใด และจะมีการ์ดหรือลูกศิษย์รายใดมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด ดังนั้นจะต้องออกหาข่าวทางลึกและรอบด้านเพราะว่าการที่มีผู้คนที่ยอมออกมาเป็นลูกศิษย์พระเกษมนั้นจะคลั่งหรือการประกาศตัวและรวมถึงจะมีการจับตัวผู้คนมาประกันเพื่อต่อรองหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทางเราได้ประชุมเพื่อวางแนวทางและประเมินสถานการณ์เอาไว้เพื่อรองรับกับเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เช่นกันดังนั้นในวันที่ที่ 6 กย. เป็นวันที่ครบกำหนดตามที่สำนักพุทธประกาศว่า พระเกษมจะต้องสึก อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะไม่ดำเนินการใดๆคงปล่อยให้สำนักสงฆ์ดำเนินการไปตามทางสงฆ์ก่อนและเมื่อมีการขัดขืนหรือมีเหตุการณ์ตำรวจจะเข้าไประงับและดำเนินกาตามคำร้องขอของสำนักพุทธต่อไป"พ.ต.อ.ปริญญา กล่าว