ข่าว

น้ำท่วมลพบุรียังน่าห่วง

น้ำท่วมลพบุรียังน่าห่วง

05 ต.ค. 2554

น้ำท่วมลพบุรียังน่าห่วง หลังน้ำยังขึ้นสูงขึ้นต่อเนื่อง แรงน้ำกัดเซาะสะพานชำรุดเร่งวางสะพานเหล็กหวั่นการช่วยเหลือและอพยพชาวบ้านลำบาก

           น้ำท่วมลพบุรียังน่าห่วง หลังน้ำยังขึ้นสูงขึ้นต่อเนื่อง แรงน้ำกัดเซาะสะพานบนถนนสายลพบุรี-สิงห์บุรี ช่วงตำบลบางขันหมาก ชำรุดผู้ว่าสั่งเร่งวางสะพานเหล็กเพื่อให้รถสามารถวิ่งได้ เพราะหวั่นสะพานพังทำการช่วยเหลือถูกตัดขาดเมืองกับท่าวุ้ง
 
          วันที่ 5 ต.ค.54  สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ของจังหวัดลพบุรีขณะนี้ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง  หลังจากที่ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและขยายเป็นวงกว้างออกไปเกือบเต็มพื้นที่ของจังหวัดลพบุรีแล้ว  โดยล่าสุดที่อำเภอบ้านหมี่ตำบลที่อยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกถูกน้ำท่วมทุกตำบลแล้วรักษาได้เพียงแค่สถานที่ราชการคือที่ว่าการอำเภอ ตลาดสดเพื่อเก็บไว้เป็นศูนย์การส่งเสบียงอาหารและการช่วยเหลือให้กับชาวบ้าน
 
          ขณะที่อำเภอท่าวุ้งน้ำยังได้ไหลเข้าท่วมในตำบลหัวสำโรง ของอำเภอท่าวุ้งอีกตำบลแล้วและระดับน้ำยังไม่มีที่ท่าว่าจะลดลงมีแต่ขึ้นตลอดเวลา ทำให้กระแสน้ำที่ไหลแรงกันเซาะคอสะพานบนถนนสายลพบุรี-สิงห์บุรี ช่วงตำบลบางขันหมาก จนน้ำทะลุถนนทำให้ถนนทรุดตัวลงทางจังหวัดเร่งให้เจ้าหน้าที่วางสะพานเหล็กเพื่อให้รถวิ่งบนสะพานเหล็กแทนเพื่อไม่ให้ถนนยุบตัวลง เพราะหากถนนยุดตัวจนถูกตัดขาดจะทำให้อำเภอเมืองและอำเภอท่าวุ้งถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง การช่วยเหลือจะทำได้ด้วยความยากลำบากมากขึ้นจึงต้องมีการรักษาถนนเส้นนี้เอาไว้
 
          ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ได้ออกประกาศเตือนชาวบ้านอีกรอบว่ามวลน้ำก้อนใหญ่จะเข้ามาในพื้นที่จังหวัดลพบุรีอีกขอให้เก็บของขึ้นที่สูงไปอีก และหากบ้านหลังไหนดุแล้วไม่ปลอดภัยขอให้อพยพออกมาอยู่ที่สูง ซึ่งทางจังหวัดจะจัดสถานที่ให้อยู่อย่างปลอดภัย โดยจะมีเต้นให้อยู่เป็นครอบครัว มีน้ำ มีไฟฟ้า ให้ใช้ ขอให้อพยพออกมาอยู่ข้างนอกส่วนบ้านก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคอยตรวจให้เพื่อไม่ให้หัวขโมยเข้าไปลักทรัพย์สินของชาวบ้านได้ ในเวลานี้ขอให้เอาชีวิตรอดก่อนเพราะน้ำยังจะมีอีกจำนวนมากหากยังไม่สามารถปิดชลอน้ำที่ประตูน้ำบางโฉมศรีได้ในอีก 3-4 วันนี้



กลุ่มโอท็อบลพบุรีโอดน้ำทะลักทำขาดทุนกว่าล้านบาท


          นายประสิทธิ์ เกิดบำรุง วัย 52 ปี กลุ่มผลิตภัณฑ์ ปลาส้มฟักป้าแอ๊วลพบุรี และ กลุ่มปลาส้มฟัก ลพบุรี ซึ่งเป็นสินค้าโอท็อปขึ้นชื่อ เลขที่ 45 หมู่ 8 ตำบลพรหมมาสตร์ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ด้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลมาจาก อ.บางโฉมศรี อย่างต่อเนื่อง ทำลายทุกอย่างทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์สินกว่าล้านบาท บ้านที่ทำเป็นโรงงาน ปลาส้มฟัก มีตู้คอนเทเนอร์ 2 ตู้เป็นคอนเทเนอร์แช่ปลา โดยน้ำพัด จมคว่ำ ปลาที่แช่เย็นในตู้ 2 ตู้หมดไปกับน้ำที่ไหลบ่า ปลาส้มที่หอแล้วอีกจำนวนมากต้องจมน้ำ รถจักรยานยนต์ รถยนต์ จมน้ำเสียหายหมด
 
          ในส่วนของน้ำยังคงไหลทะลักอย่างต่อเนื่อง ผ่านทาง อ.บางโฉมศรี เข้าท่วมบ้านเรือนในเขตตำบลโพธิ์เก้าต้น ที่ เล้าหมู ของนายปรีชา เม่งรักษ์ 2/4 หมู่8 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมือง ขนย้ายหมู พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไม่ทัน แม่พันธุ์หมู
 
          นายปรีชา เม่งรักษ์ 2/4 หมู่8 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมือง เจ้าของฟาร์มหมู กล่าวว่า น้ำที่ไหลเข้าท่วมเล้าหมูทำให้หมูแม่พันธุ์จมน้ำตายจำนวน 20 ตัว ส่วนหมูที่เหลือ 450 ตัว ได้เพื่อนบ้านมาช่วยกันขนไปไว้ที่จังหวัดราชบุรี ไม่อย่างนั้นไม่มีอะไรเหลือ ทุกคนได้ยินแต่เสียงร้องไห้ของผู้ที่ถูกน้ำท่วมโรงสีข้าว ของนายสมนึก ชูศรี ก็เช่นกัน เสียหายอย่างหนัก ข้าวเปลือกที่กองอยู่โดนน้ำท่วม และน้ำยังเข้าท่วมฟาร์มหมู ของนายปรีชา เม่งรักษ์ ราษฎร หมู่ที่ 8 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมือง
 
          ทั้งนี้น้ำในแม่น้ำลพบุรี ยังไหลเข้าท่วมถนนสายลพบุรี – บ้านแพรก ระดับน้ำสูงขึ้นเป็นเมตร อีกทั้งฝนยังตกกระหน่ำซ้ำเติมทำให้ระดับเพิ่มขึ้น ถนนสายลพบุรี –บ้านแพรก ถนนสายลพบุรี - ท่าวุ้ง บางช่วง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ พร้อมกันถนนสายลพบุรี-ท่าวุ้ง บริเวณตำบลโพธิ์เก้าต้น ถูกน้ำกัดเซาะแทบจะขาด ทางแขวงการทางจึงต้องนำเสาเข็มมาตีกั้นทางน้ำเข้าไว้เพราะหวั่นน้ำกันเซาะถนนขาด



น้ำเจ้าพระยามุดแนวกำแพงร้านอาหารชื่อดัง บ่าข้ามถนนคลองน้ำอ้อม ชาวบ้านเร่งป้องกัน

          วันที่ 5 ตค.54 กระแสน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ผุดลอดใต้แนวกำแพงด้านขวาของร้านอาหารชื่อดัง”เวปไซค์” ตั้งอยู่ริมถนนสายคลองน้ำอ้อม- เชียงรากน้อย ม.3 ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยกระแสน้ำได้มุดลอดใต้แนวกำแพงดังกล่าวเป็นระยะกว้างประมาณ 30 เมตร ทำให้กระน้ำไหลบ่าเข้ามาภายในพื้นที่ของร้านเวปไซค์ และไหลออกมาทางด้านหน้าของร้านซึ่งอยู่ติดถนน ทำให้น้ำไหลบ่าข้ามถนนซึ่งถือเป็นแนวเขื่อนธรรมชาติ ที่ป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ให้ไหลเข้าไปท่วมพื้นที่ชั้นในอันเป็นย่านเศรษฐกิจ คือ อ.คลองหลวง และ อ.ธัญบุรี



ถนน 3 สาย ของปทุมธานี ถูกน้ำเอ่อท่วม
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เอ่อสูงขึ้น ทำให้มีกระแสน้ำไหลเอ่อเข้าท่วมถนนปทุมธานี-เสนา ในเขต อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยระดับน้ำได้เอ่อเข้าท่วมพื้นถนนขาเข้าจังหวัดปทุมธานี จนเสียช่องการจราจรไป 2 ช่องทาง เจ้าหน้าที่ต้องนำสิ่งกีดขวางมาวางไว้เพื่อให้ผู้ที่ขับรถยนต์ผ่านบริเวณดังกล่าวได้ใช้ความระมัดระวัง  ส่วนที่ถนนปทุมธานี สายใน ในเขตพื้นที่ ม.4 ต.บางหลวง อ.เมืองปทุมธานี ก็ถูกน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม จนเสียช่องการจราจรไป 1 ช่องทางเช่นกัน
 
          นายพิชัย ตาลอ่อน สจ.เขต อ.สามโคก กล่าวว่า ในวันนี้ช่วงเย็นระดับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10-15 ซม. และยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำเข้าท่วมบนผิวการจราจรบนถนนปทุมธานี – เสนา ซึ่งในช่วงเช้าถ้าระดับน้ำยังคงขึ้นไม่หยุด คงต้องประสานงานกับทางกรมทางหลวงเพื่อปิดช่องการจราจรบางส่วนเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถให้ถนน
 
          นอกจากนี้ ยังพบว่าถนนสายซ่อมสร้าง ต.บางพูน อ.เมือง ก็มีน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์เอ่อขึ้นท่วมขังบริเวณฝั่งตรงข้ามศูนย์ซ่อมสร้าง โดยมีกำลังพลของศูนย์ซ่อมสร้าง จำนวนกว่า 50 นาย ได้ออกมาช่วยกันนำกระสอบทรายมาวางเป็นแนวกั้นน้ำป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมถนนเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ถูกน้ำท่วมหลายจุดเป็นระยะทางกว่า 2 กม.


ชาวลำปางผวาอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กแตกกลางดึก

          เมื่อคืนที่ผ่านมาชาวบ้านชุมชนป่าแลวและชุมชนกาดเมฆ ต.ชมพู ชาวบ้านหนองห้า-หนองวัวเฒ่า ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ได้พากันไปดูระดับน้ำ หลังน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมที่บริเวณรางรถไฟ ใกล้กับสถานี รถไฟบ้านหนองวัวเฒ่า ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง  โดยชาวบ้านบอกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าอ่างเก็บน้ำที่อยู่ด้านหลังวัดคีรีบรรพต บนดอยพระบาท เกิดแตก จึงมีน้ำไหลเข้าท่วมรางรถไฟ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีน้ำท่วมเข้ามาถึงผิวรางรถไฟขนาดนี้
 
          ต่อมาทางผู้นำชุมชนแต่ละหมู่บ้าน โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองเขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง ได่แก่ ต.ชมพู ต.พระบาท ต.กล้วยแพะ ได้ประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านขนของมีค่าไว้บนที่สูงกัน ซึ่งชาวบ้าน ต่างๆพากันหวาดผวา รีบขนข้าวของไว้ที่สูงอย่างโกลาหล ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของปภ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองเขลางค์นคร จึงเข้าตรวจสอบบนอ่างเก็บน้ำต่างๆที่อยู่บนดอยพระบาท แต่เบื้องต้นท ไม่พบความผิดปกติ
 
          จนกระทั่งทางเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองเขลางค์นคร ได้เข้าตรวจสอบอ่างเก็บน้ำหลังวัดหัวทุ่งสามัคคี ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นอ่างน้ำขนาดเล็ก พบว่าอ่างเกิดแตก น้ำจึงไหลเข้าท่วม ชุมชุนบ้านโทกหัวช้าง ชุมชุนสันป่าตึง ต.พระบาทและหลายหมู่บ้าน ใน ต.กล้วยแพะ แต่ระดับน้ำแค่ไหลผ่าน แต่ชาวบ้านยังหวาดเพราะเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วมเหมือนเมื่อวันที่ 2 ต.ค.2554 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันทางเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ได้นำรถแบ๊คโฮ ทำคันดินขวางทางน้ำเพื่อชะลอความเร็วของน้ำ ขณะนี้น้ำได้ลดเกือบกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว