
โรมันระดมทุนผุดสนามเชลซีใหม่
'เสี่ยหมี' โรมัน อับราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย เดินหน้าสร้างสนามเหย้าของ 'สิงโตน้ำเงินคราม' เชลซีใหม่ พร้อมวางแผนซื้อหุ้นจากแฟนบอลกลับคืนก่อนระดมทุนจำนวนมหาศาลกว้านซื้อที่ เนรมิตสนามที่ทันสมัยที่สุดและจุได้ถึง 60,000 คน
"เสี่ยหมี" โรมัน อับราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย เจ้าของทีมลูกหนัง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมเดินหน้าสร้างสนามเหย้าแห่งใหม่แทนที่สนามเดิมอย่าง แสตม ฟอร์ดบริดจ์ ที่มีอายุนานร่วม 106 ปี โดย "เดอะซัน" สื่อดังแห่งอังกฤษรายงานว่า เชลซีเตรียมลงทุนสร้างสนามเหย้าแห่งใหม่เพื่อไว้รองรับแฟนบอลถึง 60,000 คน ซึ่งสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ มีความจุแค่ 41,800 คนเท่านั้น
สำหรับแผนงานดังกล่าว ทางบอร์ดบริหารจะทำหนังสือรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของการซื้อหุ้นคืนจากบริษัท เชลซี พิชท์ โอนเนอร์ส (ซีพีโอ) ซึ่งเป็นกลุ่มแฟนบอลหลายพันคนที่ได้ถือครองสิทธิเป็นเจ้าของถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ร่วมกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 1997 กลับคืนมาทั้งหมด เพื่อให้สโมสรได้สิทธิถือครองความเป็นเจ้าของสนามเหย้าปัจจุบันแต่เพียงผู้เดียว จากนั้นจะขายที่แถบเดอะบริดจ์ เพื่อระดมเงินทุนกว้านซื้อที่ดินแถบตะวันตกของกรุงลอนดอนเพื่อไว้สร้างสนามใหม่ที่คาดว่าจะต้องแล้วเสร็จก่อนปี 2020
ทั้งนี้ บรูซ บัค ประธานสโมสร "สิงโตน้ำเงินคราม" และเจ้าของทีมมีความเห็นพ้องกันว่า สังเวียนแข้งแห่งใหม่จะต้องเป็นสนามที่ดีและทันสมัยที่สุดของกรุงลอนดอน และต้องดีกว่า "เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม" รังเหย้าของทีมคู่ปรับอย่าง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอลด้วย โดยมอบนโยบายไว้ว่าทุกอย่างจะต้องยอดเยี่ยมทั้งเรื่องของรูปลักษณ์ โครงสร้าง เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ คาดว่าถ้าสนามแห่งใหม่เสร็จเชลซีจะมีรายได้มากขึ้นจากค่าตั๋วเป็นเงินปีละ 50 ล้านปอนด์ หรือ 2,500 ล้านบาทเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม เชลซี ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขเรื่องของจำนวนเงินที่จะใช้ในการก่อสร้างสนามเหย้าแห่งใหม่ได้ในเวลานี้ เพราะต้องรอให้เสร็จสิ้นขั้นตอนการขอซื้อหุ้นคืนจากกลุ่มแฟนบอลได้หมดเสียก่อน และแม้จะมีแฟนบอลเก่าแก่จำนวนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับแผนการสร้างสนามใหม่ ทว่าบอร์ดบริหารของเชลซีต่างยืนยันที่จะทำตามแผน และเชื่อว่าจะสามารถชี้แจงและทำความเข้าใจกับกลุ่มแฟนบอลดังกล่าวได้อย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันมีรายงานจากกรุงลอนดอนแจ้งมาว่า โรมัน อับราโมวิช ต้องกลับไปขึ้นศาลที่รัสเซีย กรณีถูก เบเรซอฟสกี นักธุรกิจวัย 63 ปี อดีตพาร์ตเนอร์ในธุรกิจน้ำมันฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 3.2 ล้านปอนด์ (ราวๆ 160 ล้านบาท) พร้อมกับกล่าวหาว่า เสี่ยหมีหักหลังและร่วมกันแบล็คเมล เมื่อครั้งร่วมกันทำบริษัทค้าขายน้ำมันที่ก่อตั้งร่วมกันตั้งแต่ปี 1990
"เขาหักหลังผม เขาเคยรับปากจะช่วยกันทำธุรกิจ แต่พอเขาเลิกเล่นการเมืองและย้ายจากเครมลินไปอังกฤษปี 2000 เขาก็เริ่มทิ้งงานที่เราทำมาร่วมกันซึ่งมันสร้างความเสียหายให้กับเราเป็นอย่างมาก" เบเรซอฟสกี กล่าว



