
'พลังงาน'เล็งดันเอ็นจีวีจากพืชเติมรถ
กระทรวงพลังงานเล็งทำแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ ครอบคลุมพลังงานทุกด้าน สอดคล้องแผนสภาพัฒน์ฉบับที่ 11 พร้อมหนุนต่อยอดก๊าซชีวภาพเป็นเอ็นจีวี ในราคาที่เท่ากับก๊าซธรรมชาติ
นายสิทธิโชติ วันทวิน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างศึกษาการจัดทำแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ เป็นแผนแรกของประเทศ จะครอบคลุมพลังงานทุกด้าน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับ 11 ระยะ 5 ปี
และในแผนนี้จะนำเรื่องแผนพัฒนาพลังงานทดแทน แผนอนุรักษ์พลังงาน และแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าระยะยาว (พีดีพี 20 ปี) รวมไปถึงแผนด้านน้ำมันรวมอยู่ด้วย โดยกระทรวงได้ตั้งคณะทำงานที่มีนายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน คาดว่าจะศึกษาเสร็จสิ้นภายใน 1 ปี
สำหรับการส่งเสริมผลิตก๊าซชีวภาพนั้น สนพ.ได้รับงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน 3982 ล้านบาท ในช่วงปี 2551-2555 นำมาสนับสนุนให้โรงงานเข้าร่วมโครงการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสีย โดยกองทุนจะสนับสนุน 20-50% ของวงเงินลงทุน ตามเป้าหมายจะมีการส่งเสริมให้ผลิตก๊าซชีวภาพ 630 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จำนวน 338 โรงงาน
ด้านนายพฤกษ์ อักกะรังสี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลที่มีการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน โดยเฉพาะการทยอยปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งจะทำให้ประชาชนประหยัด ลดการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศ ขณะที่เอ็นจีวีเป็นทางเลือกสำคัญที่จะนำมาใช้ในภาคขนส่งทดแทนแอลพีจี
"ที่ผ่านมาสถาบันได้ร่วมกับ สนพ.ศึกษาการผลิตก๊าซชีวภาพสำหรับยานยนต์ หรือซีบีจี พบว่า สามารถทดแทนเอ็นจีวีได้ แต่รัฐคงจะต้องนำเงินมาอุดหนุนบางส่วน เพราะหากผลิตซีบีจีจากน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม จะมีต้นทุนเทียบเท่าเอ็นจีวีในปัจจุบันที่มีราคา 14-15 บาทต่อกิโลกรัม แต่หากผลิตมจากพืช เช่น หญ้าเลี้ยงช้าง จะมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 20 บาทต่อกิโลกรัม" นายพฤกษ์กล่าว



