คณะสงฆ์สั่งห้ามพระเกษมนุ่งเหลือง
คณะสงฆ์-พศ.เข้มห้ามพระเกษมนุ่งเหลืองห่มเหลืองแต่งกายเลียนแบบสงฆ์แล้ว พร้อมตัดไม่สังฆกรรม 3 วันหากไม่สึก ให้เจ้าบ้านหน้าที่บ้านเมืองจัดการทันที ด้าน "พระเกษม"ยังดึงดันสู้ไม่ถอยส่งคลิปโต้
จากกรณีที่พระเกษม อาจิณฺณสีโส เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เผยแพร่ภาพพฤติการณ์ไม่สำรวม พร้อมพูดท้าทายพระเถระ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ด้วยวาจากร้าวราวลงคลิปวิดีโอเว็บไซต์ยูทูบนั้น เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)กล่าวว่า กรณีพระเกษม ในส่วนของคณะสงฆ์ถือว่าเป็นที่สุดแล้ว
เนื่องจากพระเกษมได้กระทำผิดพระธรรมวินัย ถึงแม้ว่าจะเป็นความผิดที่ไม่รุนแรง แต่เป็นบ่อนทำลายความศรัทธาของประชาชน มีการลบหลู่ท้าทายอำนาจของคณะสงฆ์เจ้าคณะปกครอง ที่สำคัญพระเกษมบวชที่จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่ปี 2529 แต่ไม่เคยจำพรรษาที่จังหวัดดังกล่าวเลย ทางเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี จึงประกาศตัดขาดจากคณะสงฆ์จังหวัดอุดรธานี นอกจากนี้ยังได้กระทำผิดข้อบัญญัติของกรมป่าไม้ โดยไม่ทำตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงใช้พื้นที่เกินจากข้อตกลงที่กำหนด ทางกรมป่าไม้จึงดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาต
ขณะนี้ได้นำคำสั่งสึกของเจ้าคณะปกครองไปแจ้งต่อพระเกษมแล้ว แต่พระเกษมไม่ออกมารับคำสั่งดังกล่าว จึงใช้การปิดประกาศแทนตามระเบียบมส.แล้วพระเกษมจะต้องทำตามคำสั่งภายใน 3 วัน อย่างไรก็ตาม ทราบว่าขณะนี้พระเกษมได้เดินออกจากสำนักสงฆ์ ก็ไม่เป็นไร แต่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งภายใน 3 วัน ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองสามารถดำเนินการในลักษณะของการจับสึกได้ทันที เพราะเป็นบุคคลที่ไม่มีสิทธิแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ โดยจะนุ่งสีอะไรก็ได้ แต่ห้ามนุ่งห่มจีวรสงฆ์ นี่คือมาตรการสูงสุดแล้ว
“ตอนนี้คณะสงฆ์ตัดขาดจากพระเกษม ไม่ถือว่าเป็นพระสงฆ์แล้ว ห้ามเรียกตนเองว่า อาตมา หรือนุ่งห่มแบบพระสงฆ์อีกส่วนบรรดาลูกศิษย์ที่คอยปกป้องพระเกษมนั้น เป็นส่วนบุคคลเราจะไปห้ามไม่ได้”ผอ.พศ.กล่าว
ด้านพระพรหมเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ในฐานะเจ้าคณะภาค4-5-6-7 กล่าวว่า พระที่ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยถึงขั้นจะอ้างว่า ความผิดจะไม่มาก แต่ความผิดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ เมื่อรวมกันแล้วอาจจะใหญ่กว่าการกระทำผิดเพียงครั้งเดียว กรณีนี้ถือว่า เป็นโลกวัชชะ ทางโลกติเตียน พระจึงต้องพิจารณาตนเอง ท่านทำเช่นนี้ถือว่า ไม่เคารพกติกาสังคม ทำอะไรก็ได้ตามชอบใจ ท่านต้องพิจารณาด้วยว่า เหมาะหรือไม่เหมาะ อะไรควรหรือไม่ควร เราเป็นพระต้องรู้จักพอ รู้จักละ แต่กิริยาที่ท่านแสดงให้เห็นว่า ไม่รู้จักสมณสารูป ซึ่งตามพระธรรมวินัย พระต้องเรียบร้อย ไม่กล่าวร้ายใคร ต้องอยู่ในศีล 227 ข้อ คำว่าศีล แปลว่า ปกติ แต่สิ่งที่ท่านทำเรียกว่า ไม่ปกติ อยากจะพูดผ่านสื่อถึงพระเกษมว่า
"ขณะนี้บ้านเมืองเราประชาชนชาวพุทธต่างมีปัญหาเดือดร้อนเรื่องน้ำท่วม ชาวบ้านมีทุกข์จากภัยธรรมชาติอยู่แล้ว ทำไมต้องมาให้ชาวบ้านมาทุกข์ใจกับเรื่องพระสงฆ์ ซึ่งเป็นศาสนทายาทของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย รู้สึกเสียใจกับการกระทำของพระเกษมและรู้สึกเสียดาย คุณค่าความเป็นคน ความเป็นมนุษย์ของท่านที่บวชมานานน่าจะเป็นแบบอย่างที่ดี แต่กลับไม่ใส่ใจแสดงกิริยาไม่เหมาะสม
การกระทำครั้งนี้ไม่เคารพมติของมหาเถรสมาคมไม่ว่า แต่ไม่เคารพกติกาของสังคม ที่สังคมอยากกราบไหว้พระที่ดี ประพฤติชอบ อาตมารู้สึกสงสารชาวบ้านบางคนที่เข้าไปเป็นศิษย์ของพระเกษม เขาไม่มีวิจารณญาณแยกแยะเลยว่าอะไรควรไม่ควร เหมือนไปส่งเสริมพระเกษม ส่วนชาวบ้านบางคนก็คิดเสียว่า ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ เขาก็ไม่กล้าว่าพระ เพราะกลัวว่าจะบาป แสดงว่า ชาวบ้านมีวินัยของชาวบ้านมากกว่าพระ พระสงฆ์ต้องรู้จักละเลิกและปล่อยวาง
โดยส่วนตัวอาตมามองว่าพระเกษมเป็นพระที่ดี มีมโนสำนึก แต่ไม่รู้ว่าอะไรมาดลจิตดลใจ ให้ท่านทำอากัปกิริยาเหมือนคนที่พิกลทางกายและพิกลทางใจ น่าสงสารเหมือนกัน อาตมาคิดอยากไปเจอกับพระเกษม อยากจะไปคุยให้ท่านเห็นทางสว่างไม่หลงอยู่กับทางมืด หากก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกัน ปัญหาคงไม่จบเช่นนี้”เจ้าคณะภาค4-5-6-7"
พศ.ฟื้นวัดศูนย์กลางชุมนุมแก้วงการสงฆ์เสื่อม
ทั้งนี้วันที่ 4 ตุลาคมนี้ ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในงานวันศาสนูปถัมภ์ และวันสถาปนาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครบรอบ 9 ปี 3 ตุลาคม โดยมีนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการ พศ. เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ในการมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ พศ. ประชาชนที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา 90 ราย
นายนพรัตน์ กล่าวว่า พศ. มีหน้าที่หลักสนองงานคณะสงฆ์ และอุปถัมภ์ คุ้มครองส่งเสริมพระพุทธศาสนา ให้เกิดความเข้มแข็ง โดยเป้าหมายการพัฒนาสู่ปีที่ 10 นั้น จะพัฒนาให้ พศ.เป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการทำงานด้านพระพุทธศาสนามากขึ้น โดยจะบูรณาการกับนโยบายของมหาเถรสมาคม (มส.) ในการใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาให้สังคมสงบสุข ส่วนการพัฒนาเชิงรุกยอมรับว่าที่ผ่านมา พศ.อาจจะยังขาดในบางส่วน เนื่องจากที่ผ่านมาการส่งเสริมและการพัฒนายังขาดความต่อเนื่องและยังไม่มีความชัดเจน ในขณะนี้ที่พระสงฆ์มีความรู้ความสามารถ แต่ พศ.ยังไม่มีพื้นที่ให้พระสงฆ์แสดงความรู้ความสามารถ โดยหลังจากนี้ก็จะจัดระบบการทำงานให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และกระจายการทำงานเข้าไปสู่ระบบท้องถิ่นเพื่อให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น
ผู้อำนวยการ พศ. กล่าวว่า กรณีที่ปัจจุบันมีข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์ด้านลบเพิ่มมากขึ้น จริงๆ แล้วอยากให้ทุกคนเข้าใจว่า ปรัชญาการสร้างวัดคือสร้างจากความต้องการของประชาชน ดังนั้นชุมชนจึงต้องเป็นหลักในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและดูแลวัด ขณะเดียวกันพระสงฆ์เองจะต้องคำนึงถึงหลักธรรม พระวินัย ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา วัดคือศูนย์กลางของชุมชน แต่ปัจจุบัน วัดไม่ได้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนเหมือนอดีต ดังนั้นตนคิดว่า พศ.จะต้องทำหน้าที่ในการให้วัดกลายเป็นศูนย์กลางของชุมชน เพื่อแก้ปัญหาข่าวด้านลบและสร้างความเข้มแข็งให้กับพระพุทธศาสนา
"พระเกษม"ยังดึงดันสู้ไม่ถอยส่งคลิปโต้
ด้านพระเกษม ยังคงมีท่าทีแข็งกร้าวกับคำสั่งให้สึกภายใน 3 วัย โดยในวันนี้พระเกษมได้ส่งคลิปวีดีโอโต้ตอบการเข้าไปในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ พร้อมชี้แจงถึงสาเหตุที่ไม่ยอมออกมารับคำสั่งให้สึกดังกล่าวเผยแพร่บนเว็บไซต์ยูทูปอีกครั้ง พร้อมระบุว่า ไม่ยอมรับคำสั่ง เพราะคำสั่ง สั่งโดยไม่ชอบ ไม่มีการสอบสวน เป็นการใช้กฎหมู่ ไม่ใช่กฎหมายหรือพระธรรมวินัย ทั้งนี้ยืนยันว่า จะไม่สึกตามคำสั่งนี้ และหลังจากนี้จะทำหนังสือแจ้งกลับไปยังทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ญาติโยมแจ้งนำกำลังมาอารักขาจากเจ้าหน้าที่เช่นกัน
พระเกษมยังชี้แจงถึงสาเหตุที่ไม่ยอมออกมาพบทางเจ้าหน้าที่ เพราะเกรงเกิดความวุ่นวาย อาจทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น โดยตั้งข้อสังเกตถึงการเดินทางมาของคณะเจ้าหน้าที่และทางคณะสงฆ์ในครั้งนี้ ว่า เป้าหมายที่แท้จริงคือต้องการมาจับสึก ดังนั้นจึงไม่ยอมออกมารับทราบ แต่ลูกศิษย์ได้รายงานทั้งหมดแล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องออกหนังสือโต้ไปยังเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี และเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อประท้วงการกระทำ และต้องดำเนินตามขั้นตอนของกฏหมายอีกทางหนึ่งด้วย โดยจะให้ลูกศิษย์ทุกคนแบ่งงานกันทำแล้วคราวนี้
"ดูการเข้ามาของเจ้าหน้าที่นั้น ไม่มีความประสงค์ดีเป็นแน่แท้ เพราะมีทั้งตำรวจและใครต่อใครอีกเยอะแยะ หากมามีเหตุผลอาตมาจะออกมา แต่เมื่อมาใช้กฏหมู่เล่นงานอาตมา จึงไม่มีความจำเป็นต้องออกมารับใบประกาศ" พระเกษม กล่าว ในคลิปวีดีโอ
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าววันเดียวกัน นายวิโรจน์ ไผ่ล้อม รักษาการ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ในด้านของการดำเนินคงการต้องรอให้ครบ 3 วันตามมติของเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี หากพระเกษมยังไม่ยอมสึก ต้องฟังมติจากคณะสงฆ์ของทั้งสองจังหวัดอีกครั้งว่า จะดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ ส่วนการนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปสำนักสงฆ์ป่าสามแยกกว่า 40 นาย ยืนยันว่า ไม่ได้ไปควบคุมตัวให้พระเกษมสละสมณะเพศตามที่เข้าใจ แต่เป็นการใช้กองกำลังอารักขา เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบ โดยต้องการให้พระเกษมออกมารับฟังข้อความตามมติ และรับหนังสือเท่านั้น
“ต้องรอดูว่าพระเกษมจะยอมสละสมณะเพศตามมติหรือไม่ จากการประเมินแล้วมีความเป็นไปได้ว่าพระเกษมจะไม่ยอมสึกตามมติที่ไปแจ้งให้ทราบ จึงต้องรอให้ทางคณะพระเถระได้พูดคุยหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งอาจจะต้องใช้กฎหมายบ้านเมืองให้กำลังอารักขาดำเนินการให้สึกก็เป็นไปได้”นายวิโรจน์กล่าว



