ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'สั่งใช้เรือดันน้ำลงทะเล

'ยิ่งลักษณ์'สั่งใช้เรือดันน้ำลงทะเล

04 ต.ค. 2554

"ยิ่งลักษณ์" สั่งก.วิทย์-เกษตรทำเรื่องผลักดันน้ำลงทะเล ตามไอเดียของ “ปลอดประสพ” ที่ให้เรือทุกลำเป็นอาสาสมัคร รมว.วิทย์ยังระบุปีนี้ประเทศไทยจะโดนพายุ 9 ลูก

            4ต.ค.2554 นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภในที่ประชุมครม.ขอบคุณรัฐมนตรีทุกคนที่ลงพื้นที่ 12 จังหวัดที่ประสบปัญหาอุทกภัยอย่างหนัก โดยนายกฯเป็นห่วงถึงสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ตลอด และสอบถามไปยังนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งนายธีระได้พูดถึงเรื่องเขื่อนต่างๆ ที่แบกรับน้ำไว้เต็มความจุ เช่น เขื่อนสิริกิติ์ที่เต็มแล้ว เขื่อนแควน้อยจุไป 95 % โดยรวมสถานการณ์น้ำที่จ.นครสวรรค์มีการเพิ่มขึ้น น้ำเยอะมากเปรียบเหมือนว่ามีเขื่อนอีกเขื่อนหนึ่งเลยทีเดียว ทั้งนี้หากเราปิดที่ประตูน้ำบางโฉมศรีได้ มวลน้ำทั้งหมดก็จะไปลงที่เจ้าพระยาได้ อย่างไรก็ตามช่วงนี้ไปจนถึงกลางเดือนต.ค. กทม.ยังไม่น่าห่วง แต่ก็ไม่ควรประมาท

            นางฐิติมา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เห็นว่าโดยปกติประเทศไทยจะพบเจอพายุสัก 3 ลูก แต่ปีนี้โดนไปแล้ว 5 ลูก และกำลังจะมารวมทั้งหมด 9 ลูก โดยระบุว่าจะต้องพยายามเอาน้ำออกทะเลให้ได้ และบอกว่าการดันน้ำ ดีกว่าดูด ต้องทำเป็นแบบ “ประชาอาสา” คือให้เรือทุกลำในแม่น้ำเจ้าพระยาร่วมกันดันน้ำ อาจจะเป็นชื่อ “ไทยแข็งแกร่งสามัคคีร่วมกันดันน้ำ” โดยทางการอาจจะสนับสนุนด้านน้ำมันเป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้คงจะคุยกันในรายละเอียดอีกครั้ง
           
            “สุดท้ายนายกฯได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำเรื่องระบายน้ำสู่ทะเลให้ได้ ให้กระทรวงกลาโหมเร่งขุดลอกคูคลอง มีเวลา1 สัปดาห์ ส่วนช่อง 11 จะทำเบรกกิ้งนิวส์ทุกๆ ครึ่งชม. ขอความร่วมมือรัฐมนตรีทุกท่านช่วยกันแก้ปัญหาให้ประชาชน การแจกถุงยังชีพต้องกระจายไม่กระจุก โดยดูตัวเลขให้ชัดเจน และพยายามพูดคุยกับผวจ.”นางฐิติมา กล่าว

 

กำชับอุตฯช่วยกลุ่มโรงงานหวั่นน้ำท่วมกระทบจ้างงาน

 

             นายชลิตรัตน์   จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กำชับให้ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เข้าช่วยเหลือกลุ่มโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย  นายกฯ มีความเป็นห่วงด้วยว่าปัญหาอุทกภัยจะสร้างผลกระทบกับการจ้างงาน

 

กทม.สรุปพื้นที่เกษตรโดนน้ำท่วมถล่มแล้วกว่า 6 พันไร่

             รายงานข่าวจากสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร(กทม.) แจ้งสรุปข้อมูลของเกษตรกรในพื้นที่เขตชั้นนอกของกทม. ที่ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงตั้งแต่เดือนก.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีพื้นที่ประสบภัยทั้งสิ้น 11 เขต ได้แก่ เขตบางแค มีนบุรี ภาษีเจริญ คันนายาว ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา คลองสามวา ลาดกระบัง หนองจอก สายไหม และบางเขน มีพื้นที่เสียหายจำนวนทั้งสิ้น 6,854.45 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ความเสียหายด้านพืช 6,207.45 ไร่ ประกอบด้วย นาข้าว พืชสวน ไร่หญ้า ด้านประมง 647 ไร่ ส่งผลกระทบกับเกษตรกรรวม 534 ราย โดยเขตที่มีความเสียหายมากที่สุด คือ เขตคลองสามวา จำนวน 2,491 ไร่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย เพื่อทำการชดเชยให้เกษตรกร

 

กองทัพผนึกกำลังเร่งซ่อมแซมประตูระบายน้ำบางโฉมศรี


             ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสิงห์บุรีรายงานว่า พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบหมายให้ พล.ร.ต.พูลศักดิ์ อุบลเทพชัย ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ พร้อมคณะชุดสำรวจจากกองทัพเรือ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จาก กรมอู่ทหารเรือ กรมช่างโยธาทหารเรือ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ และกรมยุทธการทหารเรือ ไปสำรวจการระบายน้ำที่ประตูน้ำบางโฉมศรี จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อวางแผนจัดเตรียมกำลังพล และยุทโธปการณ์ในการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องที่เกิดในประตูระบายน้ำ รวมทั้งแนวทางการลดความรุนแรงของกระแสน้ำเพื่อบรรเทาความเสียหาย และความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ตามที่ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการมายังกองทัพเรือให้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังได้มีการประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ทั้งทางจังหวัด กรมชลประทาน และ กองทัพบก ที่เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่เกิดเหตุการณ์

             พล.ร.ต.พูลศักดิ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต่างพยายามหาวิธีในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างอย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะจะต้องหาทางเข้าไปปิดกั้นน้ำบริเวณประตูบางโฉมศรีให้ได้ ซึ่งตอนแรกได้มีการเสนอว่าจะใช้เรือเหล็กของกองทัพเรือไปปิดกั้นทางน้ำ แต่จากการสำรวจดูพื้นที่แล้วคิดว่าไม่น่าจะเหมาะสม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีความกว้างเป็น 100 เมตร ขณะที่เรือเหล็กที่จะนำไปปิดกั้นน้ำมีความยาวประมาณ 30-40 เมตรเท่านั้น เมื่อนำไปปิดกั้นแล้วหากเกิดน้ำไหลบาก หรือมีท่อนซุงไหลมากระทบก็อาจจะทำให้เรือเหล็กที่จมลงเกิดการเคลื่อนที่ได้ ก็จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย ดังนั้นเบื้องต้นคงจะต้องใช้วิธีนำหินก้อนบรรจุในถุงตาข่ายเพื่อไปปิดทางช่องระบายน้ำก่อน แต่ขณะนี้ยังขาดเรือในการบรรจุหินเข้าไปถมในพื้นที่ดังกล่าว

             “ผมจะนำเรื่องนี้ไปรายงานให้ผู้บัญชาการทหารเรือได้รับทราบถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ โดยเฉพาะข้อดีข้อเสียของการนำเรือเหล็กมาจมปิดกั้นทางน้ำ เพราะจากการสำรวจดูแล้วพบว่ามีข้อเสียมากกว่าข้อดี จึงไม่อยากจะนำเรือมาจม จึงต้องใช้หินถมไปก่อน ส่วนเรือที่จะใช้บรรจุก้อนหินมาถมนั้น จะต้องหารือกับทางกองทัพเรือก่อนว่าจะใช้เรือชนิดใด เรือใหญ่คงไม่ได้เนื่องจากติดปัญหาไม่สามารถเดินเรือออกมาได้ โดยเฉพาะสะพานต่างระดับต่างๆ โดยอาจจะเปลี่ยนมาใช้เรือที่ขนาดเล็กลง หรือ เป็นเรือลำเลียงในการขนหิน เบื้องต้นอาจเคลื่อนมาทางบกซึ่งน่าจะสะดวกกว่า โดยจะต้องทำให้เร็วที่สุด” พล.ร.ต.พูลศักดิ์ ระบุ

             ขณะที่ พล.อ.ดุลกฤต รักษ์เผ่า ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาลงไปให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีความเป็นห่วงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ จึงได้จัดกำลังพล และอาวุธยุทโธปกรณ์ เข้าไปร่วมซ่อมแซมประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี รวมถึงการสั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ทุกกองทัพให้เข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้วเช่นกัน

             ด้าน พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมพื้นที่เสี่ยงภัยริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมกับกล่าวว่า กองทัพภาคที่ 1 มีความเป็นห่วงประชาชนใน กทม.ที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีผลกระทบจำนวน 13 เขต 27 ชุมชน สำหรับชุมชนท่าวัง ทหารได้ช่วยตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยร่วมกับเขตพระนครทำทางเดินยกระดับและเสริมพื้นบ้าน เตียง ที่นอน สำหรับวัสดุ ก็ใช้จากทางเขตและประชาชนในพื้นที่ที่ร่วมบริจาค เพื่อชวยบรรเทาความเดือนร้อนได้บ้าง นอกจากนี้ ยังได้ให้ทหารลงไปดูในเขตพระนคร 1 กองพัน ต่อ 1 เขต หากอะไรสามารถเตรียมรับมือได้ก็ให้เร่งทำ แต่หากท่วมไปแล้วก็ให้เร่งแก้ไข และในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 ก็ยังมีอีกหลายจังหวัดที่น่าห่วง โดยทหารพยายามจะลงไปช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด สำหรับประตูระบายน้ำบางโฉมศรี จ.สิงห์บุรี ทางผบ.ทบ.ก็ให้ส่งกำลังพลลงไปช่วย 120 นาย และได้เพิ่มลงไปอีก 30 นาย เพื่อเร่งทำแนวกั้นน้ำร่วมกับกรมชลประทาน และหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ของกองบัญชาการกองทัพไทย


ผวจ.นครราชสีมาสั่งพร่องน้ำ4เขื่อนชลประทานหวั่นทะลัก


             ที่ห้องประชุมท้าวสุรนารี ชั้นล่างอาคารศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เมื่อเวลา 14.00 น. นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา ได้เรียกนายอำเภอ และ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุม วางแผนเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม หลัง กรมอุตุ ฯ ระบุ เส้นทางของ พายุ “ นาลแก ” ได้พัดผ่านพื้นที่ จ.นครราชสีมา บรรยากาศ ผู้เข้าร่วมประชุม ส่วนใหญ่จะเป็นบรรดานายอำเภอ ได้พยายามสอบถาม และขอคำยืนยันจาก มล.อนุมาศ ทองแถม ผอ.สน.ชลประทานที่ 8 นครราชสีมา กรณีปริมาณน้ำจากอ่างเก็บน้ำ ฯ จะส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมขัง เหมือนปีที่ผ่านมาหรือไม่ เนื่องจากการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ ในแต่ละอ่าง ฯ ที่ สน.ชลประทานที่ 8 รับผิดชอบ มีปริมาณน้ำเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 95 % เกรงเมื่อ พายุ “ นาลแก ” ซึ่งจะพัดผ่านในอีก 48 ชั่วโมง จะทำให้สถานการณ์วิกฤตหนักขึ้น

             มล.อนุมาศ  ผอ.สน.ชลประทาน ฯ กล่าวชี้แจงว่า ขณะนี้พื้นที่ท้ายอ่าง ฯ มีฝนกระจายทั่ว แต่ตกเพียงเล็กน้อย ต่างจากพื้นที่ป่าต้นน้ำ บริเวณผืนป่าเขาใหญ่-ทับลาน มีฝนตกหนัก วัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 120 มิลลิเมตร จะทำให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำลำตะตอง อ.สีคิ้ว และ อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย เพิ่มมากขึ้น ขณะนี้ทั้งสองอ่าง ฯ มีปริมาณน้ำ 95 % เราจึงเร่งพร่องน้ำออก ในอัตราวันละ 2-2.5 ล้าน ลบ.ม อาจจะส่งผลกระทบในพื้นที่ลุ่ม ต่ำ บางแห่ง ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำมูล ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ในเขต อ.โชคชัย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 11 ซม. สูงกว่าตลิ่ง 36 ซม. อ.เฉลิมพระเกียรติ สูงเพิ่ม 13 ซม. และ อ.พิมาย สูงเพิ่ม 3 ซม. สูงกว่าตลิ่ง 39 ซม. โดยมวลก้อนน้ำใหญ่ ที่เพิ่มอัตราพร่องออกในแต่ละอ่าง ฯ จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำมูล เพิ่มสูงขึ้นอีก 30-50 ซม. ในห้วงเวลาอีก 72 ชั่วโมง จึงขอให้ นายอำเภอ ฯ ที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ข้างลุ่มน้ำมูล รอฟังการแจ้งเตือนจาก สน.ชลประทาน ฯ และ ดำเนินการประสาน อปท.ในพื้นที่ เตรียมแผนอพยพพี่น้อง ประชาชน ไปอยู่ในที่สูง

             ด้าน นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา กล่าวสรุปสถานการณ์ว่า กระแสข่าวลือต่างๆ นานา ระบุน้ำจะเอ่อล้นทะลักเข้าสู่ตัวเมืองเหมือนปีที่ผ่านมา ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ขณะนี้ในพื้นที่ 32 อำเภอ ได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว 22 อำเภอ 121 ตำบล ส่วนใหญ่ จะเป็นเพียงน้ำท่วมขังในพื้นที่เกษตรจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1 แสนไร่ ในพื้นที่ตั้งอยู่สองฝากฝั่งแม่น้ำมูล ส่วนน้ำท่วมขังบ้านเรือน พบน้อยมาก จึงขอให้พี่น้อง ประชาชน เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จากหน่วยงานราชการ ซึ่งจะได้ข้อเท็จจริงได้

             ผวจ.นครราชสีมา กล่าวต่ออีกว่า สิ่งที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ จากการคาดการณ์พายุ “ นาลแก ” จะพัดผ่านในพื้นที่อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ตนจึงได้สั่งการให้ จนท.ชลประทาน เร่งพร่องออกจากอ่างเก็บน้ำ ฯ ทั้ง 4 แห่ง คือ ลำตะคอง , ลำพระเพลิง,ลำแชะ และลำมูลบน ซึ่งมีปริมาณน้ำเกือบเต็มความจุ เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอที่จะรับมวลน้ำก้อนใหญ่ และตนได้สั่งการให้ นายอำเภอด่านขุนทด และ นายอำเภอโนนไทย เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำท่วม เนื่องจาก อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนบน ( อ.ด่านขุนทด ) และ อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนล่าง ( อ.โนนไทย ) มีปริมาณน้ำเกิน 100 % ของความจุ จึงมีน้ำไหลล้นออกจากสปริงเวย์ตลอดเวลา หากมีฝนตกในพื้นที่ซ้ำเข้ามาอีก จึงมีแนวโน้มที่จะเกินน้ำท่วมขัง


 4เขื่อนใหญ่โคราชจ่อล้น-ชาวนาเร่งเก็บข้าวก่อนกำหนด

 

             ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานด้วยว่า สถานการณ์น้ำภายในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พบว่า อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว ปริมาณน้ำปัจจุบัน อยู่ที่ 306.990 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งสิ้น 324.39 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 94.64 % ของความจุทั้งหมด , อ่างเก็บน้ำลำมูลบน อ.ครบุรี ปริมาณน้ำอยู่ที่ 136.020 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 141.00 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 96.47 % , อ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี ปริมาณน้ำอยู่ที่ 261.430 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งสิ้น 275.00 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 95.07 % ของความจุทั้งหมด  , อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย ปริมาณน้ำอยู่ที่ 100.360ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งสิ้น 109.63 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 91.54 % ของความจุทั้งหมด ทำให้ทางสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ยังคงต้องสั่งการให้มีการพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำทั้งหมดลงสู่ลำน้ำธรรมชาติ และคลองส่งน้ำโครงการชลประทาน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มหลายอำเภอ อาทิเช่นอำเภอโชคชัย อ.พิมาย และ อ.ชุมพวง เป็นต้น

             โดยล่าสุดทางจังหวัดนครราชสีมา ได้ประกาศพื้นที่เกิดภัยเมื่อวันที่ 27 และ29 กันยายน2554 จำนวน 18 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง ,  อ.ปากช่อง ,  อ.ปักธงชัย ,  อ.หนองบุญมาก ,  อ.บัวใหญ่ ,  อ.เสิงสาง ,  อ.เฉลิมพระเกียรติ , อ.วังน้ำเขียว , อ.บ้านเหลื่อม ,  อ.ขามสะแกแสง , อ.โชคชัย ,  อ.เมืองยาง , อ.แก้งสนามนาง , อ.ประทาย , อ.พิมาย , อ.บัวลาย และ อ.สีคิ้ว คลอบคลุมพื้นที่  82 ตำบล 744 หมู่บ้าน และยังมีรอการประกาศอีก 2 อำเภอ คือ อ.โนนสูง อ.ลำทะเมนชัย   โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา รายงานเบื้องต้นถึงสถานการณ์ความเสียหายทั้ง 20 อำเภอ ว่ามีผู้ได้รับความเสียหาย/เดือดร้อน ทั้งสิ้น 85,748 คน  21,774 ครอบครัว พื้นที่เสียหายเป็นบ้านอาศัย 336 ครอบครัว พื้นที่การเกษตร 28,726ไร่ บ่อปลา 889  บ่อ สะพาน 3 แห่งท่อระบายน้ำ 1 แห่ง ถนน 80 สาย รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 14,524,350 บาท

             ขณะที่ ชาวนาในหมู่บ้านละลมหม้อ หมู่ที่ 4 ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีนาข้าวอยู่ติดกับลำน้ำลำตะคอง ต้องเร่งเกี่ยวข้าวก่อนกำหนด เนื่องจากสถานการณ์น้ำในลำน้ำลำตะคองเพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมนาข้าวแล้วบ้างส่วน ด้วยปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุ นาลแก ประกอบกับทางอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้ทำการพร่องน้ำออกจากอ่างเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาอีกในช่วงนี้ เพราะปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคองขณะนี้มีความจุกักเก็บมากกว่า 94 % ของความจุอ่างทั้งหมด โดยล่าสุดปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคองอยู่ที่ 306.990 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 324.39 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 94.64 %  และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ในช่วงนี้เฉลี่ยวันละ 5 - 8 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ขณะที่การพร่องน้ำออกทางลำน้ำธรรมชาติทำได้เพียงวันละ 2.7 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน โดยไม่สามารถที่จะเปิดประตูระบายน้ำหลักของอ่างฯได้เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลให้พื้นที่ตอนล่างของอ่างเก็บน้ำเกิดภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้

             นายสุนทร สอดสูงเนิน อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 336 บ้านละลมหม้อ หมู่ที่ 4 ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา หนึ่งในชาวนาที่ต้องเร่งเกี่ยวข้าวหนีสถานการณ์น้ำท่วม กล่าวว่า ข้าวที่ได้ทำการเก็บเกี่ยวในวันนี้ มีอายุประมาณ 100 วัน เท่านั้น ยังไม่โตเต็มที่ ซึ่งปกติแล้วข้าวที่โตเต็มที่จะต้องมีอายุ 120 วัน แต่สาเหตุที่จำเป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยวก่อนกำหนด ก็เนื่องจากเกรงว่าน้ำจากลำน้ำลำตะคองอาจจะเอ่อล้นเข้าท่วมนาข้าวของตนเองที่อยู่ติดกับลำน้ำสายนี้ เพราะสังเกตเห็นว่าปริมาณน้ำในลำน้ำลำตะคองที่ไหลผ่านเพิ่มปริมาณสูงขึ้นทุกวัน จนเอ่อล้นตลิ่งเป็นช่วงๆ ประกอบกับสถานการณ์ฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ และจากการติดตามพยากรณ์อากาศทำให้ทราบว่าในช่วงนี้ไปจนถึงกลางเดือนจะเกิดฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำจากลำน้ำเอ่อเข้าท่วมนาข้าวของตนเองสร้างความเสียหายเมื่อเช่นเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนกำหนด เช่นเดียวกันกับชาวนาในพื้นที่ที่อยู่ติดกับลำน้ำลำตะคองในพื้นที่ ต.โคกกรวด ประมาณ 3,000 ไร่ ก็ต่างพากันทยอยเกี่ยวข้าวทั้งที่ยังไม่ถึงกำหนดเก็บเกี่ยวหนีน้ำจนเกือบหมดแล้ว

             " ตนเองมีนาข้าวทั้งหมดจำนวน 7 ไร่ คาดว่าน่าจะได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 5 ตัน แต่หากนำไปจำหน่ายตามโรงสีต่างในช่วงนี้ก็จะถูกกดราคาเนื่องจากข้าวยังไม่สุกงอมเต็มที่อีกทั้งยังมีความชื้นสูงจึงเตรียมที่จะนำข้าวทั้งหมดเข้าร่วมในโครงการรับจำนำข้าวที่ทางรัฐบาลเตรียมที่จะเริ่มโครงการในวันที่ 7 ต.ค.2554 นี้ แต่ก็ยังมีความกังวลว่าข้าวของตนเองอาจจะมีคุณสมบัติไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลได้ เนื่องจากเบื้องต้นทราบว่าทางรัฐบาลจะรับจำนำข้าวที่มีความชื้นไม่เกิน 15 % ตันละ 15,000 บาท ตามนโยบายที่เคยใช้ในการหาเสียง ในขณะที่ข้าวของตนเองนั้นมีความชื้นสูงกว่า 30 % อีกทั้งยังไม่โตเต็มที่จึงอาจจะถูกปฏิเสธการเข้าร่วมโครงการฯได้ ดังนั้นจึงอยากวอนให้ทางรัฐบาลช่วยผ่อนผันหลักเกณฑ์การรับจำนำข้าวเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในส่วนนี้ด้วย เนื่องจากชาวนาในพื้นที่ตำบลโคกกรวดแทบทุกรายขณะนี้ต่างกำลังกังวลกับปัญหานี้เช่นเดียวกัน " นายสุนทร กล่าว
 

ปราจีนบุรีวิกฤติน้ำท่วมกระทบการเดินรถไฟ


             ที่  อ.บ้านสร้าง  จ.ปราจีนบุรี  ฝนที่ตกหนักตั้งแต่คืนวันจันทร์  ส่งผลให้ถนนหลายสาย และตัวตลาดเทศบาลตำบลบ้านสร้าง  เกิดน้ำท่วมขังสูงกว่า  50   เซ็นติเมตร   โดยที่ชาวบ้านไม่สามารถเคลื่อนย้านสิ่งของได้ทัน  เนื่องจากน้ำทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว   นอกจากนั้นน้ำยังเอ่อท่วมทางรถไฟ ช่วงสถานีบ้านสร้าง ถึง สถานีหนองน้ำขาว ระดับน้ำท่วมรางระหว่าง กม.ที่ 104 ถึง 105 สูงประมาณ 20 ซ.ม.ทำให้ขบวนรถไฟที่จะผ่านไปยังสถานีปราจีนบุรี ต้องขนถ่ายผู้โดยสารที่ สถานีบ้านสร้าง แล้ว  และจัดหารถรับผู้โดยสารไปส่งยัง สถานีปราจีนบุรี  ซึ่งล่าสุดจนถึงขณะนี้ขบวนรถทุกขบวนก็ยังไม่สามารถผ่านได้ ทำให้ผู้โดยสารที่จะโดยสารรถไฟต้องได้รับความเดือดร้อน บางรายต้องไปพึ่งรถตู้โดยสารแทน  จนถึงขณะนี้เขต อ.บ้านสร้าง  เริ่มประสบปัญหารุนแรงขึ้น


 ศิลปินดารากองทัพเรือ ร่วมบรรจุถุงยังชีพ


              จากกรณีที่ได้เกิดพายุฝนถล่มในหลายจังหวัดของประเทศไทย ทำให้บ้านเรือนไร่นาและสิ่งสาธารณะประโยชน์ต่างได้รับความเสียหาย ราษฎรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้ทรงพระกรุณาโปรดให้บรรจุถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากสภากาชาดไทย กว่า  6,500 ชุด อย่างเร่งด่วน ณ ฝูงบิน 2 กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อเตรียมเข้าให้ความช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ภาคกลาง ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้

             วันที่ 4 ก.ย.นี้  พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้นางสมถวิล ยังอยู่ ผู้ช่วยเลขานุการในพระองค์ เป็นผู้แทนฯ นำกำลังพลของกองทัพเรือ ร่วมกับศิลปินดารานักแสดงช่อง 3 อาทิ แจ็คกี้ ช่าคอลีน, อดิศร อรรถกฤษณ์, อัศนัย เทศทะวงศ์, เบญจศิริ วัฒนา, และอติเทพ ชดช้อย ร่วมกับ แม่บ้าน ทหารบก ทหารเรือ ชมรมคนไทยพัทยา นักโดดร่มหญิงกองทัพเรือ เทศบาลเมืองสัตหีบ ข้าราชการทหารเรือ พระภิกษุสงฆ์วัดสัตหีบ และข้าราชบริพารในพระองค์ รวมแล้วกว่า 350 คน ร่วมบรรจุถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากสภากาชาดไทย จำนวน 6,500  ชุด เพื่อเตรียมเข้าให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน จากอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางอย่างเร่งด่วน

             ศิลปินดารานักแสดง ได้กล่าวให้กำลังใจกับผู้ประสบภัยและขอให้อดทน คนไทยทุกคนเป็นห่วงพร้อมให้กำลังใจ และให้ความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ และขอให้นายทุนที่ตัดไม้ทำลายป่าได้หยุดการกระทำดังกล่าว เนื่องจากเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว และสร้างความเดือดร้อนให้กับมวลมนุษยชาติ พร้อมกับขอให้คนไทยที่ไม่ได้รับความเดือดร้อนมาเป็นกำลังใจและร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยกันมากๆ ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

             นางสมถวิล ยังอยู่ ผู้ช่วยเลขานุการในพระองค์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงมีความห่วงใยราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม จึงได้จัดเตรียมถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยแล้ว ยังเป็นการแบ่งเบาพระราชภาระในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น