ข่าว

'ศรายุธ กัลยา'นายก ทม.พะเยา

'ศรายุธ กัลยา'นายก ทม.พะเยา

05 ต.ค. 2554

'ศรายุธ กัลยา'นายก ทม.พะเยา ดันปัญหาผักตบชวาสู่วาระจังหวัด โดย วรัทยา ไชยลังกา

           "กว๊านพะเยา" ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับ 1 ของภาคเหนือ มีพื้นที่กว้างกว่า 1.2 หมื่นไร่ ถือเป็นมรดกตกทอด เป็นสัญลักษณ์สำคัญของ จ.พะเยา ทว่า การบริหารจัดการโดยเฉพาะ ปัญหาผักตบชวา ที่ลอยเกลื่อนเต็มกว๊าน ส่งให้ "ศรายุธ กัลยา" นายกเทศมนตรีเมืองพะเยา เร่งผลักดันปัญหานี้เป็นวาระจังหวัด บูรณาการแก้ปัญหานี้อย่างครบวงจร ควบคู่พัฒนาท่องเที่ยวริมกว๊าน พร้อมยกระดับการศึกษาโรงเรียนเทศบาลให้ทัดเทียมโรงเรียนส่วนกลาง 

           "ศรายุธ" นั่งตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองพะเยา เมื่อกลางปี 2551 รวมเวลาขณะนี้กว่า 2 ปี 6 เดือน ทำให้เห็นปัญหามากมาย โดยเฉพาะปัญหาผักตบชวาในกว๊านพะเยา ที่ครอบคลุมพื้นที่ 3-4 พันไร่ ซึ่งอยู่ในการควบคุมดูแลของกรมประมง ดังนั้น การจะดำเนินการอย่างไรจำต้องขออนุญาต จึงทำให้การแก้ปัญหาไม่เป็นรูปธรรมและไม่มีการบูรณาการ ท้องถิ่นแต่ละแห่งทำด้วยตนเองตามกำลังและงบประมาณที่มีอยู่

           ทั้งนี้ เคยมีการเสนอให้ จ.พะเยา เป็นเจ้าภาพการบริหารจัดการ โดยระดมเงินจากท้องถิ่นทุกแห่งมาบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ กำจัดส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือต้องอนุรักษ์ไว้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทั้งจักสานและทำปุ๋ย โดยแบ่งโซนให้เหมาะสม เพราะหากปล่อยให้ตาย ทับถม จะก่อให้เกิดความตื้นเขินและน้ำเน่าเสียได้ แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับมากนัก อย่างไรก็ตาม กว๊านพะเยาไม่ใช่ของ ทม.พะเยา แต่เป็นของคนทั้งจังหวัด หากการบริหารจัดการครบวงจรสามารถเกิดขึ้นได้เชื่อว่าปัญหาผักตบชวากว๊านพะเยาจะแก้ไขได้ภายใน 4-5 ปี 

           อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดูแลของเขต ทม.พะเยา ตลอดระยะทาง 3 กิโลเมตร ได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการทำแนวรั้วกั้นไม่ให้ผักตบลอยเข้ามา พร้อมปรับปรุงถนนโดยรอบให้สวยงาม ซึ่งก็ได้รับความพึงพอใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ดูได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 500 คน  

           "ศรายุธ" กล่าวอีกว่า ยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาเป็นอีกเรื่องเร่งด่วนที่กำลังลงมือทำ เพื่อพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ ขณะนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าโรงเรียนเทศบาลเป็นแหล่งรองรับเก็บตกนักเรียนที่พลาดหวังจากการสอบเข้าสถาบันการศึกษาอื่น ทม.พะเยา จึงตั้งเป้าจะปรับปรุงให้โรงเรียนเทศบาลทั้ง 6 แห่งมีคุณภาพทัดเทียมโรงเรียนรัฐบาลและเอกชนอื่นๆ 

           "ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นำนักศึกษาจีนที่มาเรียนแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยสอนภาษาจีนให้แก่โรงเรียนในสังกัดโดยนำร่องนักเรียนชั้นอนุบาล และชั้น ป.1 อย่างละ 1 แห่ง ในปี 2555 จะขยายสู่ชั้น ป.2-ป.6 และได้ลงนามความร่วมมือกับโรงเรียนพะเยาวิทยาคม ถ่ายเทนักเรียนระดับมัธยมศึกษาให้มาเรียนในโรงเรียนเทศบาล 3 แห่ง โดยจะให้ความช่วยเหลือทั้งเรื่องบุคลากรและสถานที่"

           ส่วนผู้สูงอายุที่ปัจจุบันเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทม.พะเยา ได้ให้ความสำคัญเต็มที่ ทั้งการทำโครงการรำวงย้อนยุคผู้สูงอายุ ออกกำลังกายช่วงเย็น พร้อมกันนี้ยังมีโรงเรียนผู้สูงอายุ ที่จัดผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ลงพื้นที่ จัดการเรียนการสอนตามวัด ทั้งกิจกรรมวาดภาพ เล่าเรื่องความหลัง สอนหนังสือ ฝึกเล่นดนตรี เล่นอังกะลุง โดยตลอด 2 ปีที่จัดกิจกรรมดังกล่าวมามีนักเรียนสูงอายุแล้วกว่า 200 คน สร้างความสุขให้แก่ผู้สูงอายุที่ได้มีกิจกรรมพูดคุย พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาสมองอีกด้วย

           อย่างไรก็ตาม  "ศรายุธ" มีโครงการเมกะโปรเจกท์หลายอย่างแต่ติดขัดเรื่องงบประมาณ ทั้งสร้างสนามกีฬาฟุตบอลที่ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาเขต เนื่องจากในพื้นที่ขณะนี้ยังไม่มีสนามกีฬาที่ได้มาตรฐานแม้แต่แห่งเดียว หากได้รับงบก่อสร้างจะเป็นการส่งเสริมทั้งทางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวไปในตัว

           "ก่อนหน้านี้ จะกู้เงินจากสถาบันการเงินจำนวน 290 ล้านบาทเป็นงบในการดำเนินการ แต่ด้วยระเบียบของกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกู้เงินได้ไม่เกิน 35% ของเงินลงทุน หรือกู้ได้เพียง 40 ล้านบาทเท่านั้น จึงต้องพับโครงการไปก่อน" ศรายุธ กล่าวปิดท้าย