
"เตีย บันห์ปัดให้พาสปอร์ตทักษิณหลบหนี
"เตีย บันห์" ยัน "ทักษิณ" ไม่เคยเข้าเขมร ปัดให้พาสปอร์ตหลบหนี ด้าน "ประวิตร" โยนใช้กฎหมายสอบพลทหารตาย วุฒิสภารอมชอม ให้โหวตตัวแทน กก.ปรองดองในที่ประชุมวุฒิ พร้อมเสนอตัดชื่อ "แก้ไขรธน." ออก "บัญญัติ"แนะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่หลังแก้ รธน.เสร็จ ศึกชิง 35
(29เม.ย.) พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้รับพาสปอร์ตจากประเทศกัมพูชาในการหลบหนีเข้าประเทศว่า ไม่มี กัมพูชาจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หลบเข้ามาอยู่บริเวณเกาะกง พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า ไม่มี ไม่ว่าจะเป็นเกาะกงหรือเกาะอื่นๆของกัมพูชาก็ไม่มี เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยเข้ามาในบริเวณประเทศกัมพูชา
เมื่อถามถึงกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ มีปัญหาขัดแย้งกับสมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้มีการทำความเข้าใจหรือยัง พล.อ.เตีย บันห์ แสดงสีหน้าไม่สบายใจ ก่อนกล่าวว่า เรื่องแล้วไปแล้ว ไม่มีอะไร
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นพลทหารเสียชีวิตในบ้านพักรับรองแม่ทัพภาคที่ 1 ว่า ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย ซึ่งต้องสืบสวนสอบสวนกันไป ไม่มีปัญหาอะไร ต้องว่ากันตามกฎหมาย
วุฒิรอมชอมให้โหวตตัวแทนกก.ปรองดองในที่ประชุมวุฒิ
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่อาคารรัฐสภา 2 มีการประชุมร่วมกันระหว่างส.ว.และคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) มีนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ประธานวิปวุฒิ เป็นประธานการประชุมเพื่อเลือกตัวแทน ส.ว. 7 คน และเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน ไปเป็นคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเพื่อความปรองดองและสมานฉันท์และแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากที่นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา สั่งยกเลิกรายชื่อ 7 ส.ว. ที่วิปวุฒิเตรียมเสนอไปยังประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ 28 เมษายน เนื่องจากโดนทักท้วงจากส.ว.บางส่วนว่า การเสนอชื่อส.ว.ควรผ่านที่ประชุมวุฒิสภารับรอง ทั้งนี้ ไม่เปิดให้สื่อมวลชนเข้าฟัง โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง
นายนิคม เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้ ส.ว.ที่ต้องการเป็นตัวแทนของวุฒิสภาเป็นคณะกรรมการฯให้สมัครที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาภายในเวลา 12.00 น.วันที่ 30 เม.ย. นอกจากจากนี้ส.ว.สามารถเสนอรายชื่อผู้ทรงวุฒิ 2 คน โดยจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวภายในวันเดียวกัน จากนั้นจะมีการลงคะแนนในการประชุมวุฒิสภาวันที่ 1 พ.ค.ในช่วงเช้า โดยบัตรลงคะแนน ส.ว. 1 คนลงคะแนนเลือกตัวแทนได้ 7 คนและเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน หากคะแนนเท่ากันก็จะจับฉลาก เมื่อได้ตัวแทนแล้วก็ส่งรายชื่อไปยังประธานรัฐสภา พร้อมแนบความเห็นว่า ให้ตัดคำว่า “แก้ไขรัฐธรรมนูญ” ออกจากชื่อคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อไม่ให้สังคมรู้สึกว่ามีการตั้งธงแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการฯชุดดังกล่าวจะพิจารณาเองว่า จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่
รายงานข่าวจากที่ประชุมแจ้งว่า ส.ว.มีการเสนอความเห็นหลากหลายอาทิ พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ ส.ว.สุราษฎร์ธานี 1 ใน 7 ผู้ได้รับการเสนอชื่อในครั้งแรก เสนอว่า ควรลงมติในที่ประชุมวุฒิสภาว่า วุฒิสภาเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 หรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วย วุฒิสภาก็ไม่ต้องส่งส.ว.เข้าไปร่วมในคณะกรรมการชุดดังกล่าว ส่วนนายประสงค์ นุรักษ์ ส.ว.สรรหา เสนอว่า ส.ว.ไม่ควรเข้าไปร่วมในตอนนี้ เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการประชามติจากประชาชน ก็ควรให้ประชาชนประชามติก่อน ถ้าประชาชนเห็นด้วยว่าต้องแก้ วุฒิสภาค่อยเข้าไปมีส่วนร่วม
ส่วนนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี 1 ในผู้ได้รับการเสนอชื่อในครั้งแรก ชี้แจงว่า ตนไปร่วมประชุมวิป 3 ฝ่าย วิปทุกฝ่ายก็เห็นว่า ประเทศมีวิกฤตจริง และเห็นพ้องว่า ควรถอยคนละสองสามก้าว จึงให้มีกรรมการชุดนี้ โดยกรรมการชุดนี้ไม่ใช่จะมาดูเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการพิจารณาหาทางแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งนายกฯก็ได้เปิดทางแล้วโดยระบุว่า ให้พรรคร่วมรัฐบาลรวมประเด็นรัฐธรรมนูญส่งมาภายใน 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะกลุ่ม 40 ส.ว. ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมองว่า ควรใช้รัฐธรรมนูญไปก่อน ทั้งนี้ในช่วงเช้านายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ได้นัดหารือและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับประธานคณะกรรมาธิการสามัญทุกคณะ โดยได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวด้วยทำให้ลดความตึงเครียดในการประชุมวิปวุฒิได้
"บัญญัติ"แนะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่หลังแก้ รธน.เสร็จ
นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนร่วมเป็นคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมือง เพื่อความปรองดองและสมานฉันท์และแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะเคยคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาแล้ว แต่รู้สึกเป็นห่วงองค์ประกอบของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เพราะมีแต่ฝ่ายการเมือง ซึ่งสามารถมองได้ว่าไปครอบงำการตัดสินของคณะกรรมการฯ
นายบัญญัติ กล่าวว่า ตนอยากเสนอให้คณะกรรมการดำเนินการคือ 1.ควรตั้งคณะอนุกรรมการในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ สร้างความเข้าใจในค่านิยมประชาธิปไตยที่ถูกต้องให้กับประชาชน โดยในการตั้งคณะอนุกรรมการต่าง ๆ ควรจะมีคนจากทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมด้วย และให้มีฝ่ายการเมืองเป็นเสียงส่วนน้อย เพื่อป้องกันข้อครหาว่าการเมืองครอบงำ 2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรดูมาตราที่กระทบต่อประโยชน์ของชาติ ไม่ใช่เรื่องที่กระทบต่อผลประโยชน์ของนักการเมืองล้วนๆ เพราะจะเป็นอันตราย 3. ขอให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริงๆ 4.ต้องรับฟังความเห็นของประชาชน ไม่น้อยกว่า ตอนร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 หากไม่ทำอย่างนี้ แทนที่รัฐธรรมนูญจะสร้างความสมานฉันท์ อาจกลายเป็นสาเหตุของการเกิดวิกฤตรัฐธรรมนูญขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นผลที่ออกมาจะต้องอธิบายให้สังคมเข้าใจได้ และเมื่อแก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว โดยที่ทุกภาคส่วนเห็นด้วย หากบรรยากาศทางการเมืองไม่มีอะไรติดขัดก็ควรจะมีการยุบสภาแล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่
ศึกชิง35กมธ.สภาเดือดปชป.ให้จับสลากล้างไพ่ใหม่ "พท."ขวาง
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมสภาฯ โดยได้นำวาระการเลือกตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ(กมธ.)ประจำสภาผู้แทนราษฎร(ใหม่) จำนวน 35 คณะๆละ 15 คน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2551 ข้อ 42 ขึ้นมาพิจารณา โดยแบ่งตามสัดส่วนตัวแทนพรรคการเมืองที่ได้เป็นประธาน ดังนี้ พรรคเพื่อไทย 14 คณะ พรรคประชาธิปัตย์ 13 คณะ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคละ 2 คณะ พรรครวมใจไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคประชาราช พรรคละ 1 คณะ
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตนได้หารือกับตัวแทนของทุกพรรคการเมืองมาเป็นระยะๆ ในเรื่องของการตั้งกมธ.ซึ่งจะใช้วิธีการจับสลากเลือกคณะกันตามโควต้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความเสมอภาคโดยให้แต่ละพรรคไปคัดเลือกตั้งบุคคลที่จะเป็นประธานมา แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย โดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย แจ้งมาเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถตกลงกันได้ ดังนั้นถ้าวันนี้พรรคเพื่อไทยไม่มีความพร้อมก็ขอให้เสนอต่อประธานหรือให้เลื่อนวาระออกไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายชินวรณ์ อภิปรายถึงตรงนี้ทำให้ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วง โดยนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การหารือในการตั้งกมธ.ควรเป็นเรื่องภายในของวิปทั้งสองฝ่ายอย่ามาโยนขี้ให้กับคนอื่นอย่างนี้ ซึ่งก็รู้กันดีอยู่ว่าสาเหตุที่ไม่ลงตัวนั้นติดขัดอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย ที่มีรัฐมนตรีคุมกระทรวงคมนาคม ก็อยากจะได้ประธานกมธ.คมนาคม จากพรรคเพื่อไทย ไปดูแล ตรงนี้ต้องคุยกัน แต่ถ้าจะให้รื้อทั้ง 35 คณะคงไม่ถูกต้อง ตนเห็นว่าควรจะไปเติมเต็มในส่วนของกมธ.ที่มีสมาชิกไม่ครบ 15 คนจะดีกว่า
ขณะที่นายชินวรณ์ ได้ยืนยันว่า เรื่องนี้มีการหารือกันแป็นระยะๆ การจับสลากทั้ง 35 คณะ ก็เป็นข้อเสนอของทุกพรรคการเมือง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมไม่ใช่ใช้เสียงข้างมากลากไป โดยให้แต่ละพรรคไปเสนอชื่อเข้ามาในสภา ส่วนตำแหน่งประธานก็ให้ไปโหวตเอาเองในกมธ.
ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกมธ.การเงิน การคลัง และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ลุกขึ้นกล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะใช้การจับสลากเพราะตนไม่ได้ทำอะไรผิด จะมาปลดตนจากตำแหน่งได้อย่างไร
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย อดีตรองประธานสภาฯ คนที่ 1 กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่ามีกมธ.อยู่ครบทุกคณะและถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ตอนนี้มีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล มีการยุบพรรค ถ้าสมมติว่ามีประธานกมธ. คณะหนึ่งไม่ยอมลาออกจะทำอย่างไร และใครจะมาชี้ว่าเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ เพราะสภาไม่มีอำนาจในการวินิจฉัย แต่ถ้าต้องมีการเปลี่ยนตัวประธานกมธ.ใหม่ ตรงนี้ถือเป็นเหตุผลเดียวกันกับที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานสภาฯด้วยหรือไม่ ตนเห็นว่าไม่ควรจะเปลี่ยนตำแหน่งประธานกมธ.โดยให้สองฝ่ายไปคุยกัน เพื่อให้ได้สัดส่วนลงตัว ถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนกมธ.ทั้งหมด คงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่อภิปรายกันมากว่า 1 ชั่วโมง นายชัยได้ตัดบทว่า เพื่อความสมานฉันท์และความปรองดองขอให้วิปทั้งสองฝ่ายไปหารือกันและให้ได้บทสรุปภายในวันพรุ่งนี้(30 เม.ย.) ซึ่งตนจะคอยดูความสามารถของวิปทั้งสองฝ่าย ทำให้นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน แย้งว่า คาดว่าจะเสร็จไม่ทันในวันพรุ่งนี้ แต่จะทำให้เสร็จสิ้นภายในสมัยประชุมนี้ ขณะที่น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวว่า หากจะเลื่อนไปอีก 1 สัปดาห์ก็รอได้เพราะรอมาแล้ว 3 เดือน ทำให้นายชัย ย้ำว่า พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากัน แต่ตนอยากให้เสร็จไวๆ จะได้เริ่มทำงานกันได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการอภิปราย นายชัย ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ที่ตนขอหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนเพราะเกรงว่าระหว่างนี้หากกมธ. ไปดูงานต่างประเทศ อาจจะขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้นควรทำให้จบๆจะได้ไปเมืองนอกกันได้ ปรากฏว่านายสุนัย ได้อภิปรายแย้งว่า ในขณะนี้ประเทศไทยประสบภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ งบลงทุนก็ลดลง จึงไม่อยากให้ส.ส.ไปดูงานต่างประเทศ แต่นายชัย ตอบว่า การที่ส.ส.ไปดูงานต่างประเทศก็เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่นายสุนัย ได้อภิปรายย้ำว่า ส.ส.ไม่ควรไปเมืองนอกกันแล้ว เพราะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ส.ส.ก็ตกลงกันว่าจะไม่ไปดูงานเมืองนอก ทำให้นายชัย กล่าวเสริมว่า ถ้าไม่ไปเมืองนอกจะดีที่สุด เพื่อเงินจะได้เหลือเอาไปสร้างรัฐสภาแห่งใหม่



