ข่าว

ศอส.สรุปน้ำท่วมยังวิกฤติ25จว.ดับ224

ศอส.สรุปน้ำท่วมยังวิกฤติ25จว.ดับ224

04 ต.ค. 2554

ศอส.สรุปน้ำท่วมยังวิกฤติ 25 จังหวัด เสียชีวิต 224 ราย พร้อมเตือน 6 จังหวัด ระวังพายุ'นาลแก'6-8 ต.ค.นี้

         4 ต.ค.54 นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์ อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 25 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี เชียงใหม่ ยโสธร และร้อยเอ็ด รวม 178 อำเภอ 1,387 ตำบล 10,708 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 791,423 ครัวเรือน 2,474,128 คน ผู้เสียชีวิต 224 ราย สูญหาย 2 ราย พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 7,528,805 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บ่อปลา 107,732 บ่อ สัตว์ได้รับผลกระทบ 8,511,689 ตัว น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้ รวม 168 สาย แยกเป็น ทางหลวง 47 สาย ใน 12 จังหวัด ทางหลวงชนบท 121 สายใน 20 จังหวัด

         นายพระนาย กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากและระดับน้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้ม เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะลุ่มน้ำปิง ที่ อ.แม่วาง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ลุ่มน้ำน่าน ที่ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ลุ่มน้ำมูล ยังมีน้ำล้นตลิ่งในหลายอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ลุ่มน้ำชี ที่ อ.มัญจาคีรี อ.เมืองขอนแก่น อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น อ.โกสุมพิสัย อ.เมือง จ.มหาสารคาม อ.จังหาร อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และอ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ลุ่มน้ำโขง ที่ อ.เมือง จ.เลย ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ที่ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ลุ่มน้ำท่าจีน ที่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

         ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานการณ์น้ำทรงตัว ปริมาณน้ำไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ 4,524 ลบ.ม.ต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยาปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,578 ลบ.ม.ต่อวินาที ปริมาณน้ำไหลผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 3,441 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ 10 จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่วนสำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำ 95 เปอร์เซนต์ เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนแควน้อย มีปริมาณน้ำ 96 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 138 เปอร์เซ็นต์

         นายพระนาย กล่าวต่ออีกว่า ในวันนี้จะมีฝนตกค่อนข้างหนักมากกระจายในทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดเลย) ภาคใต้ตอนบน พร้อมเตือนให้เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 6 จังหวัด ดังนี้ ตาก (อำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด อำเภอท่าสองยาง) สุโขทัย (อำเภอศรีสัชนาลัย) กำแพงเพชร (อำเภอขาณุวรลักษบุรี อำเภอคลองลาน) นครสวรรค์ (อำเภอแม่เปิน อำเภอแม่วงค์) ระนอง (อำเภอกระบุรี อำเภอกะเปอร์) พังงา (อำเภอกะปง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า) ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยหมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ หากสถานการณ์วิกฤต จะได้อพยพหนีภัยได้อย่างทันท่วงที สำหรับพายุโซนร้อนนาลแก คาดจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 5 ตุลาคม นี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทำให้บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 6 - 8 ตุลาคม 2554 ศอส. จึงได้ประสานจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ภัย และแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบปริมาณน้ำและความเร็วของกระแสน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมอพยพหนีภัยได้ทันท่วงที

         "ศอส.ได้กำชับให้เฝ้าระวังพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะบริเวณวัดไชยวัฒนาราม ป้อมเพชร เกาะเมือง โดยระดมสรรพกำลังและทรัพยากรสนับสนุนจังหวัดอย่างเต็มที่ พร้อมมอบหมายให้ กรมชลประทาน และกรมทรัพยากรน้ำร่วมกันวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์น้ำในภาคเหนือ โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์การไหลของน้ำ จะได้วางแผนเตรียมพร้อมและใช้ประโยชน์ในการแจ้งเตือนภัยแก่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างทันท่วงที"ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว

 

กทม.เฝ้าระวัง 27 ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ

         นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่กทม.วันนี้ยังคงปกติ แต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่นอกคันกั้นน้ำทั้ง 27 ชุมชน เพราะในช่วงกระแสน้ำขึ้นจะทำให้น้ำเข้าท่วมในพื้นที่ แต่ระดับน้ำจะลดลงเองใน 2-3 ชั่วโมงต่อมา ส่วนน้ำในคลองมหาสวัสดิ์ยังปกติ นอกจากนี้สำหรับน้ำทะเลหนุนวันนี้มีฐานน้ำหนุนประมาณ 1 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวัดได้ 1.81 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยปริมาณน้ำไหลผ่านที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยาวัดได้ 3,516 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระราม 6 วัดได้ 4,827 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

 

ผู้ว่าฯปทุมธานี สั่ง นอภ.กู้วัดสะแก จมน้ำ

         นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้สั่งให้นายจตุพร ชนะศรี นายอำเภอสามโคก จ.ปทุมธานี ให้เร่งกู้น้ำภายในวัดสะแก เนื่องจากเมื่อช่วงเวลา 02.30 น.แนวคันกั้นน้ำได้ถูกน้ำกัดเซาะแนวคันดินพังทลายลงกว่า 30 เมตร ทำให้น้ำเข้าท่วมโบราณสถานที่มีอายุกว่า 300 ปี ที่กรมศิลปกรได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วได้รับความเสียพร้อมสิ่งของทางวัดที่เก็บไว้ใต้ศาลาวัดถูกน้ำท่วมทั้งหมดโดยมีพระครูปทุมวุฒิคุณ เจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบล พร้อมพระ เณร ชาวบ้านได้ร่วมกันออกมาช่วยกันกั้นคันกั้นน้ำรอบวัดใหม่

         ต่อมานายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้มาตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งได้ให้ พ.อ.อ.วัชรพล กระตุดเงิน ปลัดเทศบาลตำบลสามโคก ให้เจ้าหน้าที่เทศบาลช่วยกันเสริมแนวคันกั้นน้ำใหม่แล้วเปิดทางน้ำคอสะพานให้น้ำภายในวัดไหลลงคลองแล้วค่อยสูบน้ำออกให้แห้งคงใช้เวลาอีกสองวัน ซึ่งทางวัดจะจัดงานไหว้พระพอดีกับงานวัด

 

 

สสจ.ชัยนาทเฝ้าระวังโรคท้องร่วงจากนำท่วม

         นพ.ณรงค์ ตั้งตรงไพโรจน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ผู้ประสบอุทกภัย ที่ หมู่ 8  ตำบลตลุก อำเภอสรรพยา  จ.ชัยนาท   ป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษ  จำนวน 99 คน จากการรับประทานอาหารกล่องที่มีผู้บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่เนื่องจากพื้นที่ถูกน้ำท่วม การเดินทางไม่สะดวก ใช้เวลานานในการขนส่ง อาหารจึงอาจเกิดการบูดเน่าได้ ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ได้ส่งทีมเฝ้าระวังสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ออกปฏิบัติการเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคอาหารเป็นพิษในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมในจังหวัดชัยนาทแล้ว

         นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท กล่าวอีกว่า ได้ให้คำแนะนำกับทางผู้ประกอบอาหารที่จะนำมาบริจาคให้ผู้ประสบภัยต้องปรับปรุงสุขาภิบาลอาหารให้ได้มาตรฐาน เน้นเรื่องความสะอาดในการประกอบอาหาร วัสดุ อุปกรณ์ ภาชนะ การล้างและเก็บ การจัดน้ำดื่มที่สะอาดให้เพียงพอ และให้สุขศึกษาเรื่องความสะอาดการปรุง การล้างมือ การหยิบตักอาหาร และการล้าง เก็บ วางภาชนะที่ปลอดภัย

 

เขตกบินทร์บุรียังวิกฤต

         สถานการณ์น้ำล่าสุด ที่ชุมชนตลาดเก่ากบินทร์บุรี   อ.กบินทร์บุรี  จ.ปราจีนบุรี  น้ำ ท่วมสูงเกิน 2 เมตร ที่ตลาดเจ้าสำอาง และชุมชนโรงสี กับชุมชนไปรษณีย์ อ.กบินทร์บุรี ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 20 ซ.ม.ทำให้ขณะนี้ระดับน้ำที่ท่วมสูงกว่า 50 ซ.ม.แล้ว ส่วนที่ อ.ศรีมหาโพธิ น้ำจากแม่น้ำยังคงไหลเข้าท่วมตลาดท่าประชุมอย่างต่อเนื่อง   ส่วนที่ อ.เมือง น้ำยังคงท่วมพื้นที่ตัวเมืองและสถานที่ราชการหลายแห่ง ส่วนที่ อ.บ้านสร้าง  ช่วงเช้าน้ำได้ทะลักเข้าท่วมตัวตลาดอ  จนทำให้ระดับน้ำสูงกว่า 70 เซ็นติเมตร  สร้างความเดือดร้อนทั้งอำเภอ