
เจ้าพระยาทะลักท่วมวัดไชยวัฒนาราม
น้ำเจ้าพระยาทะลักพังคันดินป้องกันโบราณสถานวัดไชยวัฒนารามเสียหายน้ำหลากเข้าท่วมสูง 1.50 เมตร ชาวบ้านเร่งเก็บข้าวของหนีอลหม่าน
วันที่ 4 ต.ค.54 ที่วัดไชยวัฒนาราม ต.บ้านป้อม อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา เกิดเหตุน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ซัดแนวคันดินเสริมด้วยกระสอบทราย และแนวกำแพงคอนกรีต สูง 1.50 เมตร พังเสียหายทำให้น้ำไหลเข้าท่วมวัดไชยวัฒนาราม ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ จากนั้นน้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนหน้าวัดไชยวัฒนาราม ส่งผลให้บ้านเรือนประถชาชน ม.8,9 และ10 จำนวน 1,700 ครอบครัว เดือดร้อน โดยขณะนี้ระดับน้ำที่ไหลเข้าท่วมภายในวัดสูง 2 เมตร ส่วนพื้นที่รอบวัดปริมาณน้ำสูง 80-150 ซม.
ในเบื้องต้นทหารจาก ม.พัน 4 สระบุรี เดินทางเข้ามาช่วยชาวบ้านเร่งขนของอพยพขึ้นที่สูงกันอย่างอลหม่าน เนื่องจากปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยายังไหลทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางจังหวัดเร่งหาแนวทางแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหลากเข้าท่วมโบราณสถาน
นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดอยุธยา ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับพนังกั้นน้ำพังที่วัดไชยวัฒนาราม ทำให้น้ำท่วมวัด โบราณสถาน ว่า น้ำเซาะเข้าทางด้านข้างกำแพงวัดที่ติดกับบ้านเรือนประชาชน จึงเร่งเสริมคันดินด้านหน้าวัดและสูบน้ำออก และคาดกู้วัดคืนได้ประมาณ 18.00น. ส่วนกำแพงหน้าวัดเรียบร้อยดี แต่น้ำได้ทะลุด้านข้างวัด จึงทำคันล้อมด้านนอกวัดไชยฯ และเข้าไปซ่อมคันกระสอบบริเวณบ้านคนติดกับวัดไชยฯอีกที จังหวัดตั้งศูนย์ชวยเหลือ ที่วัดเชษฐฯ ด้านทิศตะวันออกเพื่อให้รถสัญจรได้
แนวคันกั้นน้ำรอบวัดสะแก ปทุมธานีพัง น้ำเจ้าพระยาทะลักท่วมสูงกว่า 1 เมตร
เกิดเหตุแนวคันกั้นน้ำรอบวัดสะแก ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นคันดินสูง 2 เมตร หน้าวัดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา สาเหตุจากฝนตกตลอดทั้งคืนทำให้คันดินอ่อนตัวประจวบกับลูกคลื่นจากเรือบรรทุก ที่วิ่งส่งสินค้าตลอดคืนทำให้ลูกคลื่นน้ำแรงตีแนวคันดินพังลงไปน้ำทะลักเข้า ท่วมในรอบวัดสูงกว่า 1 เมตร และสิ่งของภายในวัดพระไม่สามารถเก็บได้ทัน ต้องปล่อยให้จมน้ำหายไปแล้วทำให้ชาว บ้านแตกตื่นเนื่องจากมีเสียงประกาศให้ชาวบ้านออกมาช่วยกันเสริมคันแนวกั้น น้ำไม่อย่างนั้นพื้นที่ชั้นในจมแน่
นอกจากนี้กองทรายที่ทาง อบต.สามโคก นำมากองเพื่อให้ชาวบ้านได้ช่วยกันบรรจุทรายใส่กระสอบเตรียมหนุนแนวบนถนนสาย สามโคก สายในตลอดเส้นทาง ก็จมน้ำไปด้วย ทำให้ชาวบ้านต้องลงไปช่วยงมกระสอบทรายเรียงตัวส่งเป็นทางขึ้นมาจากน้ำสูงถึง เอว และที่คอสะพานข้ามคลองสามโคกได้ถูกน้ำกัดเซาะน้ำทะลักเข้าคลองทำให้ชาวบ้าน ต้องช่วยกันนำกระสอบทรายมาถมทำให้น้ำหยุดไหลได้สำเร็จ ส่วนกระสอบทรายจมน้ำนั้นทำให้ชาวบ้านต้องลงไปงมกระสอบทรายขึ้นมาใส่รถเพื่อ นำไปเสริมแนวคันกั้นน้ำตลอดเส้นทางที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้เพิ่มสูงกว่า 10 ซม. ส่วนเจ้าหน้าที่ อบต.ไม่มีผู้สั่งการเนื่องจากตัวนายกหมดวาระลง จะออกมาช่วยเหลือชาวบ้านไม่ได้กลัวฝ่ายตรงข้ามจะร้องเรียนเอา จึงมีแต่เจ้าหน้าที่ อบต.เพียง 2 คน ออกมาช่วยกันป้องน้ำในครั้งนี้
ปทุมธานีระดับน้ำสูงเพิ่ม 10 ซม.เจ้าหน้าที่ประกาศเตือนเฝ้าดูระดับน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่บ้านเรือนประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขต อ.เมือง และ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ตลอดวานนี้ระดับน้ำทรงตัว กระทั่งเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10 ซม. เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านเรือนริมเจ้าพระยา หลังจากในหลายพื้นที่น้ำเข้าท่วมเส้นทางเข้าออกบ้านจนต้องใช้เรือในการเดินทาง และประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังดูระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
ส่วนการทำคันแนวกั้นน้ำบริเวณริมคลองรังสิต และประตูระบายน้ำกั้นคลองเปรมประชากร เส้นทางน้ำก่อนเข้า กทม. ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังดูระดับน้ำในจุดเสี่ยง เตรียมเสริมกระสอบทรายทำแนวกั้นหากบริเวณแนวคันน้ำเริ่มปริ่มและล้นคันกั้น แต่ขณะนี้ยังสามารถป้องกันน้ำไม่ให้เข้ากทม. ด้วยการเสริมแนวกั้นอย่างมั่นคงและแข็งแรง
ส่วนพื้นที่ที่รับการระบายน้ำจากคลองระพีพัฒน์ จ.สระบุรี ฝั่งตะวันออก เขต อ.หนองเสือ และอ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี น้ำที่ท่วมขังนานกว่าเดือนเริ่มเน่า และส่งกลิ่นเหม็น พื้นที่นาหลายแปลงเร่งเก็บเกี่ยว,พืชผลทางการเกษตรต้องเก็บตัดขายก่อนกำหนด ก่อนที่น้ำจะเข้าท่วมจนไม่สามารถเก็บผลผลิตได้



