
แกะรอยวัยรุ่นปล้นแบงก์ม.หอการค้า
ชิงเงินแบงก์..ม.หอการค้า แกะรอยวัยรุ่น..มือสมัครเล่น : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ
เพียงแค่ไม่กี่นาที คนร้ายฉายเดี่ยวบุกชิงทรัพย์ในธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เงินสด 6.5 แสนบาท หลบหนีลอยนวล...ช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา คนร้ายเป็นชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 20 ปี รูปร่างสันทัด ผิวสองสี สวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงยีน ตัดผมรองทรง ถือถุงพลาสติกสีขาวขนาดพอประมาณ เปิดประตูเดินเข้ามาหาพนักงานธนาคารที่เคาน์เตอร์ พร้อมยื่นเอกสารเขียนข้อความด้วยลายมือว่า “ขอโทษนะ เอาเงินใส่ถุง แล้วนั่งอยู่นิ่งๆ ไม่งั้นผมยิง”
คนร้ายพกอาวุธปืนสั้น คล้ายปืนไทยประดิษฐ์ ซุกซ่อนอยู่บริเวณหน้าท้อง แล้วบอกพนักงานว่า "ผมป่วยต้องการเงินไปรักษา" จากนั้นได้กระโดดข้ามเคาน์เตอร์เข้าไปจี้บังคับพนักงานธนาคารให้เข้าเปิดเซฟ และลิ้นชักเคาน์เตอร์ ณ เวลานั้นในธนาคารมีพนักงานธนาคารอยู่เพียงแค่ 3 คน ด้วยความตื่นตกใจพนักงานธนาคารหยิบเงินสดประมาณ 6.5 แสนบาท ใส่ถุงพลาสติกส่งให้คนร้าย แล้วคนร้ายรีบเร่งฝีเท้าหลบหนีไป ใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 3 นาทีเท่านั้น
จากนั้นพนักงานธนาคารรีบแจ้งความไปยังตำรวจ สน.สุทธิสาร โดย พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผกก.สน.สุทธิสาร พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.สส.บก.น.2 พร้อมชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของอาคารสูง 7 ชั้น ภายในมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พร้อมทั้งนำกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุมาตรวจสอบทั้งหมด
ตลอด 3 วันของการสืบสวนสอบสวนติดตามคนร้ายคนนี้ ชุดสืบสวนของ กก.สส.บก.น.2 ชุดสืบสวนของ สน.สุทธิสาร และชุดสืบสวนของ บก.ศส.บช.น. ได้ข้อมูลที่พอเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีที่เกิดขึ้น เนื่องจากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ภายในมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สามารถบันทึกภาพคนร้ายคนนี้ที่เข้ามาภายในมหาวิทยาลัยตั้งแต่ช่วงบ่ายก่อนเข้าไปในธนาคาร พฤติการณ์ของคนร้ายคนนี้เดินสวมหน้ากากอนามัยเข้ามาในมหาวิทยาลัย จากนั้นเข้ามานั่งที่โต๊ะยาว ที่ไว้สำหรับให้นักศึกษานั่งอ่านหนังสือทำรายงานหรือทำกิจกรรม
โดยคนร้ายมีอาการลุกลี้ลุกลนไม่อยู่นิ่ง ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง คนร้ายใช้โทรศัพท์มือถือพูดคุยเป็นระยะก่อนที่จะเข้าไปชิงทรัพย์ในธนาคาร แล้วหลบหนีโดยไม่ออกทางประตู 2 ของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นทางออกที่จะไปตลาดห้วยขวาง แต่คนร้ายใช้วิธีปีนออกทางกำแพง จากนั้นเดินเลาะรั้วมหาวิทยาลัยแล้วโบกเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างในละแวกนั้นให้ส่งที่ริมถนนวิภาวดีรังสิต
ทั้งนี้ ผศ.ดร.วันชัย รัตนวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ข้อมูลชุดสืบสวนว่าวันเกิดเหตุเป็นวันหยุดของมหาวิทยาลัย แต่ยังมีกิจกรรมติวเด็กนักเรียนมัธยมของบรษัทแห่งหนึ่ง ทำให้มีบุคคลภายนอกเข้ามาในมหาวิทยาลัย ซึ่งธนาคารแห่งนี้เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.30-18.00 น. โดยไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำธนาคาร เพราะอยู่ในพื้นที่มหาวิทยาลัย
"เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นนักศึกษา หรืออดีตนักศึกษา และอาจเป็นเพื่อนของนักศึกษาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะหากเป็นคนร้ายที่ลงมือชิงทรัพย์ธนาคารคงไม่มาป้วนเปี้ยนนั่งและยืนโทรศัพท์มือถือรวมแล้วนานเกือบ 2 ชั่วโมงถึงลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนสอบสวนตั้งข้อสังเกต
แหล่งข่าวในชุดสืบสวนสอบสวนบอกอีกว่า หากเป็นบุคคลภายนอก น้อยนักที่จะรู้ว่ามีธนาคารอยู่ตรงนี้ ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดทั้งหมด ยังพบเอกลักษณ์พิเศษของคนร้าย (ขอปกปิด) และกำลังขอความร่วมมือไปยังร้านค้า หรืออาคารข้างเคียง และอพาร์ตเมนต์ในละแวกนั้นทั้งหมด เพื่อนำภาพวงจรปิดมาตรวจสอบเชื่อมโยงกับตำหนิรูปพรรณของคนร้ายที่ก่อเหตุ
"คาดว่าคนร้ายไม่น่าจะเป็นมืออาชีพ แต่ขอระยะเวลาสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมสักระยะ ส่วนกรณีที่คนร้ายบอกพนักงานธนาคารว่าป่วย จึงต้องการเงินไปรักษา อาจเป็นเทคนิคล่อลวงของคนร้าย แต่ก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนกล่าว
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ตำรวจกำลังหารือกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อเสนอรางวัลนำจับที่ยังไม่ทราบจำนวนแน่ชัดให้แก่ผู้ที่ชี้เบาะแสคนร้ายจนนำไปสู่การจับกุม และกำลังเตรียมเสนอนำภาพของคนร้ายที่มีหน้ากากอนามัยปกปิดใบหน้า และภาพคนร้ายที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยที่อาจได้จากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงจุดที่เกิดเหตุ ลงในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักศึกษาและอาจารย์ช่วยสังเกตเพื่อแจ้งเบาะแสอีกทางหนึ่งด้วย



