
'ปู'จี้ทร.ช่วยกู้ประตูน้ำบางโฉมศรี
"ยิ่งลักษณ์"จี้ทร.ส่งทหารเรือช่วยกู้ประตูน้ำบางโฉมศรีเมืองสิงห์บุรี ยงยุทธ เชื่อ บรรหาร ไม่ได้ปล่อยน้ำท่วมที่อื่นเพื่อรักษาสุพรรณบุรี น้อมรับผลเอแบคโพลล์ระบุคนไม่พอใจรัฐบาลแก้น้ำท่วม ไชยา -แอน มิตรชัย ลงช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่อ่างทอง
3ต.ค. 54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ขอความร่วมมือจากกองทัพเรือให้เข้าไปช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะที่เขื่อนบางโฉมศรี จ.สิงห์บุรี ที่เขื่อนแตก จึงขอความร่วมมือให้เข้าไปสำรวจเพื่อดำเนินการในการเข้าช่วยเหลือ ซึ่งเบื้องต้นพล.ร.อ. สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้จัดเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจเส้นทางความเสียหาย เพื่อที่จะเข้าไปดูแลช่วยเหลือ โดยมอบหมายให้พล.ร.ต.พูลศักดิ์ อุบลเทพชัย ที่ปรึกษาศูนย์บรรเทาสารธาณภัย กองทัพเรือ พร้อมเจ้าหน้าที่ ช่างโยธา เจ้าหน้าที่จากกรมอุทกศาสตร์ กองเรือลำน้ำ และกรมยุทธการ เข้าไปสำรวจในพื้นที่ในวันที่ 4 ต.ค.นี้ เพื่อที่จะได้สำรวจในพื้นที่ต่างๆ ในการช่วยประชาชน
ทหาร-กรมชลเร่งขนย้ายหินลงเรือปิดทางน้ำบางโฉมศรี
ทหารจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและกำลังทหาร กรมการช่างจังหวัดราชบุรีจำนวน 140 นาย ได้ลำเลียงก้อนหินใส่ตาข่าย ร่วมกับคนงานกรมชลประทาน ขนย้ายหินที่บรรจุอยู่ในตาข่ายลงเรือจากถนนสายเอเชียหมู่ 9 ต.ท่างาม อ.อินทร์บุรี เป็นจุดขนย้ายที่ 1 ไปยังจุดขนย้ายที่ 2 บริเวณคันคลองชลประทานมหาราชและจากคันคลองมหาราชไปยังประตูน้ำบางโฉมศรีระยะทางไปและกลับทั้งหมด 1 กิโลเมตรมีเรือลำเรียง 5 ลำ บรรจุหินลำละ 18 กล่องใช้เวลาบรรทุกต่อลำ 40 นาที แบ่งการทำงานตั้งแต่ 07.00- 23.00 น.
ขณะนี้สามารถขนย้ายหินทางน้ำไปปิดกั้นน้ำไหลผ่านเขื่อนบางโฉมศรีได้วันละ400 กล่อง ขยายการทับซ้อนของหินได้หน้ากว้าง 15 เมตรคาดชะลอน้ำได้ระดับหนึ่ง สำหรับการขนย้ายหินทางบกต้องใช้รถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน3 คันใช้เวลาการขนย้ายเดินทางนานกว่า เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนแปลงใช้แผนขนย้ายหินทางน้ำให้มากเที่ยวคาดว่าภายใน 10 วันจะได้หินไปปิดกั้นทางน้ำ
“ยงยุทธ”เชื่อ“บรรหาร”ไม่ได้สั่งปล่อยน้ำท่วมที่อื่น
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า รัฐบาลก็ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และให้รัฐมนตรีแต่ละคนเกาะติดพื้นที่ต่อไป และต้องไม่ประมาท ในพื้นที่ กทม. ก็มีโอกาสที่น้ำจะท่วม ซึ่งก็ต้องป้องกันกันอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ และมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น แต่ขอยืนยันว่าจะไม่ป้องกัน กทม.เพียงแห่งเดียว แล้วปล่อยให้น้ำไปท่วมที่อื่นแทน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เลือกที่จะให้น้ำท่วมจังหวัดข้างเคียงเพื่อรักษา จ.สุพรรณบุรีไว้นั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะโดยส่วนตัวแล้วคงไม่มีใครปล่อยให้น้ำไปท่วมที่อื่น เพื่อรักษาบ้านตัวเองไว้เช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า ผลเอแบคโพลล์ออกมาเปิดเผยผลสำรวจในการแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาล และพบว่าลดลงจาก 5.80 เหลือ 4.67 นายยงยุทธ กล่าวว่า รัฐบาลขอน้อมรับ และยอมรับว่าที่ได้คะแนนตกต่ำลง เพราะสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้รุนแรงจริง ๆ และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่มีที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ซึ่งก็อาจเป็นสาเหตุให้พอใจลดลง รัฐบาลจะนำคะแนนในจุดนี้มาปรับปรุงการทำงานให้รวดเร็วขึ้น ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนต่าง ๆ นั้น ยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ เพราะเขื่อนแต่ละแห่งสามารถออกแบบให้รับน้ำหนักและแรงดันน้ำที่มีมากเกินขีดจำกัดไว้อยู่แล้ว จึงอยากฝากไปยังประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนกในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเขื่อนก็อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ เพื่อไม่ให้สถานการณ์หนักมากไปกว่านี้ ส่วนปัญหาโรคฉี่หนูระบาดหนักในหลายจังหวัดนั้น ทางน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประสานให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงสาธารณสุขทิ้งสารเคมีลงไปในน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำเสียและโรคระบาดแล้ว และในช่วง 2 - 3 สัปดาห์นี้ จะมีการประชุมระดมสมองในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง ดินถล่มอย่างถาวร ร่วมกับนายวิเชียร ชวลิต ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จนได้มาตรการที่สามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้
นายยงยุทธ ยังกล่าวถึงกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่า กลไกการแจ้งเตือนล่าช้า ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างที่ จ.เชียงใหม่ ว่า เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนอย่างเต็มที่แล้ว แต่ปริมาณน้ำที่ไหลมา มีจำนวนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งหลังจากนี้ก็คงปรับ และมีการคำนวณอย่างละเอียดรอบคอบมากขึ้น ขณะที่ความคืบหน้าการซ่อมแซมประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ที่อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรีนั้น คาดว่าจะซ่อมแซมเสร็จในอีก 4-5 วันนี้
"ยผ."จัดทำแผนพัฒนาพื้นทีป้องกันน้ำท่วม
นายอุดม พัวสกุล อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ( ยผ.) กล่าวว่า ยผ.ได้เตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว ตามหลัก 2P 2R เพื่อป้องกันน้ำท่วมชุมชนในอนาคต โดยหลักการคือการป้องกันให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจ และที่อยู่อาศัยของประชาชนให้มากที่สุด และสามารถสร้างระบบป้องกัน ไม่ให้เกิดความเสียหาย เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขให้กับพื้นที่อื่นต่อไป โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ที่เขตเทศบาลเมืองแพร่ และอยู่ในระหว่างการจัดทำโครงการดังกล่าวในเขตเทศบาลเมืองเชียงใหม่ ซึ่งหากทำสำเร็จก็จะขยายโอกาสในการพัฒนาระบบผังเมืองในพื้นที่อื่นต่อไป เราไม่สามารถรับมือกับน้ำ ซึ่งเป็นพลังของธรรมชาติได้แน่นอน เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือการเตรียมรับมือด้วยระบบวิศวกรรม เช่น เขื่อนดิน หรือการทำผังเมืองสำหรับกำหนดเขตที่อยู่อาศัย เขตเศรษฐกิจ และกำหนดพื้นที่ที่จะเป็นทางให้น้ำไหลผ่าน ซึ่งขณะนี้ ยผ.กำลังศึกษาพื้นที่ในแต่ละจังหวัด และอยู่ในระหว่างของบประมาณจากรัฐบาล เพื่อทำโครงการระยะยาวต่อไป
"ศอส."เผยมีน้ำท่วมใน25จังหวัดเตือนระวังนาลแก6-8ต.ค.
นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์ อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 25จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี เชียงใหม่ ยโสธร และร้อยเอ็ด รวม 179 อำเภอ 1,240 ตำบล10,703 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 746,999 ครัวเรือน 2,420,868 คน ผู้เสียชีวิต 212 ราย สูญหาย 2 ราย พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย7,528,805 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ บ่อปลา 107,732 บ่อ สัตว์ได้รับผลกระทบ 8,511,689 ตัว น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้ รวม 123 สาย แยกเป็น ทางหลวง 37 สาย ใน 10 จังหวัด ทางหลวงชนบท 86 สายใน 18 จังหวัด
นายพระนาย กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากและระดับน้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้ม เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะลุ่มน้ำปิงที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ อ.เมือง จ.ลำพูน และคาดว่าจะมีน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำตอนล่างของ จ.เชียงใหม่และอ.ป่าซาง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน ลุ่มน้ำมูล ยังมีน้ำล้นตลิ่งในหลายอำเภอของ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ลุ่มน้ำชี ยังมีน้ำล้นตลิ่งที่จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม โดยจะมีมวลน้ำเคลื่อนตัวมาที่อำเภอเมืองของทั้ง 2 จังหวัด คาดว่าน้ำจะล้นตลิ่งภายใน 1- 2 วันนี้
ส่วนที่ยโสธร ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ น้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ลุ่มน้ำท่าจีน ที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานการณ์น้ำยังทรงตัว ปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 4,362 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยาปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,586 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3,236 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ 10 จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำ 93 เปอร์เซนต์ เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนแควน้อย มีปริมาณน้ำ 94 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 136 เปอร์เซ็นต์
นายพระนาย กล่าวต่อว่า ในวันที่ 3 ต.ค.นี้ จะมีฝนตกค่อนข้างหนักมากกระจายทุกภูมิภาคของประเทศ ภาคเหนือ ทที่ จ.ลำพูน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.นครราชสีมา และ จ.เลย ภาคตะวันออก ที่ จ.ตราด ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน โดยเฉพาะ จ.ระนองและ จ.พังงา ส่วนพายุโซนร้อนนาลแก คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 5 ต.ค.และจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทำให้บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 6 - 8 ต.ค.
นายพระนาย กล่าวว่า เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นไปด้วยความรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้ประชาชน กระทรวงมหาดไทย จึงสั่งการให้ผู้ว่าฯ ในพื้นที่ประสบภัยดำเนินการ คือ 1. จัดให้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เรื่องความคืบหน้าของสถานการณ์ การให้ความช่วยเหลือ 2. มอบหมายให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) สร้างความเข้าใจในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อย่างทั่วถึงทันต่อความต้องการ
ไชยา -แอน มิตรชัยลงช่วยเหลือชาวอ่างทอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไชยา-แอน มิตรชัย นักร้องลูกทุ่งและลิเกชื่อดังชาวอ่างทอง ลงช่วยเหลือบ้านเกิดตำบลท่าช้าง ตำบลสี่ร้อย ที่เทศบาลตำบลท่าช้าง หมู่ที่ 4 ตำบลท่าช้าง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พระเอกลิเกไชยาและแอน มิตรชัย นางดวงใจ ไพจิตร พร้อมคณะเดินทางมาเพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับประชาชนใน 2 ตำบลคือตำบลสี่ร้อย บ้านเกิดไชยาและแอน และตำบลท่าช้าง
เมื่อมาถึงมีเวลาทักทายกับพี่น้องประชาชน แอน มิตรชัย ร้องเพลงอินเดียให้ชาวบ้านฟังและดวงใจไพจิตรก็เลยบรรเลงให้ฟังไม่ยอมแพ้ จากนั้นได้แจกจ่ายถุงยังชีพให้กับประชาชนในตำบลท่าช้างทั้ง 6หมู่ จำนวน 1,000 ครอบครัว และแจกให้กับชาวตำบลสี่ร้อยอีก 3 หมู่ จำนวน 400 ครอบครัวจึงเดินทางกลับ
พระเอกลิเกไชยา กล่าวว่าช่วงแรกได้เดินสายเล่นลิเกตามที่ต่างๆ ก็กังวลและโทรศัพท์เช็คอยู่ตลอดเวลาว่าบ้านตนท่วมไหม เพราะตนเป็นห่วงบ้านเกิดที่ตำบลสี่ร้อยมาก ขนาดบ้านของตนน้ำท่วมแต่ตนไม่เดือดร้อน ยังกังวลและเครียด ชาวบ้านที่เดือดร้อนต้องลำบากและเครียดมากกว่าตนแน่ จึงเดินทางมาบ้านเกิดเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ให้กับผู้ถูกอุทกภัยทั้ง 2 ตำบลก่อน ตนเป็นคนอ่างทองอย่างไรก็ไม่ทอดทิ้ง พอมีกำลังช่วยเหลือได้ก็ต้องทำ



