
"ประวิตรนำบิ๊กทหารถกเขมรยันผลหารือปัญหาชายแดนไร้ปัญหา
ประวิตร นำบิ๊กทหารถกเขมร ยันผลหารือปัญหาชายแดนไร้ปัญหา ปัดคุยปรับกำลังทหาร ด้าน เตีย บันห์ ลั่นดูแลระเบียบวินัยทหารเข้ม ป้องเขมรปะทะไทย โต้ไม่สร้างสรรค์โทษเขมรยิงไทยก่อน
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 29 เม.ย.ที่โรงแรมอังกอร เซ็นจูรี่ จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทย และพล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 6 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับสัมพันธ์ของกองทัพทั้งสองประเทศให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งเพื่อร่วมแสวงหาแนวทางยุติข้อขัดแย้งและลดเงื่อนไขต่างๆที่จะก่อให้เกิดผลกระทบกระทั่งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเพื่อจะได้ร่วมคลี่คลายปัญหาข้อขัดแย้งกรณีปราสาทเขาพระวิหารให้มีทางออกที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของทั้งสองประเทศ
จากนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบเกี่ยวกับการเรื่องหลักเขตแดนที่สามารถสำรวจและค้นหาได้จำนวน 48 หลักจากจำนวน 73 หลัก รวมทั้งเห็นชอบให้เจบีซีเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาเขตแดน โดยจะไม่ให้ปัญหาเขตแดนเป็นสาเหตุที่ทำลายสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ สำหรับด้านความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน ที่ประชุมสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวมกันปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ของสองประเทศอย่างจริงจัง รวมทั้งสนับสนุนให้ตั้งสำนักงานประสานงานยาเสพติดชายแดน
เมื่อถามถึงกรณีที่ทหารไทยไปเหยียบกับระเบิดในประเทศกัมพูชา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พื้นที่ตรงนี้ยังไม่มีการชี้ชัดว่าเป็นพื้นที่ของใคร และยังเป็นพื้นที่ที่ยังมีการพัฒนาร่วมกัน ต้องรอดูผลจากคณะกรรมการเจบีซีก่อน
เมื่อถามว่า เหตุใดทหารไทยจึงเข้าไปตรึงกำลังเขาพระวิหารภายหลังที่ยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่รู้เรื่อง เพราะตนเพิ่งมาเป็นรัฐมนตรีได้เพียง 4 เดือน และเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว ต้องไปดูว่าใครรับผิดชอบในตอนนั้น ถามตนคงตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในช่วงนั้น ควรให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการปักปันเขตแดนหรือเจบีซี เพราะรัฐมนตรีทั้งสองประเทศคุยกันตลอดเวลา แต่คิดว่า ไม่ควรพูดเรื่องนี้ ควรจะพุดกันในกรอบที่คณะกรรมการจะดำเนินการ
ด้าน พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวถึงแนวทางในการทำให้ทหารของทั้งสองประเทศอยู่ร่วมกันว่า กองทัพทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่ดี และที่ผ่านมากัมพูชามีการดูแลระเบียบวินัยของทหารอย่างต่อเนื่อง และมีการควบคุมระเบียบวินัยเป็นอย่างดี โดยแนวทางปฏิบัติเราจะมีการเพิ่มเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันให้ยิ่งขึ้นไป เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาปัญหามักเกิดขึ้นจากทหารกัมพูชาที่ยิงเข้ามาในเขตไทยก่อน พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการปะทะกันเป็นปัญหาของความไม่ชัดเจน และปัญหาที่เกิดขึ้นเราจะมากล่าวโทษกันว่า ใครจะยิงใครก่อน เป็นปัญหาที่นำมาถกเถียงกันซึ่งไม่ได้สร้างสรรค์อะไร เพราะเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นไปนานแล้วและยุติไปนานแล้ว สิ่งที่ควรจะทำ คือ ทำอย่างไรให้บรรยากาศความสัมพันธ์เกิดขึ้น
เมื่อถามว่า มีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่แนวชายแดนให้เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายหรือไม่ พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังดูแลในเรื่องนี้ ปัจจุบันเรากำลังใช้กลไกที่มีอยู่ คือ คณะกรรมการของทั้งสองประเทศเพื่อพยายามแก้ไขปัญหา ร่วมกันสร้างความมั่นคง และความสงบให้เกิดขึ้นบริเวณตามแนวชายแดนโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหา
ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหารอากาศ กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการประชุมร่วมคณะกรรมการเขตแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ที่เสียมราฐ ประเทศกัมพูชาว่า การหารือเป็นที่น่าพอใจ ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เป็นการประชุมเรื่องเขตแดน และตามกรอบเจรจาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งเป็นการหารือเรื่องทั่วไปไม่ลงรายละเอียด แต่ทั้งสองประเทศรับว่าจะนำไปดำเนินการร่วมกัน ส่วนการวางกำลังยังเช่นเดิม หากมีการปรับกำลังของแต่ละประเทศเป็นเรื่องแต่ละประเทศ แต่ไม่มีการหารือเรื่องการปรับวางกำลัง เพราะเราจะไม่ก้าวก่ายกัน เป็นเรื่องระดับพื้นที่ดำเนินการ ส่วนการแก้ปัญหาตามแนวชายแดน ผลการหารือเห็นว่าควรจะมีการเก็บกู้ระเบิดร่วมกัน ซึ่งจะมีการกำหนดรายละเอียดว่าแต่ละประเทศจะทำในพื้นที่ใด ต้องหารือกันอีกในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ ตนจะรายงานทุกเรื่องที่มีการเจรจาในสภาฯต่อไป



