ผบ.ทร.สั่งเพิ่มเรือผันน้ำ'คลองสรรพสามิต'
"ผบ.ทร."สั่งเพิ่มเรือผันน้ำ คลองสรรพสามิต เร่งระบายน้ำออก ด้านทบ. เสริมทหารช่างเร่งบรรจุหินปิดช่องขาดประตูระบายน้ำบางโฉมศรี จ.สิงห์บุรี ผู้ว่าฯเสนอ"ปู"สร้างประตูระบายเพิ่มอีก3จุด
ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ วันที่ 3 ต.ค.2554 พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วมว่า กองทัพเรือได้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางบกขึ้นมา โดยมีการเตรียมพร้อมทั้ง เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งขณะนี้มีอยู่จำนวน 2 ลำ รวมทั้ง เรือท้องแบน เรือติดท้าย ชุดแพทย์และถุงยังชีพ นอกจากนี้ยังได้ทำการส่งเรือไปผันน้ำที่บริเวณสะพานพุทธ และมีการเพิ่มที่คลองสรรพสามิต ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำท่าจีน เจ้าพระยา โดยได้ทำการเร่งระบายน้ำออก รวมทั้งส่งกำลังพลบางส่วนไปยัง จ.ลพบุรี และสิงห์บุรี เพื่อสำรวจประตูระบายน้ำบางโฉมศรีซึ่งกำลังประสบปัญหาอยู่ว่าจะสามารถให้การสนับสนุนรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนอย่างไรได้บ้าง ซึ่งเราพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งนี้กองทัพเรือได้ทำการสำรวจพื้นที่ทั้ง 16พื้นที่ที่กองทัพเรือรับผิดชอบอยู่และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่ประสบภัย
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกได้ส่งชุดทหารช่างเฉพาะกิจจากกรมการทหารช่าง พร้อมจัดตั้งศูนย์อำนวยการและประสานงานที่ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี โดยนำเครื่องมือหนัก อาทิ รถโกยตัก, รถตักหน้าขุดหลัง, เรือยางลมอัดและเรือกู้ภัย เข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ร่วมกับกรมชลประทาน, หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กองบัญชาการกองทัพไทย เร่งซ่อมแซมประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งปรากฎว่าการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวและเส้นทางเข้าถึงประตูระบายน้ำคับแคบ ล่าสุดวันนี้กรมทหารทหารช่างได้เพิ่มกำลังพลเป็น120 นาย พร้อมนำรถไฟฟ้าส่องสว่าง เข้าเสริมการปฏิบัติงาน โดยเร่งบรรจุหินใส่ลงกล่องตาข่ายลวดถัก ตลอด 24 ชม.เพื่อเพิ่มการบรรจุหินให้ได้เป็นวันละไม่ต่ำกว่า ๗๐๐ กล่อง จากนั้นรถบรรทุกของกรมชลประทาน และเรือจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จะช่วยกันเคลื่อนย้ายลำเลียงนำกล่องหินไปหย่อนเพื่ออุดช่องขาดหน้าประตู ระบายน้ำ
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ส่วนกรมการทหารช่างได้ใช้เรือตรวจการณ์นำวิศวกรของกรมชลประทานออกสำรวจกระแสน้ำ และผลที่เกิดจากการหย่อนกล่องหินเป็นระยะๆ เพื่อประเมินพร้อมปรับตำแหน่งการหย่อนกล่องหินให้มีประสิทธิภาพในการกั้นน้ำและใช้เวลาสั้นที่สุด อย่างไรก็ตามกองทัพบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันปฏิบัติงาน เพื่อปิดช่องขาดของประตูระบายน้ำบางโฉมศรีอย่างเต็มที่ โดยหวังให้เกิดผลในการลดปริมาณน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.สิงห์บุรีและใกล้เคียง เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังเผชิญกับน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้
ผู้ว่าฯเสนอ"ปู"สร้างประตูระบายเพิ่มอีก3จุด
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ไปยังศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์ อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ ศอส.จังหวัดนนทบุรี ,ปทุมธานี ,ร้อยเอ็ด และยโสธร โดยนายกรัฐมนตรี สั่งการให้แต่ละจังหวัดแจ้งการเตือนภัยให้ประชาชนล่วงหน้า ประมาณ 2 ชั่วโมง หากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งให้ตรวจสอบประตูระบายน้ำต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำไหลทะลักเข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะจุดสำคัญๆ
นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ยืนยัน ทางจังหวัดมีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกวัน เพื่อประเมินสถานการณ์ และแจ้งเตือนภัยไปยังประชาชนในพื้นที่ตลอดเวลา ผ่านวิทยุชมชน ซึ่งหากประชาชนที่ได้รับความเดือนก็สามารถร้องเรียนเข้ามาได้โดยตรง และให้หัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอรับผิดชอบเป็นรายตำบล รวมทั้งตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำต่างๆ ทุกวัน โดยมีชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าไปในพื้นที่ เพื่อช่วยอพยพประชาชนได้ทันทีหากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับการแก้ไขปัญหาที่ต้องการเร่งด่วน คือของบประมาณเพิ่มเติมอีก 50 ล้านบาท เพราะใช้ไปแล้ว 98 ล้านบาท ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะกลางคือต้องการสร้างประตูระบายน้ำ 3 จุด คือ ประตูน้ำคลองบางกรวย ,ประตู ระบายน้ำคลองพระอุดม และประตูระบายน้ำคลองบางบัวทอง สำหรับการแก้ไขปัญหาแบบถาวร อยากให้สร้างเขื่อนเชื่อมต่อจากกรุงเทพมหานคร ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาของจังหวัดนนทบุรี
แม่น้ำปิงล้นท่วมคอสะพานพิษณุโลกทั้งขาขึ้นขาล่อง
สืบเนื่องจากกรณีที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักที่จังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาและตลอดทั้งวันในวันนี้(3 ตค.) ส่งผลให้มีน้ำท่วมมากขึ้น โดยเฉพาะที่บริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ บนถนนพหลโยธินฝั่งตะวันออกขาล่องเข้ากรุงเทพฯ และยังมีน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลทะลักแนวหินคลุก ที่เทศบาลนครสวรรค์ และแขวงการทางนครสวรรค์ที่ 1 ทำกั้นไว้ไม่ให้เข้ามาบนผิวถนนได้ เป็นเหตุให้รถทุกชนิดต้องชะลอความเร็วลงเมื่อผ่านจุดดังกล่าว ทำให้รถติดยาวเหยียดหลายกิโลเมตร เจ้าหน้าที่จากแขวงการทางต้องเร่งสูบน้ำออกจากผิวทางอย่างเร่งด่วนแล้ว
ส่วนถนนพหลโยธินบริเวณสะพานเดชาติวงศ์ขาขึ้นนั้นน้ำยังไม่ถึงถนนเพราะว่าพื้นผิวการจราจรทางด้านฝั่งขาขึ้นนั้นสูงกว่า
ด้านการแก้ไขปัญหา นายชัยโรจน์ มีแดง ผวจ.นครสวรรค์ ได้สั่งการให้ทางแขวงการทางนครสวรรค์ไปกู้ถนนสายเลี่ยงเมืองให้ใช้งานได้โดยเร็ว ซึ่งถ้าเสร็จใช้งานได้ก็จะให้ไปกู้ถนนสายนครสวรรค์-พิษณุโลกต่อ โดยการใช้หินคลุกวางกันเป็นแนวกั้นน้ำทั้ง 2 ข้างแล้วสูบน้ำออก เพื่อให้รถสามารถผ่านได้
สำหรับปริมาณน้ำในวันนี้ แม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณเพิ่มขึ้น 36 ลบม./วินาที อยู่ที่ 4,398 ลบม.วินาที ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก 2 ซม.แม่น้ำน่าน ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 7 ซม.ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 1,556 ลบ.ม.วินาที เพิ่มขึ้นอีก 6 ลบ.ม.แม่น้ำปิง ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 2 ซม. ปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,323 ลบ.ม.วินาที เพิ่มขึ้นอีก 182 ลบ.ม. ปริมาณฝนที่นครสวรรค์ ที่ อ.เมืองนครสวรรค์มีฝนตกวัดได้ 29.7 มม.
ด้านการระบายน้ำของเขื่อนในวันนี้ เขื่อนภูมิพลระบายน้ำ 44 ล้าน ลบม. เขื่อนสิริกิตติ์ ระบายน้ำ 60.06 ล้าน ลบม. รวมปริมาณน้ำจากเขื่อนที่ระบายลงมาตามแม่น้ำ 104.06 ล้าน ลบม. จากปริมาณน้ำที่เขื่อนระบายออกมาคาดว่าจะส่งผลให้น้ำในแม่น้ำปิง แม่น้ำน่าน และแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอีก คาดว่าจะส่งผลต่อการป้องกันน้ำของเทศบาลนครนครสวรรค์
มีรายงานว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาคันกั้นน้ำบริเวณตลาดลาว ถนนโกสีย์เกิดพังลงแต่ทางเทศบาลสามารถแก้ไขได้ทัน โดยมีการเตรียมรถบรรทุกหินคลุกและกระสอบทรายไว้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนบนถนนสายนครสวรรค์-พิษณุโลก ปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงเพิ่มสูงขึ้นอีก ทำให้ถนนช่วงหมู่บ้านริมปิงนิเวศน์ ตลาดริมปิง ถูกน้ำท่วมผิวการจราจรสูงขึ้นในสายขาขึ้น ระยะทางยาวกว่า 1 กม. ส่วนในถนนขาล่องน้ำเริ่มท่วมพื้นผิวการจราจรบางส่วนแล้ว
พตอ.สุมิตรมั่นเมือง ผกก.สภ.บางม่วง ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งกรวยกลางถนนเพื่อแบ่งเลนให้รถวิ่งสวนทางกันได้ ซึ่งสภาพการจราจรไม่สะดวกนักเพราะมีประชาชนมาพักอาศัยอยู่ริมถนน พร้อมทั้งนำสิ่งของ รถยนต์ รถจักรยานยนต์จำนวนมากมาจอดไว้ริมถนนทั้งสองเส้นทาง
นอกจากนี้มี รายงานเรื่องจระเข้ที่หลุดออกมาหลายร้อยตัวจากฟาร์มที่มีเลี้ยงอยู่ในพื้นที่รอบบึงบอระเพ็ด ว่า มีชาวบ้านจับจระเข้ได้ 5 ตัว ในพื้นที่บ้านหนองคร่อ หมู่ 5 ต.พนมรอก อ.ท่าตะโก ซึ่งเป็นที่น้ำท่วมจากน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลเข้าบึงบอระเพ็ดและน้ำล้นบึงออกไปท่วมพื้นที่รอบข้างเป็นวงกว้าง
จากการตรวจสอบพบว่าจระเข้ที่ชาวบ้านจับได้เป็นจระเข้เพศเมีย มีการฝังไมโครชิพ คาดว่าน่าจะเป็นจระเข้ที่หลุดออกมาจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์(บึงบอระเพ็ด)



