ข่าว

กาสิโน กาสิเยส?

กาสิโน กาสิเยส?

03 ต.ค. 2554

กาสิโน กาสิเยส? : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

            เรื่องเก่าที่กลับมาเล่าใหม่กันอีกครั้งในตอนนี้ คือเรื่องการเปิดกาสิโน ซึ่งเปิดประเด็นโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อันที่จริงการเปิดสถานที่ให้เล่นการพนันอย่างถูกกฎหมายนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ สำหรับกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะในสมัยรัชกาลที่ 6 รัฐบาลประสบวิกฤติด้านการเงินการคลัง จึงมีนโยบายเปิดบ่อน “ฮวยหวย” ให้คนเล่นหวย ก ข ซึ่งออกวันละ 2 ครั้ง เพื่อหาเงินเข้าคลัง โดยยี่กอฮง ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระอนุวัฒน์ราชนิยม ต้นสกุล เตชะวณิช เป็นผู้ประมูลบ่อนได้ ต่อมาจึงได้มีการออกพระราชบัญญัติยกเลิกอากรบ่อนเบี้ยและหวย

           ใน พ.ศ.2488 ปลายสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศประสบปัญหาการเงินฝืดเคือง รัฐบาลซึ่งมี นายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินนโยบายอนุญาตให้เปิดกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย เพื่อหาเงินเข้ารัฐ แต่เปิดได้เพียงไม่นานก็กลับเป็นการสร้างปัญหา เนื่องจากประชาชนซึ่งในเวลานั้นต่างมีปัญหาเรื่องการประกอบสัมมาอาชีวะ ไม่มีช่องทางประกอบอาชีพที่สุจริต จึงต่างหันมาเล่นการพนันกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ไม่เป็นอันดิ้นรนทำมาหากิน รัฐบาลจึงต้องล้มเลิกนโยบายกาสิโนไป มีผู้เล่าว่าสถานกาสิโนในสมัยนั้นแห่งหนึ่งอยู่ที่ตลาดพลู ชั้นล่างเป็นตลาดสดส่วนชั้นบนเป็นโรงหนังเรียกว่าวิกสูง ซึ่งดัดแปลงสถานที่เล่นการพนัน ที่นิยมมากคือจับยี่กี

           ในระยะหลังๆ แนวคิดเรื่องกาสิโนก็ปรากฏขึ้นเป็นระยะๆ แต่ส่วนมากจะเป็นในลักษณะของการโยนหินถามทาง ซึ่งเสียงที่ตอบกลับมาก็ค่อยข้างจะก้ำกึ่ง และเจ้าของความคิดก็ยังมีภาพที่ไม่ชัดเจน ทำให้ประชาชนทั่วไปแม้แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองก็ยังสับสน ดังเช่นที่ผู้รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แสดงความเห็นว่าการเปิดกาสิโนจะทำให้บ่อนหายไปและลดข้อกล่าวหาว่าตำรวจพัวพันกับบ่อน ซึ่งจริงๆ แล้วกาสิโนก็คือกาสิโน บ่อนก็คือบ่อน ซึ่งการอนุญาตให้เปิดกาสิโนคงจะไม่รวมถึงการเปิดบ่อนเสรีด้วย ดังนั้น ต่อให้มีกาสิโนเกิดขึ้นจริง บ่อนเถื่อนก็ยังคงอยู่ เพราะเป็นคนละเรื่องและคนละกลุ่มเป้าหมาย ยังไงก็คงจะลดคำครหาเรื่องตำรวจกับบ่อนไม่ได้หรอกครับ

           แม้ว่ากาสิโนจะเป็นเรื่องปกติสำหรับหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศรอบบ้านเรา และเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ซึ่งทุกประเทศก็จะมีข้อห้ามหรือข้อจำกัดอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้คนของตนเข้าไปในสถานกาสิโนอยู่แล้ว เช่นต้องแสดงหนังสือเดินทาง ต้องแต่งกายสุภาพ รับเฉพาะเงินสกุลดอลลาร์ หรือกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำสำหรับการแลกชิพ รวมถึงบทลงโทษสำหรับสถานกาสิโนที่ปล่อยให้คนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ แต่คนไทยส่วนหนึ่งก็ยังเห็นว่ากาสิโนเป็นการพนัน ซึ่งไม่เหมาะสมกับเมืองไทย หรือบางคนก็มีความคิดอุตริว่าถ้าจะเปิดกาสิโนก็ต้องไปเปิดที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เหมือนที่อเมริกาทำที่ลาสเวกัส ซึ่งเป็นสถานที่แห้งแล้งทำมาหากินอะไรไม่ได้ หรือไม่ก็ไล่ไปอยู่บนเกาะกลางทะเล

           เหมือนคนที่มาเล่นกาสิโนเป็นโรคที่สังคมรังเกียจอย่างนั้นแหละครับ ทั้งๆ ที่เวลานี้ตามโรงแรมใหญ่ๆ ในต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในตัวเมือง ก็มีกาสิโนกันแทบทั้งนั้น ไม่ได้ทำอะไรให้ยุ่งยากอย่างที่เราคิดกันเลยครับ

           ถ้าเราคิดว่าการท่องเที่ยวเป็นรายได้ที่สำคัญของประเทศ ก็ควรต้องหาทางให้นักท่องเที่ยวมีที่เที่ยวที่ใช้เงินในเมืองไทยมากๆ ซึ่งกาสิโนก็จะเป็นวิธีหนึ่งที่หลายประเทศทั่วโลกใช้กันอยู่ และถ้าเราตกลงกันได้ว่า กาสิโนจะอนุญาตให้เข้าไปเล่นได้เฉพาะชาวต่างประเทศ ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ทางการกำหนด เรื่องของกาสิโนก็น่าจะจบลงได้โดยง่าย

           ส่วนคนไทยที่อยากเล่นกาสิโนก็ต้องออกไปเล่นที่เขมร ที่มาเลเซีย หรือพม่ารามัญ และตำรวจก็มีหน้าที่ไล่จับบ่อนเถื่อนต่อไปเหมือนเดิม